หมวดหมู่: มติ ครม.

GOV 14


ขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ .. 2565 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น สำหรับจัดทำโครงการจัดเก็บข้อมูลดีเอ็นเอของบุคคลพ้นโทษ พักโทษจากเรือนจำและทัณฑสถาน

        คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ .. 2565 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ภายในกรอบวงเงิน 137,941,800 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับจัดทำโครงการจัดเก็บข้อมูลดีเอ็นเอของบุคคลพ้นโทษ พักโทษจากเรือนจำและทัณฑสถาน ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตช.) เสนอ

        สาระสำคัญของเรื่อง 

        ตช. รายงานว่า

        1. ตช. (สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ) เป็นหน่วยงานหลักของ ตช. ที่มีอำนาจหน้าที่ตรวจสถานที่เกิดเหตุ รวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจพิสูจน์หลักฐาน ซึ่งมีหน่วยงานและนักวิทยาศาสตร์ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยปัจจุบันผู้กระทำความผิด/ผู้ต้องขังจะถูกเก็บข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือ 10 นิ้ว ในฐานข้อมูลในทะเบียนประวัติอาชญากรเท่านั้นเนื่องจากเป็นวิธีที่ประหยัดงบประมาณ แต่ก็มีข้อจำกัดหลายประการ เช่น ในที่เกิดเหตุไม่พบรอยลายนิ้วมือแฝง หรือรอยแฝงที่พบเป็นรอยฝ่ามือ/สันมือ ทำให้ไม่สามารถตรวจพิสูจน์และจับกุมผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็วเท่าที่ควร

        2. ในช่วงปีงบประมาณ .. 2560 - 2562 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจได้รับการจัดสรรงบประมาณลักษณะบูรณาการด้านปฏิรูปกฎหมายและพัฒนากระบวนการยุติธรรม เพื่อพัฒนาและยกระดับห้องปฏิบัติการด้านนิติวิทยาศาสตร์รวมถึงฐานข้อมูลนิติวิทยาศาสตร์ให้ได้มาตรฐานและมีความทันสมัย โดยมีการฝึกอบรมให้ความรู้และการปฏิบัติในการตรวจเก็บดีเอ็นเอและลายพิมพ์นิ้วมือ 10 นิ้ว ฝ่ามือ สันมือ ของบุคคลให้แก่เจ้าหน้าที่ของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจและเจ้าหน้าที่ประจำสถานีตำรวจ เพื่อจัดทำฐานข้อมูลดังกล่าวของบุคคลกลุ่มเสี่ยง (ผู้ที่ถูกดำเนินการจับกุมในคดีอาญาในชั้นพนักงานสอบสวน และบุคคลพ้นโทษ พักโทษ) และถึงแม้ว่าการจัดทำฐานข้อมูลนิติวิทยาศาสตร์เพื่อยืนยันตัวบุคคลด้วยการเก็บข้อมูลดีเอ็นเอจะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่การเก็บฐานข้อมูลดีเอ็นเอบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่ผ่านมาทำให้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดทั้งคดีค้างเก่าและคดีที่เกิดขึ้นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การเก็บฐานข้อมูลดีเอ็นเอของบุคคลกลุ่มเสี่ยงของบุคคลพ้นโทษและพักโทษจึงเป็นยุทธศาสตร์และเครื่องมือที่สำคัญของ ตช. ในการป้องกัน ปราบปรามอาชญากรรมเพื่อสร้างความสงบสุขให้กับสังคม และคาดว่าจะสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง ซึ่งจะส่งผลให้อัตราการกระทำความผิดและการกระทำผิดซ้ำลดลง

 

ais 720x100

 

        3. ตช. ได้จัดทำโครงการจัดเก็บข้อมูลดีเอ็นเอของบุคคลพ้นโทษ พักโทษจากเรือนจำและทันฑสถาน (โครงการจัดเก็บข้อมูลดีเอ็นเอฯ) โดยมีรายละเอียดสรุปได้ ดังนี้

 

ประเด็น

รายละเอียด

วัตถุประสงค์

1. เพื่อให้ ตช. มีฐานข้อมูลดีเอ็นเอของบุคคลพ้นโทษและพักโทษ จากเรือนจำ และทัณฑสถานเพื่อใช้ในการสืบสวนสอบสวนและเชื่อมโยงคดี

2. เพื่อให้ ตช. เป็นศูนย์กลางฐานข้อมูลดีเอ็นเอแห่งชาติ สามารถสืบค้นหาผู้กระทำความผิดทางคดีอาญาทั้งอาชญากรรมในประเทศและอาชญากรรมระหว่างประเทศ

3. เพื่อเพิ่มศักยภาพระบบฐานข้อมูลดีเอ็นเอให้สามารถรองรับฐานข้อมูลดีเอ็นเอซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและเชื่อมโยงฐานข้อมูลกลางและฐานข้อมูลส่วนภูมิภาคด้วยเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูง

 

กิจกรรม

 

กิจกรรม

รายการ

วงเงิน (บาท)

1

จัดหาวัสดุในการจัดเก็บดีเอ็นเอและวัสดุ/น้ำยาในการตรวจดีเอ็นเอ จำนวน 45 รายการ สำหรับเก็บข้อมูลดีเอ็นเอของบุคคลพ้นโทษ พักโทษ จากเรือนจำและทัณฑสถาน จำนวน 100,000 ราย (เช่น ก้านสำลีพันปลายไม้ชนิด Sterile ถุงมือไนโตรชนิดไม่มีแป้ง น้ำยาโพลีเมอร์/สารละลายแอโนดบัฟเฟอร์สำหรับเครื่องวิเคราะห์สารพันธุกรรมแบบอัตโนมัติ ชุดน้ำยาตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลสำหรับจัดทำฐานข้อมูลดีเอ็นเอ)

89,823,400

2

ปรับปรุงระบบเทคโนโลยีฐานข้อมูลดีเอ็นเอสำหรับจัดหาครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ รวม 68 รายการ เช่น เครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย อุปกรณ์กระจายสัญญาณ อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบภายนอก อุปกรณ์ป้องกันเครือข่าย

48,118,400

รวมทั้งสิ้น

137,941,800

 

ระยะเวลาดำเนินการ

เดือนกรกฎาคม 2565 – เดือนกันยายน 2565

งบประมาณ

137,941,800 บาท

การประเมินผล

1. ประเมินผลจากจำนวนข้อมูลดีเอ็นเอที่เก็บในฐานข้อมูลดีเอ็นเอ

2. ประเมินผลจากร้อยละการเชื่อมโยงคดีค้างเก่าและคดีค้างใหม่

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1. สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้อย่างรวดเร็วและถูกต้อง

2. อัตราการกระทำผิดและการกระทำผิดซ้ำจะลดลง

 

        4. โดยที่โครงการจัดเก็บข้อมูลดีเด็นเอดังกล่าวต้องใช้วงเงินงบประมาณสำหรับจัดทำโครงการฯ เป็นจำนวนมาก และเงินงบประมาณของ ตช. มีไม่เพียงพอสำหรับการปรับแผนการปฏิบัติงานและแผนการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อมาดำเนินโครงการจัดเก็บข้อมูลดีเด็นเอฯ ดังนั้น ตช. จึงได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ .. 2565 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าว ซึ่งสำนักงบประมาณ (สงป.) ได้แจ้งว่า นายกรัฐมนตรีเห็นชอบให้ ตช. ประสานและบูรณาการข้อมูล นิติวิทยาศาสตร์กับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม กรณีฐานข้อมูลดีเอ็นเอของบุคคลพ้นโทษ พักโทษจากเรือนจำ และทัณฑสถานดังกล่าวข้างต้น รวมทั้งประเด็นการจัดเก็บและการตรวจดีเอ็นเอของผู้ต้องขังให้ได้ข้อยุติก่อน โดยขอให้ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนมาตรฐานของทางราชการให้ถูกต้องครบถ้วนในทุกขั้นตอน และคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการ

 

PTG 720x100

 

        5. ต่อมา ตช. ได้มีการประชุมหารือในเรื่องดังกล่าวร่วมกับหน่วยงานข้างต้น (ตามข้อ 4) โดยได้ข้อสรุปว่าทั้ง 3 หน่วยงาน ไม่ขัดข้องในการบูรณาการความร่วมมือจัดเก็บข้อมูลดีเอ็นเอของบุคคลพ้นโทษ พักโทษจากเรือนจำและทัณฑสถาน โดยจะมีการแบ่งพื้นที่ดำเนินการให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนและสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลนิติวิทยาศาสตร์ร่วมกันได้ นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดประโยชน์ในการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมและลดการกระทำผิดซ้ำด้วย ส่วนกรณีการจัดทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือการประสานด้านระบบฐานข้อมูลดีเอ็นเอของบุคคลพ้นโทษ พักโทษในเรือนจำและทัณฑสถาน และใช้ประโยชน์จากข้อมูลด้านนิติวิทยาศาสตร์ ระหว่าง ตช. กรมราชทัณฑ์ และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เนื่องจากมีหลายขั้นตอนจึงยังคงอยู่ระหว่างการดำเนินการ จึงจะจัดเก็บข้อมูลดีเอ็นเอคู่ขนานไปกับการดำเนินการจัดทำบันทึกข้อตกลงดังกล่าว

        6. สงป. แจ้งว่า นายกรัฐมนตรีเห็นชอบให้ ตช. ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ .. 2565 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นภายในกรอบวงเงิน 137,941,800 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับโครงการจัดเก็บข้อมูลดีเอ็นเอฯ ทั้งนี้ ขอให้ ตช. เร่งดำเนินการจัดทำบันทึกข้อตกลงฯ (ตามข้อ 5) โดยปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ มติคณะรัฐมนตรี และหนังสือเวียนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนมาตรฐานของทางราชการให้ถูกต้องครบถ้วนในทุกขั้นตอนและคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการ ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับและหลักสิทธิมนุษยชนเป็นสำคัญด้วย

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ (รองนายกรัฐมนตรี) 20 กันยายน 2565

สำนักโฆษก   สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โทร. 0 2288-4396

 

A9747

Click Donate Support Web  

EXIM One 720x90 C J

วิริยะ 720x100

AXA 720 x100

aia 720 x100

TU720x100sme 720x100

BANPU 720x100QIC 720x100

ธกส 720x100

ใจฟู720x100px

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!