หมวดหมู่: พาณิชย์

1aสมาร์ทโชวห่วย


กรมพัฒน์ฯ จับมือพันธมิตรภาครัฐและเอกชน 25 หน่วยงาน เดินหน้าปั้นสมาร์ทโชวห่วย

     กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดินหน้าโครงการ 'สมาร์ทโชวห่วย พลัส' จับมือหน่วยงานภาครัฐและเอกชนกว่า 25 หน่วยงาน ร่วมมือขับเคลื่อนและพัฒนาโชวห่วยเป็นสมาร์ทโชวห่วย เตรียมลุยเพิ่มความรู้ ช่วยปรับภาพลักษณ์ร้านค้า ดันนำเทคโนโลยีมาใช้ และมีช่องทางออนไลน์บริการลูกค้า ตั้งเป้าปีนี้ อบรม 3,000 ราย สร้างสมาร์ทโชวห่วย 300 ราย  

      นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนดำเนินโครงการสมาร์ทโชห่วย พลัส เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ตามนโยบายนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้สั่งการให้เร่งสร้างความเข้มแข็งแก่ผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีกไทยทุกขนาด พร้อมเร่งพัฒนาร้านโชห่วยให้เป็น ‘สมาร์ทโชห่วย’ล่าสุดกรมฯ ได้ร่วมมือกับสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ สมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย

     และภาคเอกชน 5 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย 1.ผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่าย 2.ผู้ให้บริการเทคโนโลยี ระบบ POS แพลตฟอร์ม 3.ผู้ให้บริการเสริม 4.สถาบันการเงิน และ 5.เครือข่ายธุรกิจ Moc Biz Club รวมกว่า 25 หน่วยงาน ได้รวมพลังส่งเสริมผู้ประกอบการโชห่วยไทยให้แข่งขันได้ โดยร่วมกันวางกรอบการพัฒนาโชห่วยไทยทั้งระบบ มีเป้าหมายแรก คือ การผลักดันร้านค้าส่ง-ค้าปลีก ให้เป็นสมาร์ทโชห่วย ผ่านโครงการ “สมาร์ทโชห่วย พลัส” เพื่อผลักดันโชห่วยไทยยืนหนึ่งบนเวทีค้าส่ง-ปลีกเคียงข้างผู้บริโภคได้ต่อไป

     สำหรับ โครงการสมาร์ทโชห่วย พลัส เป็นโครงการระยะยาว มีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (2565-2569) ครอบคลุมการดำเนินกิจกรรมหลัก 2 ส่วน คือ 1.การเสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการ และ 2.การนำองค์ความรู้มาพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างสมาร์ทโชห่วย และจะมีกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการโชห่วยที่ครอบคลุมหลายมิติ เพื่อผลักดันให้เป็นสมาร์ทโชห่วย ซึ่งจะมีการปรับรูปแบบร้านค้าใน 3 ประการ คือ 1.การมีภาพลักษณ์ร้านค้าที่ดี 2.มีการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการร้านค้า และ 3.มีช่องทางออนไลน์สำหรับให้บริการลูกค้า

     “โครงการนี้ หน่วยงานพันธมิตรจะร่วมมือกันดำเนินการอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง โดยอาศัยกลไกการทำงานร่วมกันทั้งส่วนกลางและพื้นที่ ซึ่งจะมีร้านค้าส่งท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนาจากกรมฯ ภายใต้การดูแลของสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงโชห่วย คอยให้คำปรึกษา แนะนำ ช่วยพัฒนาร้านค้าโชห่วยเครือข่ายให้เติบโตไปด้วยกัน รวมทั้ง มีสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ช่วยติดตามการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้ สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ และร้านค้าสมาร์ทโชห่วยนี้จะเป็นแหล่งรับซื้อสินค้าของคนในชุมชน อันจะก่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชน เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศต่อไป”นายทศพลกล่าว

     ก่อนหน้านี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้จะจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ขับเคลื่อนโครงการ “สมาร์ทโชห่วย พลัส” ระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย และหน่วยงานพันธมิตร ช่วงต้นเดือนส.ค.2565 โดยการลงนาม MoU เป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อเริ่มต้นโครงการสมาร์ทโชห่วย พลัส อีกทั้งเป็นการส่งสัญญาณว่ากรมฯ พร้อมที่จะขยายเครือข่ายพันธมิตรที่มีศักยภาพและพร้อมสนับสนุนโชห่วยในอนาคต

      โดยในปี 2565 กำหนดเสริมสร้างองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการโชวห่วยทั่วประเทศ 3,000 ราย และสร้างสมาร์ทโชห่วย 300 ราย และ ปี 2566 กำหนดแผนพัฒนาโชห่วยไทย มีเป้าหมายเสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการโชห่วยทั่วประเทศ 3,000 ราย และสร้างสมาร์ทโชห่วย 400 ราย 

1a สมาร์ทโชวห่วย

กรมพัฒน์ฯ จับมือ พันธมิตรภาครัฐ-เอกชน ดันโชห่วยไทยยืนหนึ่งบนเวทีค้าส่ง-ปลีก พร้อมรับมือสถานการณ์เศรษฐกิจผันผวน การแข่งขันที่ดุเดือด ผ่านโครงการสมาร์ทโชห่วย พลัส

       กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เดินหน้าผลักดันโชห่วยไทยยืนหนึ่งบนเวทีค้าส่ง-ปลีกเคียงข้างผู้บริโภค พร้อมรับมือสถานการณ์เศรษฐกิจผันผวน การแข่งขันที่ดุเดือด และการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ร่วมหารือพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน 25 หน่วยงาน วางกรอบพัฒนาโชห่วยทั้งระบบ เป้าหมายแรก..ผลักดันให้เป็น ‘สมาร์ทโชห่วย’ ผ่านโครงการ ‘สมาร์ทโชห่วย พลัส’ พร้อมกำหนดแผนพัฒนาโชห่วยเสริมแกร่งระยะยาว

      นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนดำเนินโครงการสมาร์ทโชห่วย พลัส เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) มีนโยบายให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเร่งสร้างความเข้มแข็งแก่ผู้ประกอบการค้าส่ง-ค้าปลีกไทยทุกขนาด พร้อมเร่งพัฒนาร้านโชห่วยให้เป็น ‘สมาร์ทโชห่วย’ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าและเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันแก่ผู้ประกอบการรายย่อย และนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมความแข็งแกร่งภาคธุรกิจ

      โดยเฉพาะสถานการณ์ปัจจุบันที่ประเทศไทยและทุกประเทศทั่วโลกกำลังประสบปัญหาความผันผวนทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ส่งผลให้ระบบการค้าการลงทุนต้องปรับตัวและปรับเปลี่ยนให้พร้อมรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ธุรกิจเอสเอ็มอีและไมโครเอสเอ็มอีได้รับผลกระทบโดยตรง ดังนั้น การสร้างฐานความมั่นคงและความแข็งแกร่งให้ธุรกิจจึงมีความจำเป็น รวมทั้ง การใช้ดิจิทัลเป็นแรงขับเคลื่อนการบริหารจัดการธุรกิจ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับพันธมิตรส่งเสริมพัฒนาธุรกิจทุกขนาดให้มีศักยภาพและพร้อมรับความท้าทายที่เกิดขึ้น

     ล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ สมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย และภาคเอกชน 5 กลุ่มธุรกิจ ประกอบด้วย (1) ผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่าย (Suppliers) (2) ผู้ให้บริการเทคโนโลยี/ระบบ POS/แพลตฟอร์ม (3) ผู้ให้บริการเสริม (4) สถาบันการเงิน และ (5) เครือข่ายธุรกิจ Moc Biz Club รวมกว่า 25 หน่วยงาน ได้รวมพลังส่งเสริมผู้ประกอบการโชห่วยไทยให้แข่งขันได้ท่ามกลางสภาวะการแข่งขันที่รุนแรง เติบโต และอยู่คู่สังคมไทยอย่างมั่นคง โดยร่วมกันวางกรอบการพัฒนาโชห่วยไทยทั้งระบบ พร้อมผลักดันโชห่วยไทยยืนหนึ่งบนเวทีค้าส่ง-ปลีกเคียงข้างผู้บริโภค เป้าหมายแรก คือ การผลักดันร้านค้าส่ง-ค้าปลีก ให้เป็น ‘สมาร์ทโชห่วย’ ผ่านโครงการ ‘สมาร์ทโชห่วย พลัส’

      อธิบดีฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการ ‘สมาร์ทโชห่วย พลัส’ เป็นกิจกรรมการส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการโชห่วยที่ครอบคลุมหลายมิติเพื่อผลักดันให้เป็น ‘สมาร์ทโชห่วย’ ซึ่งมีคุณสมบัติ 3 ประการ คือ (1) การมีภาพลักษณ์ร้านค้าที่ดี (2) มีการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการร้านค้า หรือ (3) มีช่องทางออนไลน์สำหรับให้บริการลูกค้า ทั้งนี้ การพัฒนาสมาร์ทโชห่วยมีเป้าหมายเพื่อลดต้นทุน เพิ่มรายได้ สร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ และร้านค้าสมาร์ทโชห่วยนี้จะเป็นแหล่งรับซื้อสินค้าของคนในชุมชน อันจะก่อให้เกิดการกระจายรายได้สู่ชุมชน เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

     โครงการนี้ เป็นโครงการระยะยาว มีระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (พ.ศ. 2565-2569) ครอบคลุมการดำเนินกิจกรรมหลัก 2 ส่วน คือ (1) การเสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการ และ (2) การนำองค์ความรู้มาพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างสมาร์ทโชห่วย โดยดึงคุณสมบัติข้างต้นมาเป็นจุดเด่น เพื่อสร้างข้อได้เปรียบในการแข่งขัน

     ทั้งนี้ การพัฒนาสมาร์ทโชห่วยต้องดำเนินการร่วมกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง อาศัยกลไกการทำงานร่วมกันทั้งส่วนกลางและพื้นที่ ซึ่งจะมีร้านค้าส่งท้องถิ่นที่ได้รับการพัฒนาจากกรมฯ ภายใต้การดูแลของสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย ทำหน้าที่ ‘พี่เลี้ยงโชห่วย’ คอยให้คำปรึกษา แนะนำ ช่วยพัฒนาร้านค้าโชห่วยเครือข่ายให้เติบโตไปด้วยกัน รวมทั้ง มีสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ช่วยติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด

     ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MoU) ขับเคลื่อนโครงการ ‘สมาร์ทโชห่วย พลัส’ ระหว่างกรมพัฒนาธุรกิจการค้า สมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย และหน่วยงานพันธมิตร ประมาณ ต้นเดือนสิงหาคม 2565 ซึ่งการลงนาม MoU ฉบับนี้ เป็นการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของทุกภาคส่วน เพื่อเริ่มต้นโครงการสมาร์ทโชห่วย พลัส

      อีกทั้ง เป็นการส่งสัญญาณว่ากรมฯ พร้อมที่จะขยายเครือข่ายพันธมิตรที่มีศักยภาพและพร้อมสนับสนุนโชห่วยในอนาคต โดยในปี 2565 กำหนดเสริมสร้างองค์ความรู้ให้ผู้ประกอบการโชวห่วยทั่วประเทศ 3,000 ราย และสร้างสมาร์ทโชห่วย 300 ราย และปี 2566 กำหนดแผนพัฒนาโชห่วยไทย มีเป้าหมายเสริมสร้างองค์ความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการโชห่วยทั่วประเทศ 3,000 ราย และสร้างสมาร์ทโชห่วย 400 ราย เป็นการเสริมแกร่งธุรกิจโชห่วยให้อยู่คู่คนไทยตราบนานเท่านาน

 

 Click Donate Support Web  

 

EXIM One 720x90 C J

วิริยะ 720x100

AXA 720 x100

aia 720 x100

PTG 720x100TU720x100sme 720x100

BANPU 720x100QIC 720x100

ais 720x100

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!