MGT ปี 68 กำไร 119.98 ลบ. เพิ่ม 14.88%ปันผล 0.065 บ.พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ
MGT ปี 68 กำไร 119.98 ลบ. เพิ่ม 14.88%ปันผล 0.065 บ.พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ
บริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) MGT ประกาศผลประกอบการปี 2568 สุดแข็งแกร่ง! โดยมีรายได้จากการขายรวม 1,208.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 12.69% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่ทำได้ 1,072.48 ล้านบาท กำไรสุทธิก็เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 14.88% ตอกย้ำความสำเร็จในการแสวงหาคู่ค้ารายใหม่และการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ
ดร.วิทยา อินาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมกาเคม (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) MGT แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ภาพรวมผลการดำเนินงานสำหรับ ผลประกอบการไตรมาสที่ 4 และสำหรับปี 2568 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ดังนี้
การดำเนินงานไตรมาส 4/2568 และปี 2568 เติบโตต่อเนื่องทั้งรายได้ และกำไร ไตรมาส 4/2568 บริษัทมีรายได้จากการขาย 290.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.23% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 89.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.10% แม้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 31% ลดลงเล็กน้อยจาก 32% ในปีก่อน ด้านค่าใช้จ่ายในการขาย และบริหารเพิ่มขึ้น 3.49% อยู่ที่ 50.72 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาสนี้อยู่ที่ 33.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.69%
สำหรับปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 1,208.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.69% จากปี 2567 กำไรขั้นต้น 371.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.14% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขาย และบริหารเพิ่มขึ้น 6.65% แต่สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อยอดขายลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิทั้งปีอยู่ที่ 119.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.88%
ทั้งนี้ บริษัทเดินหน้าขยายฐานลูกค้า ซัพพลายเออร์ และสินค้าใหม่ ควบคู่การพัฒนาเทคโนโลยี และบริหารความเสี่ยง เพื่อเสริมศักยภาพการแข่งขัน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
รายได้จากการขาย
ไตรมาสที่ 4/2568 บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น 26.99 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 10.23 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4/2567
สำหรับ ปี 2568 บริษัทมีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น 136.12 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 12.69 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2567
กำไรขั้นต้น
ไตรมาสที่ 4/2568 บริษัทมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 5.96 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7.10 เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4/2567
สำหรับ ปี 2568 บริษัทมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 31.10 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.14 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกัน ของปี 2567
ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายและบริหาร
ไตรมาสที่ 4/2568 บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายและบริหารเพิ่มขึ้น 1.71 ล้านบาท คิดเป็น ร้อยละ 3.49 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2567
สำหรับ ปี 2568 บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายและบริหารเพิ่มขึ้น 13.79 ล้านบาท หรือคิต เป็นร้อยละ 6.65 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2567 ซึ่งในไตรมาสที่ 4 และสำหรับปี 2568 อัตราค่าใช้จ่ายต่อยอดขายลดลงเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2567
กำไรสุทธิ
ไตรมาสที่ 4/2568 บริษัทมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 5.53 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 19.69 เมื่อเทียบกับไตรมาส เดียวกันของปี 2567
สำหรับ ปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น 15.54 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 14.88 เมื่อเทียบกับงวดเดียวกัน กับปี 2567
ผลการดำเนินงานของบริษัทสำหรับไตรมาสที่ 4 และสำหรับ ปี 2568 บริษัทสามารถสร้างผลกำไรได้อย่าง ต่อเนื่อง โดยบริษัทแสวงหาคู่ค้ารายใหม่ๆ (Customers, Suppliers, Products) เพิ่มขึ้น เพื่อเพิ่มปัจจัยบวกกับบริษัท ทั้งนี้ บริษัทได้มุ่งเน้นการพัฒนาด้านเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อนำมาปรับใช้ในการทำธุรกิจในหลายหลากแง่มุม และรองรับ การแข่งขันที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและอนาคต
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงแสวงหาโอกาสการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องอย่าง ต่อเนื่อง พร้อมทั้งหาวิธีป้องกันความเสี่ยงในทุกๆ ด้าน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อบริษัท เพื่อให้บริษัทได้บรรลุเป้าหมาย ในการเพิ่มผลกำไรและรักษาผลประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้น และบริษัท อย่างยั่งยืน
พร้อมกันนี้ บริษัทมีมติอนุมัติจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด ในอัตราหุ้นละ 0.065 บาท จากงวดดำเนินงานวันที่ 1 ก.ค. 2568 ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2568 โดยกำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) ในวันที่ 7 พ.ค. 2569 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิได้รับปันผล (Record date) วันที่ 8 พ.ค. 2569 ซึ่งกำหนดจ่ายเงินปันในวันที่ 22 พ.ค. 2569














