ASW โชว์ผลงานเด่นครึ่งปีแรก 68 ทำรายได้รวม 3,633 ล้านบาท ครึ่งหลังเตรียมโอนบิ๊กล็อตภูเก็ต ขยายธุรกิจรุกบีชคลับ-โรงแรม ดันรายได้โตตามเป้า

Category: บริษัทจดทะเบียน
Published on Wednesday, 13 August 2025 09:40
Hits: 206
LINE it!
ASW โชว์ผลงานเด่นครึ่งปีแรก 68 ทำรายได้รวม 3,633 ล้านบาท ครึ่งหลังเตรียมโอนบิ๊กล็อตภูเก็ต ขยายธุรกิจรุกบีชคลับ-โรงแรม ดันรายได้โตตามเป้า
0 Share

 8268 ASW H1 25

 ASW โชว์ผลงานเด่นครึ่งปีแรก 68 ทำรายได้รวม 3,633 ล้านบาท ครึ่งหลังเตรียมโอนบิ๊กล็อตภูเก็ต ขยายธุรกิจรุกบีชคลับ-โรงแรม ดันรายได้โตตามเป้า

     ASW เปิดความสำเร็จครึ่งปีแรก 2568 ทำรายได้รวม 3,633 ล้าน พร้อมกำไรสุทธิถึง 400 ล้าน ตอกย้ำการเงินแข็งแกร่ง TRIS Rating คงสถานะอันดับ `BBB-/Positive`ครึ่งปีหลังเดินหน้าตามแผน พร้อมเปิดโครงการใหม่ ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล-ภูเก็ต มุ่งบริหารจัดการโครงการพร้อมอยู่-รักษากระแสเงินสด เร่งเครื่องโอนบิ๊กโปรเจกต์ THE TITLE Legendary บางเทา และคอนโดสร้างเสร็จใหม่เพิ่ม 2 โครงการ มั่นใจยอดขาย-รายได้ตามเป้า พร้อมโชว์ Backlog แกร่ง 32,779 ล้าน ทยอยรับรู้รายได้ยาวถึงปี 2570 พร้อมเดินหน้าเสริมแกร่งพอร์ต Recurring Income ขยายสู่ธุรกิจใหม่ Hospitality ปั้นบีชคลับแห่งแรก`The Salute` ติดหาดในยาง และเล็งขยายโรงแรม นำร่องด้วย`voco Phuket Bangtao`พรีเมียมแบรนด์เครือ IHG แห่งแรกในภูเก็ต คาดเปิดให้บริการปี 2572

     นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นผู้นำด้านไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด `ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ`หรือ`We Build Happiness` เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 2/2568 (เมษายน-มิถุนายน 2568) บริษัททำรายได้รวม 1,829 ล้านบาท ส่งผลให้ ASW มีรายได้รวม 6 เดือนแรกของปี 2568 ทั้งสิ้น 3,633 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิสะสม 400 ล้านบาท 

      ทั้งนี้ ความสำเร็จดังกล่าวได้รับแรงหนุนจากการทยอยโอนกรรมสิทธิ์โครงการสร้างเสร็จใหม่ อาทิ แอทโมซ พาลาซิโอ ลาดพร้าว-วังหิน (Atmoz Palacio Ladprao-Wanghin), แอทโมซ แคนวาส ระยอง (Atmoz Canvas Rayong) และ เดอะ ไทเทิล เลเจนดารี บางเทา (THE TITLE Legendary Bang-Tao) โครงการเรือธงขอบริษัทในปีนี้ที่รับรู้การโอนได้ก่อนแผนที่ตั้งไว้ รวมถึงการโอนรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการคอนโดมิเนียมพร้อมอยู่ และกลุ่มโครงการบ้านแนวราบทั้งแบรนด์ ดิ ออเนอร์ (THE HONOR), ดิ อาเบอร์ (THE ARBOR), เอสต้า (ESTA) และ ฌาน (CHANN) ขณะที่ยอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ณ สิ้นไตรมาส 2/2568 มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 32,779 ล้านบาท ซึ่งสามารถทยอยรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570  

8268 THE TITLE Villa Kirara1 8268 THE TITLE Villa Kirara2       “ล่าสุด ASW ได้รับการคงอันดับเครดิตองค์กรที่ระดับ BBB- พร้อมแนวโน้ม Positive จาก TRIS Rating ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งด้านการเงิน และผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างมั่นคงของบริษัท โดยช่วงครึ่งแรกของปี เราสามารถส่งมอบงานและรับรู้รายได้ได้ตามกำหนด แม้ภาพรวมตลาดอสังหาฯจะเผชิญความกดดันจากเหตุแผ่นดินไหว และความท้าทายต่างๆ แต่เนื่องจากโครงการที่อยู่ในแผนสร้างเสร็จในปีนี้ และพอร์ตกว่า 90% ของ ASW เป็นโครงการแนวราบและคอนโดมิเนียม Low-rise จึงทำให้เราไม่ได้รับผลกระทบมากนัก นอกจากนี้ เรายังทำยอดขายในครึ่งปีแรกได้ถึง 12,957 ล้านบาท หรือคิดเป็น 66% ของเป้าทั้งปีที่ตั้งไว้ 19,500 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นอีกผลงานที่โดดเด่นในช่วงครึ่งปีแรก” นายกรมเชษฐ์ กล่าว

    นายกรมเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ในช่วงครึ่งหลังปี 2568 ถึงจะมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล สถานการณ์ทางการเมืองและภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายภาษีทรัมป์ที่กดดันเศรษฐกิจภาพรวมของประเทศ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค แต่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังมีแรงกระตุ้นหลายด้าน อาทิ แนวโน้มดอกเบี้ยขาลง การผ่อนคลายมาตรการ LTV ให้กู้ได้เต็ม 100% ในทุกระดับราคา การลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ตลอดจนดีมานด์ที่ยังมีอยู่ในทำเลเฉพาะ เช่น ใกล้สถานศึกษาและแนวรถไฟฟ้า ซึ่งผู้บริโภคกำลังรอซื้อในจังหวะที่รู้สึกคุ้มค่า ขณะที่ตลาดเมืองท่องเที่ยวอย่างภูเก็ต ยังคงมีกำลังซื้อจากชาวต่างชาติที่มองหาที่พักอาศัยระยะยาว (Long-Stay) สำหรับเป็นบ้านหลังที่สอง และท่องเที่ยวระยะสั้นในช่วงไฮซีซั่น

     สำหรับไฮไลต์ในช่วงครึ่งปีหลัง ASW เตรียมเปิดโครงการใหม่ มูลค่าโครงการรวมอีกกว่า 11,300 ล้านบาท ตามแผน `Growing Success, Growing Happiness` แบ่งเป็นโครงการในกรุงเทพฯและปริมณฑล อาทิ โครงการ เคฟ แอลลี่ แจ้งวัฒนะ (Kave Ally Chaengwattana), เคฟ คานิวัล รังสิต (Kave Carnival Rangsit) และโครงการ Leisure Residences ในภูเก็ต บนทำเลศักยภาพ อาทิ โครงการ เดอะ ไทเทิล วิลล่า คิรารา (The Title Villa Kirara) โครงการพูลวิลล่าสุดหรูบนย่านเชิงทะเล ตั้งอยู่ภายในโครงการมิกซ์ยูส`THE TITLE PARK` ขนาดกว่า 100 ไร่ พัฒนาโดยบริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ TITLE บริษัทย่อยในเครือ ซึ่งเปิดตัวโครงการไปแล้วเมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่าน และยังมีโครงการใหม่ที่ต้องรอติดตาม เพื่อรองรับดีมานด์ชาวต่างชาติที่จะเดินทางเข้าประเทศช่วงไฮซีซั่นในไตรมาส 4/2568 ถึง 1/2569

      นอกจากนี้ ในช่วงครึ่งปีหลัง ASW และ TITLE ยังร่วมกันขยายสู่ธุรกิจใหม่ด้านโรงแรมและการบริการ (Hospitality) เป็นครั้งแรกที่ภูเก็ต ซึ่งเป็นหนึ่งใน World Destination หรือจุดหมายปลายทางของเหล่านักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Income) เสริมความแข็งแกร่งให้กับบริษัท โดยลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพและเชื่อมโยงกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ได้แก่ 1.เดอะ ซาลูท (The Salute) ธุรกิจบีชคลับแห่งแรก บนทำเลติดหาดในยาง คาดพร้อมเปิดให้บริการในช่วงไตรมาสแรกของปี 2569 

    2.โรงแรมโวโค ภูเก็ต บางเทา (voco Phuket Bangtao) แบรนด์โรงแรมระดับพรีเมียมในเครืออินเตอร์คอนติเนนตัล โฮเต็ลส์ กรุ๊ป (IHG Hotels & Resorts) ผู้นำธุรกิจโรงแรมระดับโลก และเป็นโรงแรมแบรนด์ voco แห่งแรกในภูเก็ต จำนวน 175 ห้องพัก มาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งร้านอาหาร เลานจ์ บาร์ สระว่ายน้ำ และฟิตเนส ใจกลางย่านบางเทา ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ตเพียง 30 นาที โดยคาดว่าเปิดให้บริการภายในปี 2572 และมีแผนจะขยายโรงแรมเพิ่มอีก 2 แห่งในทำเลบางเทา และกะตะ 

8268 voco Phuket Bangtao

 

          ASW ยังคงมุ่งรักษาสภาพคล่องทางการเงินและกระแสเงินสด (Cash Flow) ให้แข็งแกร่ง โดยเร่งโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่อาศัยให้ได้ตามแผนงาน ทั้งโครงการสร้างเสร็จใหม่ในครึ่งปีแรกที่ยังคงทยอยโอนต่อเนื่อง และโครงการสร้างเสร็จใหม่ที่เตรียมรับรู้รายได้ในครึ่งปีหลังอีกจำนวน 3 โครงการ ได้แก่ 1.เดอะ ไทเทิล เลเจนดารี บางเทา (THE TITLE Legendary Bang-Tao) โครงการ Leisure Condominium ในภูเก็ต มูลค่าโครงการ 4,500 ล้านบาท อีกหนึ่งโครงการไฮไลต์ที่กวาดยอดขายไปแล้วกว่า 89% และทยอยรับรู้รายได้เร็วกว่ากำหนด ตั้งแต่ปลายไตรมาส 2/2568 ซึ่งจะมีการโอนต่อเนื่องไปถึงช่วงไฮซีซั่นนี้ 2.มารูน รัชดา 32 (Maroon Ratchada 32) มูลค่าโครงการ 900 ล้านบาท และ 3.เคฟ วันเดอร์แลนด์ (Kave Wonderland) มูลค่าโครงการ 2,550 ล้านบาท

          “สถานการณ์เศรษฐกิจปีนี้มีความซับซ้อนมากขึ้น เราจึงต้องพร้อมปรับตัวและวางแผนอย่างรอบคอบ เราโฟกัสกับการมีวินัยทางการเงินที่เข้มแข็ง การบริหารจัดการพอร์ตโครงการ Ready to Move การดูแลต้นทุนค่าใช้จ่าย และการคุมคุณภาพโครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ ASW ยังก้าวต่อได้อย่างมั่นคงตามแผนและเป้าหมายที่ประกาศไว้ตั้งแต่ต้นปี วันนี้เราเดินมาเกินครึ่งทางแล้ว เรามั่นใจว่าจากแผนการรับรู้รายได้โครงการที่สร้างเสร็จใหม่ในปีนี้ รวมถึงการเปิดโครงการใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะโครงการที่ภูเก็ตในช่วงไฮซีซั่นนี้ จะช่วยขับเคลื่อน ASW ให้เติบโตได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้” นายกรมเชษฐ์ กล่าวสรุป

          สำหรับบริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยมุ่งพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวสูงและแนวราบบนทำเลศักยภาพ ภายใต้แนวคิด “ความสุขที่ออกแบบมาเพื่อคุณ” หรือ “We Build Happiness” ปัจจุบันได้พัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมและโครงการบ้านจัดสรรมาแล้วกว่า 80 โครงการ ภายใต้แบรนด์ในเครือที่ออกแบบมาเพื่อสร้างความสุขให้เหมาะกับทุกไลฟ์สไตล์ ได้แก่ แบรนด์ เคฟ (KAVE), แบรนด์ แอทโมซ (ATMOZ), แบรนด์ โมดิซ (MODIZ), แบรนด์ เอสต้า (ESTA), แบรนด์ ดิ อาเบอร์ (THE ARBOR), แบรนด์ ดิ ออเนอร์ (THE HONOR) รวมถึงแบรนด์ภายใต้บริษัท ร่มโพธิ์ พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ “TITLE” ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ รวมมูลค่าโครงการกว่า 132,851 ล้านบาท แบ่งเป็นโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและโครงการพร้อมอยู่ 25 โครงการ และโครงการที่กำลังเปิดขายและอยู่ระหว่างการพัฒนา 19 โครงการ และ ณ สิ้นไตรมาส 2/2568 มียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) มูลค่ารวมกว่า 32,779 ล้านบาท

  

8268

Click Donate Support Web 

PTG 720x100MTI 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100EXIM One 720x90 C JMTL 720x100SME720x100 2024

CKPower 720x100

QIC 720x100วิริยะ 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100ธกส 720x100ใจฟู720x100pxAXA 720 x100