หมวดหมู่: พาณิชย์

1aaa สมเด็จ สุสมบูรณ์

พาณิชย์ กางแผนจัดงานแสดงสินค้าตลาดอาเซียนปี 64 ตั้งเป้านำ SMEs ลุยขาย รวม 12 ครั้ง

   กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กางแผนจัดงานแสดงสินค้าไทยในตลาดอาเซียนปีงบประมาณ 64 ทั้ง Top Thai Brand , Thailand Week และ Mini Thailand Week รวม 12 ครั้ง ตั้งเป้านำผู้ประกอบการ SMEs ไปขยายตลาดต่อเนื่อง หลังครึ่งปี 63 จัดไป 3 ครั้ง ทำยอดขายทันที 196.88 ล้านบาท และจะซื้อภายใน 1 ปีอีก 337.76 ล้านบาท เผยสินค้าไทยสุดฮอต อาหารเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง เครื่องประดับ เครื่องใช้ไฟฟ้า แฟชั่นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

    นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2564 กรมฯ มีแผนการจัดโครงการ Top Thai Brand , Thailand Week และ Mini Thailand Week ในภูมิภาคอาเซียนจำนวน 12 งาน เพื่อนำผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (SMEs) ออกไปขยายตลาดในอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสสำหรับ SMEs ของไทย เพราะสินค้าไทยเป็นที่ยอมรับในคุณภาพ มาตรฐาน และคาดว่าสินค้าไทยจะได้รับความนิยมและขยายตลาดเข้าสู่ตลาดอาเซียนได้เพิ่มขึ้น

      โดยรายละเอียดการจัดงาน ได้แก่ 1.งาน Top Thai Brand 2021 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา 2.งาน Top Thai Brand 2021 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว 3.งาน Top Thai Brand 2021 ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา 4.งาน Top Thai Brand 2021 ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม 5.งาน Top Thai Brands 2021 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม 6.งาน Thailand Week 2021 ณ กรุงสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์ 7.งาน Thailand Week 2021 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ 8.งาน Thailand Week 2021 ณ เมืองดาเวา ประเทศฟิลิปปินส์ 9.งาน Mini Thailand Week 2021 ณ เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา 10.งาน Mini Thailand Week 2021 ณ เมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย 11.งาน Mini Thailand Week 2021 ณ เมืองมะริด ประเทศเมียนมา และ 12.งาน Mini Thailand Week 2021 ณ เมืองเกิ่นเทอ ประเทศเวียดนาม

     สำหรับ ผลการจัดงาน Top Thai Brand 2020 ในช่วงปี 2563 ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนมิ.ย.2563 ได้จัดไปแล้ว 3 ครั้ง ที่กัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา โดยที่กัมพูชา และเมียนมา สามารถจัดได้ปกติ เพราะเป็นการจัดก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ที่สปป.ลาว ได้ยกเลิกการจัดงานและปรับการเจรจาธุรกิจแทน แต่ทั้ง 3 งานถือว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย โดยมียอดซื้อทันที 196.88 ล้านบาท และจะซื้อภายใน 1 ปีอีก 337.76 ล้านบาท

      โดยรายละเอียดการจัดงานที่กรุงพนมเปญ กัมพูชา จัดวันที่ 6-9 ก.พ.2563 มีผู้ประกอบการเข้าร่วม 173 บริษัท จำนวน 264 คูหา มีผู้เข้าชมงาน 45,000 คน โดยสินค้าที่มีศักยภาพ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง เครื่องประดับ เครื่องใช้ในครัวเรือน และอิเล็กทรอนิกส์ มียอดสั่งซื้อทันที 25.48 ล้านบาท ภายใน 1 ปี 165.36 ล้านบาท และที่ย่างกุ้ง เมียนมา จัดวันที่ 12-15 มี.ค.2563 มีผู้ประกอบการเข้าร่วม 108 บริษัท 132 คูหา มีผู้เข้าชมงาน 22,000 คน สินค้าที่ได้รับความนิยม เช่น อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง แฟชั่น และมียอดสั่งซื้อทันที ทันที 6 ล้านบาท ภายใน 1 ปี 113.2 ล้านบาท ส่วนที่เวียนจันทน์ สปป.ลาว จัดวันที่ 4-8 มี.ค.2563 ได้ยกเลิกการจัดงานและปรับเป็นการเจรจาธุรกิจแทน มีสินค้าที่ได้รับความนิยม เช่น เกษตรออร์แกนิก (ปุ๋ย) มียอดการสั่งซื้อทันที 165.4 ล้านบาท ภายใน 1 ปี 59.2 ล้านบาท

    ทั้งนี้ กรมฯ ยังมีกำหนดจัดงานอีก 2 ครั้ง ที่ฮานอย เวียดนาม วันที่ 9-12 ก.ค.2563 จำนวน 100 คูหา และที่โฮจิมินห์ เวียดนาม วันที่ 6-9 ส.ค.2563 จำนวน 100 คูหา โดยการจัดงานจะให้ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายสินค้าไทยในท้องถิ่นจัดแสดงสินค้าเป็นหลัก โดยไม่มีผู้ประกอบการจากไทยเดินทางไป เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

DITP โชว์ผลจัด Top Thai Brand ตลาดอาเซียน 3 ประเทศ สร้างยอดขายกว่า 534 ล้าน

       กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โชว์ผลการจัดงาน Top Thai Brand ตลาดอาเซียนช่วงครึ่งปี 63 สินค้าไทยสุดฮอต มียอดซื้อทันที 196.88 ล้านบาท และจะซื้อภายใน 1 ปีอีก 337.76 ล้านบาท เผยอาหารเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง เครื่องประดับ เครื่องใช้ไฟฟ้า แฟชั่นได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก พร้อมกางแผนลุยจัดต่อปีงบประมาณ 64 อีก 12 โครงการ มั่นใจดันสินค้าของ SMEs ไทย เจาะตลาดอาเซียนได้เพิ่มขึ้น  

       นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยถึงผลการจัดงาน Top Thai Brand 2020 ในช่วงปี 2563 ตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนมิถุนายน 2563 ว่า การจัดงานในปีนี้ กรมฯ ได้จัดงานไปแล้ว 3 ครั้ง ที่กัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา โดยที่กัมพูชา และเมียนมา สามารถจัดได้ปกติ เพราะเป็นการจัดก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่ที่สปป.ลาว ได้ยกเลิกการจัดงานและปรับการเจรจาธุรกิจแทน แต่ทั้ง 3 งานถือว่าประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย โดยมียอดซื้อทันที 196.88 ล้านบาท และจะซื้อภายใน 1 ปีอีก 337.76 ล้านบาท

      สำหรับ รายละเอียดการจัดงานที่กรุงพนมเปญ กัมพูชา จัดวันที่ 6-9 กุมภาพันธ์ 2563 มีผู้ประกอบการเข้าร่วม 173 บริษัท จำนวน 264 คูหา มีผู้เข้าชมงาน 45,000 คน โดยสินค้าที่มีศักยภาพ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง เครื่องประดับ เครื่องใช้ในครัวเรือน และอิเล็กทรอนิกส์ มียอดสั่งซื้อทันที 25.48 ล้านบาท ภายใน 1 ปี 165.36 ล้านบาท และที่ย่างกุ้ง เมียนมา จัดวันที่ 12-15 มีนาคม 2563 มีผู้ประกอบการเข้าร่วม 108 บริษัท 132 คูหา มีผู้เข้าชมงาน 22,000 คน สินค้าที่ได้รับความนิยม เช่น อาหารและเครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสำอาง แฟชั่น และมียอดสั่งซื้อทันที ทันที 6 ล้านบาท ภายใน 1 ปี 113.2 ล้านบาท

      ส่วนที่เวียนจันทน์ สปป.ลาว จัดวันที่ 4-8 มีนาคม 2563 ได้ยกเลิกการจัดงานและปรับเป็นการเจรจาธุรกิจแทน มีสินค้าที่ได้รับความนิยม เช่น เกษตรออร์แกนิก (ปุ๋ย) มียอดการสั่งซื้อทันที 165.4 ล้านบาท ภายใน 1 ปี 59.2 ล้านบาท

      ทั้งนี้ กรมฯ ยังมีกำหนดจัดงานอีก 2 ครั้ง ที่ฮานอย เวียดนาม วันที่ 9-12 กรกฎาคม 2563 จำนวน 100 คูหา และที่โฮจิมินห์ เวียดนาม วันที่ 6-9 สิงหาคม 2563 จำนวน 100 คูหา โดยการจัดงานจะให้ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายสินค้าไทยในท้องถิ่นจัดแสดงสินค้าเป็นหลัก โดยไม่มีผู้ประกอบการจากไทยเดินทางไป เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19

     นายสมเด็จกล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2564 กรมฯ มีแผนการจัดโครงการ Top Thai Brand , Thailand Week และ Mini Thailand Week ในภูมิภาคอาเซียนจำนวน 12 งาน เพื่อนำผู้ประกอบการ SMEs ออกไปขยายตลาดในอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสสำหรับ SMEs ของไทย เพราะสินค้าไทยเป็นที่ยอมรับในคุณภาพ มาตรฐาน และคาดว่าสินค้าไทยจะได้รับความนิยมและขยายตลาดเข้าสู่ตลาดอาเซียนได้เพิ่มขึ้น

     โดยรายละเอียดการจัดงาน ได้แก่ 1.งาน Top Thai Brand 2021 ณ กรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา 2.งาน Top Thai Brand 2021 ณ นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว 3.งาน Top Thai Brand 2021 ณ กรุงย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา 4.งาน Top Thai Brand 2021 ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม 5.งาน Top Thai Brands 2021 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม 6.งาน Thailand Week 2021 ณ กรุงสิงคโปร์ ประเทศสิงคโปร์ 7.งาน Thailand Week 2021 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ 8.งาน Thailand Week 2021 ณ เมืองดาเวา ประเทศฟิลิปปินส์ 9.งาน Mini Thailand Week 2021 ณ เมืองเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา 10.งาน Mini Thailand Week 2021 ณ เมืองสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย 11.งาน Mini Thailand Week 2021 ณ เมืองมะริด ประเทศเมียนมา และ 12.งาน Mini Thailand Week 2021 ณ เมืองเกิ่นเทอ ประเทศเวียดนาม

     ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169

DITP เผยงาน Mini Thailand Week 2020 ที่ไฮฟองสุดฮอต ชาวเวียดนามแห่ซื้อสินค้า ขายได้กว่า 18 ล้าน

          กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) โชว์ผลการจัด Mini Thailand Week 2020 ที่ไฮฟอง เมืองรองเวียดนาม ประสบความสำเร็จเกินคาด ผู้บริโภคชาวเวียดนามแห่ซื้อสินค้าไทยทะลัก 1.2 แสนคน ทำยอดขาย 5.97 แสนเหรียญสหรัฐ หรือกว่า 18 ล้านบาท เผยผลไม้ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องประดับ ของใช้ในบ้าน เสื้อผ้า รองเท้าสุดฮอต แถมเรียกร้องให้จัดแบบนี้อีกทุกปี

          นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) เปิดเผยถึงผลการจัดงานแสดงสินค้า Mini Thailand Week 2020 ณ เมืองไฮฟอง ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ 25-28 มิถุนายน 2563 ว่า การจัดงานในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมงาน 40 ราย 67 คูหา และถือว่าประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย โดยได้รับความสนใจจากประชาชนในเมืองไฮฟองเป็นอย่างยิ่ง มีผู้เข้าชม งาน ในช่วง 4 วัน มีจำนวนถึง 120,000 คน มีมูลค่าการซื้อขายสินค้าประมาณ 597,000 เหรียญสหรัฐ หรือกว่า 18 ล้านบาท โดยสินค้าที่ได้รับความสนใจมากที่สุด ได้แก่ ผลไม้ไทย ดอกไม้ประดิษฐ์เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น พัดลม พัดลมไอน้ำ เครื่องประดับ ของใช้ในบ้าน เช่น ยาสระผม ครีมอาบน้ำ ผงซักฟอก และน้ำยาล้างจาน ผลิตภัณฑ์พลาสติก เสื้อผ้า รองเท้า และอื่นๆ

          ทั้งนี้ ในช่วงการจัดงาน นอกเหนือจากโซนขายสินค้า ยังจัดให้มีพื้นที่จัดสาธิตศิลปวัฒนธรรมไทย มีคูหา information stand ของสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงฮานอย เพื่อให้ข้อมูลด้านธุรกิจและสินค้าไทย กับผู้ที่สนใจ รวมถึงพื้นที่จัดแสดงตราสัญลักษณ์ Thai Select และ Thailand Trust Mark ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวเมืองไฮฟองเช่นเดียวกัน

          “การจัดงานในครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาด เพราะผู้เข้าร่วมงานทั้งหมดแสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่ามีความพึงพอใจมากกับการจัดงาน และอยากให้มีการจัดงานขึ้นทุกๆ ปี อยากให้มีรูปแบบการจัดงานที่มีสินค้าหลากหลาย เพราะสินค้าไทยมีคุณภาพ เหมาะสมกับราคา และขอให้จัดงานใหญ่ยิ่งขึ้น รวมทั้งมีความชอบในการแสดงศิลปะไทยทั้งหมด ได้แก่ ศิลปะการแสดง และอาหารไทย และมีผลไม้ไทยให้ลองทานภายในการจัดงาน”นายสมเด็จกล่าว

          นางสาวพรรณกาญจน์ เจียมสุชน ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงฮานอย เวียดนาม กล่าวว่า จากการสอบถามความเห็นผู้บริโภค และการสังเกตพฤติกรรมผู้บริโภคที่เดินทางมาเยี่ยมชมงาน พบว่าสินค้าไทย ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากมีความเชื่อมั่นในคุณภาพสินค้า แม้จะมีราคาแพงกว่าสินค้าประเภทเดียวกันที่ผลิตจากจีนหรือเวียดนาม เพราะสินค้าไทยมีความคุ้มค่าต่อราคาที่ได้ซื้อไป เช่น สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า พัดลม พัดลม ไอน้ำ มีคุณภาพดี ทนทาน สำหรับสินค้าดอกไม้ประดิษฐ์ที่ทำจากผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ได้รับความนิยมมาก เนื่องจากชาวเวียดนามเหนือ นิยมประดับตกแต่งบ้านด้วยดอกไม้และจะซื้อพร้อมกับแจกันหรือภาชนะที่ผลิตจากธรรมชาติ เช่น ไม้มะม่วง เป็นต้น นอกจากนั้นผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวและอาหารต่างๆ ยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภค เนื่องจากมั่นใจในคุณภาพสินค้า สำหรับสินค้าที่ขายดีอีกประเภท ได้แก่ น้ำยาล้างอัญมณี เนื่องจากชาวไฮฟองเป็นคนมีฐานะดี มีทรัพย์สินในรูปอัญมณีอยู่มาก ถึงแม้ว่าจะไม่นิยมนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน แต่จะนำออกมาใช้ในการออกงานสำคัญ จึงต้องการหาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพทำความสะอาดอัญมณี

          “การจัดงานในครั้งนี้ นอกจากจะสามารถประชาสัมพันธ์สินค้าไทย ให้เป็นที่รู้จักของชาวไฮฟองแล้ว ยังก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีกับหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งการจัดงานทุกครั้งจะได้รับเกียรติจากหน่วยงานท้องถิ่นในการร่วมพิธีเปิดงาน อาทิ คณะกรรมการประชาชนส่วนจังหวัด สำนักงานอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ เมืองไฮฟอง และหอการค้าเวียดนาม สาขาเมืองไฮฟอง ซึ่งหน่วยงานต่างๆ มีความยินดีที่ สคต. ฮานอย จัดงานแสดงสินค้าที่เมืองไฮฟอง อันเป็นการแสดงให้เห็นว่าให้ความสำคัญ และเป็นการสานต่อการจัดงานที่ผ่านมา ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง พร้อมทั้งขอให้ สคต. พิจารณาการจัดงานที่ไฮฟอง เป็นประจำทุกปี โดยขอให้เพิ่มจำนวนผู้ประกอบการที่นำสินค้ามาจัดแสดง เนื่องจากเชื่อมั่น ว่าสินค้าไทยยังคงเป็นที่นิยมของชาวไฮฟองอีกมาก”น.ส.พรรณกาญจน์กล่าว

          สำหรับเมืองไฮฟอง เป็นเมืองที่มีความสำคัญรองจากกรุงฮานอย เนื่องจากเป็นเมืองท่าสำคัญทางตอนเหนือมีประชากรทั้งสิ้น กว่า 3 ล้านคน อาชีพส่วนใหญ่ ได้แก่ การบริการด้านการท่องเที่ยว การขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และเกษตรกร รายได้ เฉลี่ยต่อหัว 2,900-3,000 เหรียญสหรัฐ ปัจจุบันมีทางด่วน เชื่อมต่อระหว่างฮานอยและไฮฟอง ส่งผลให้การสัญจรระหว่างฮานอยและไฮฟอง รวดเร็วและสะดวกสบายยิ่งขึ้น

          ส่วนการจัดงาน Mini Thailand Week ที่เมืองไฮฟอง จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 โดยผู้เข้าร่วมงานเป็นบริษัทเวียดนามที่นำเข้าสินค้าไทย เพื่อนำเสนอสินค้าและผลิตภัณฑ์ไทย โดยมีเป้าหมายหลัก คือ การส่งเสริมผลิตภัณฑ์อาหาร เครื่องดื่ม ของใช้ ในครัวเรือน และแฟชั่น (ชุดชั้นใน รองเท้า กระเป๋า) งานจัดขึ้นที่ Hai Phong International Exhibition Center ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางมาร่วมงานได้สะดวก เนื่องจากมีพาหนะสาธารณะ เช่น รถประจำทางวิ่งผ่านสม่ำเสมอ และบริษัทที่เป็นผู้รับจัดงานได้มีการลงสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์การจัดงานทั้งในสื่อสิ่งพิมพ์ท้องถิ่นและสื่อ ระดับประเทศ เพื่อเชิญชวนผู้บริโภคให้เดินทางมาเยี่ยมชมงานแสดงสินค้า ทำให้งานได้รับความสนใจยิ่งขึ้น

          ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ www.ditp.go.th หรือสายตรงการค้าระหว่างประเทศ โทร 1169

COREHOON

******************************************

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!