หมวดหมู่: บทวิเคราะห์

บล.คิงส์ฟอร์ด : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 29-5-2020k f

Market Wrap-Up

  • •   SET ปิดวันที่ 28 พ.ค.63 ปิด -7.60 จุด อยู่ที่ 1,337.51 จุด มูลค่าการซื้อขาย 85,822 ลบ.ต่างชาติขาย 763 ลบ. สถาบันซื้อ 1,463 ลบ. พอร์ตโบรกขาย 266 ลบ.ยอด NVDR มียอดซื้อสุทธิอยู่ที่ 70 ลบ.โดยมียอดซื้อหุ้น SAWAD,MTC,IVL,PTT,KTB และมียอดขายหุ้น CPALL,SCC,TMB,STA,KBANK มูลค่า Short Sales อยู่ที่ระดับ 615 ลบ หุ้นที่มีมูลค่า Short สูงคือ BBL,KBANK,AOT โดยนักลงทุนต่างประเทศมีสถานะ Short ใน Index Futures จำนวน 1,069 สัญญาและมียอด Long สะสมตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 105,145 สัญญา นักลงทุนต่างชาติขายพันธบัตรจำนวน 1,601 ลบ.
  • •   ตลาดหุ้นสหรัฐ Down Jones ปิด -0.58% , S&P500 -0.21%, Nasdaq -0.46% ถูกแรงขายจากหุ้นกลุ่มพลังงาน, กลุ่มเทคโนโลยี Tweeter , Facebook กังวลต่อความขัดแย้งสหรัฐ จีน หลังจีนผ่านร่าง กม.ความมั่นคงฉบับใหม่ที่จะใช้ควบคุมฮ่องกง ขณะที่ ก.พาณิชย์สหรัฐรายงาน GDP สหรัฐ Q1/63 ครั้งที่ 2 ที่ -5 % หดตัวมากว่าครั้งแรก 1 ที่ -4.8 % เป็นกระทบจากการล็อคดาวน์ช่วงไวรัสระบาด ตลาดหุ้นยุโรป Stoxx600 ปิด +1.64% ได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธุรกิจสุขภาพ หลังแกล็กโซสมิธไคลน์มีแผนเพิ่มการผลิตวัคซีนต้านไวรัส Covid-19 จำนวน 1 พัน ล.โดสในปีหน้า หุ้นยุโรปปรับขึ้นตอบรับการเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งและการจัดตั้งกองทุนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจกลุ่มยูโรโซนวงเงินทั้งหมด 1.85 ลล.ยูโร

Market View

  • •   ภาวะการการลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐวานนี้ปรับฐานลง หลัง ก.พาณิชย์สหรัฐรายงาน GDP สหรัฐ Q1/63 ครั้ง 2 หดตัว -5 % โดยการลงทุนลดลงแรงในช่วงล็อกดาวน์ และคาด GDP สหรัฐ Q2/63 อาจหดตัวแรง -40 % ส่วนประเด็นข้อขัดแย้งสหรัฐ จีน หลังจีนผ่าน กม.ความมั่นคงฉบับใหม่เพื่อควบคุมฮ่องกงนั้น ส่งผลให้สหรัฐอาจต้องตัดสถานะพิเศษทางการค้ากับฮ่องกง และช่วงค่ำวันนี้ติดตามถ้อยแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์ ว่าใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อจีนเพิ่มหรือไม่ ส่งผลให้ความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น สำหรับดัชนีหุ้นไทยวานนี้ปิด -0.57 % สถาบันซื้อ 1.46 พัน ลบ. หุ้นกลุ่ม Global Play เช่น พลังงาน ปิโตรเคมี ปรับตัวลดลง โดยรัสเซียต้องการขยับเพิ่มกำลังการผลิต หลังเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของอุปสงค์ความต้องการใช้น้ำมัน ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารปรับขึ้นเป็นกลุ่ม Laggard และคาดแนวโน้มสินเชื่อมีโอกาสฟื้นตัวหลังมาตรการคลายล็อกดาวน์ วันนี้ที่ประชุม ศบค.จะพิจารณาคลายล็อกเฟส 3 จะลดเวลาเคอร์ฟิวส์เป็น 5 ทุ่ม ตี3, อนุญาตจัดกิจกรรมอีเว้นท์ , เปิดห้างถึง 3 ทุ่ม , โรงหนัง สปา และร้านอาหารนั่งทาน 4-6 คน ส่วนดัชนี MSCI วันนี้จะนำหุ้น BAM, AWC, KTC เข้ามาคำนวณดัชนี Global Standard Index หุ้นที่ถูกเพิ่มน้ำหนัก เช่น BTS, MTC, RATCH และลดน้ำหนัก เช่น GULF, CPALL, PTT, EA, SCC

Daily Strategy

  • •   ประเมินดัชนี SET มีแนวโน้มชะลอตัวเพื่อรอประเมินสถานการณ์สหรัฐ จีน โดยวาง Filter แนวรับที่ 1,323 - 1328 จุด แนวต้าน 1,3401,350 จุด แนะนำซื้อกลุ่ม Defensive เช่น TU, RATCH / เก็งกำไรระยะสั้น SPA, MAJOR (+ ปลดล็อกเฟส3 )
  • •   PRM* (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 8.90 บาท) คาดแนวโน้มผลประกอบการ 2Q63 ยังดีต่อเนื่อง แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 ต่อธุรกิจเรือขนส่งในประเทศ อย่างไรก็ตามมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจเรือ FSU ที่มีความต้องการใช้ในตลาดเพื่อเก็บน้ำมันเพิ่มขึ้น ซึ่งบริษัทมีจำนวนเรือทั้งสิ้น 8 ลำ โดย 1 ลำ ได้ปรับขึ้นค่าบริการไปแล้วตั้งแต่ไตรมาส 1 ส่วนอีก 5 ลำ จะเริ่มปรับขึ้นค่าบริการตั้งแต่เดือน เม.ย.ส่วนที่เหลือปรับขึ้นใน 2H ส่งผลให้ค่าบริการโดยเฉลี่ยจะปรับขึ้นราว 25% มองข้ามไปช่วงที่เหลือของปีรอรัฐคลาย Lockdown หนุนความต้องการน้ำมันอากาศยานกลับมา และติดตามการลงทุนหาซื้อเรือ FSU เข้ามาเพิ่มเพื่อ Capture demand ลูกค้าของ Hin Leong ที่เพิ่งล้มละลายไป
  • •   MTC* (ซื้อเก็งกำไร / ราคาเป้าหมาย Bloomberg Consensus 50.75 บาท) ได้ประโยชน์จากทั้งดอกเบี้ยที่เป็นขาลงทำให้ต้นทุนเงินทุนของ MTC ต่ำลงและการที่มาตรการลดภาษีรถใหม่ยังไม่ผ่านก็ทำให้ราคารถมือ 2 ยังไม่ตกด้วย สำหรับปีนี้ผู้บริหารยังคงเป้าหมายการเติบโตที่ 20-25% YoY โดยมีแผนจะขยายสาขาเพิ่มในปีนี้อีกราว 600 สาขา (1Q63 ขยายไปแล้ว 187 สาขา) ขณะเดียวกันหลังการคลาย Lock Down และกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมาทำให้การปล่อยสินเชื่อกลับมาขยายตัวได้อีกครั้ง สำหรับประมาณการกำไของ MTC ในปี 2563-2564 ตลาดประเมินกำไรสุทธิ 4.7 พัน ลบ. และ 5.8 พัน ลบ. ขยายตัว +11%YoY และ +23%YoY ตามลำดับ

Daily Key Factors

Oil Update (+) WTI Futures ก.ค.ปิด +0.90 ดอลลาร์ อยู่ที่ 33.71 ดอลลาร์/บาร์เรล Brent Futures ก.ค. ปิด +0.55 ดอลลาร์ อยู่ที่ 35.29 ดอลลาร์/บาร์เรล EIA จะรายงานสต็อคน้ำมันดิบสหรัฐสัปดาห์ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้น 7.9 ล.บาร์เรล สวนทางคาดจะลดลง 1.2 ล.บาร์เรล แต่สต็อคน้ำมันเบนซินลดลง 7 แสน บาร์เรล จากการเริ่มใช้รถยนต์หลังเปิดเศรษฐกิจ  

Gold Update (+) Gold Futures ส.ค.ปิด +1.50 ดอลลาร์ อยู่ที่ 1,728.30 ดอลลาร์/ออนซ์ ได้แรงหนุนหลังรายงาน GDP สหรัฐ Q1/63 หดตัว -5 % และรอประเมินสถานการณ์สหรัฐ จีน ในประเด็น กม.ความมั่นคงฉบับใหม่ของฮ่องกงขณะที่ดัชนี Dollar Index อ่อนค่า -0.69 % อยู่ที่ 98.3887

Fund Flow (-) Fund Flow ต่างชาติในตลาด TIP วานนี้ขายสุทธิ -3.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ   ขายหุ้นไทย -23.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อหุ้นอินโด +29.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขายหุ้นฟิลิปปินส์ -9.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

(0) ค่าเงินบาทเช้านี้ทรงตัว อยู่ที่ 31.843 บาทดอลลาร์สหรัฐ

(-) ดัชนี BDI ปิด -13.00 อยู่ที่ 489 จุด

(0) ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ 10 ปี อยู่ที่ 0.682 % , 2 ปี อยู่ที่ 0.168 %

(0) ค่าเงินหยวน off-shore แข็งค่าอยู่ที่ 7.1743/USD

(-) สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ไทย คาด GDP ไทยปีนี้หดตัว -5 % และ Q2/63 คาดจะหดตัว -13 %

(-) องค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UNWTO) คาดการท่องเที่ยวระหว่างประเทศปีนี้ลดลง -70 % ส่งผลให้มีคนว่างงาน 110 ล.ราย

Economic Calendar

ในประเทศ

สัปดาห์ที่5   สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)รายงานภาวะเศรษฐกิจการคลัง, ภาวะเศรษฐกิจภูมิภาค, ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค

27 พ.ค.   สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม(สศอ.)แถลงดัชนีอุตสาหกรรม

29 พ.ค.   ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย

ต่างประเทศ

25 พ.ค.   US วันหยุด - วันระลึกถึงทหารที่จากไป

26 พ.ค.   US รายงานความเชื่อมั่นผู้บริโภคจากซีบี (พ.ค.)

   US ยอดขายบ้านใหม่ (เม.ย.)

28 พ.ค.   US ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน (เดือนต่อเดือน) (เม.ย.)

   US ดัชนีจีดีพี (ไตรมาสต่อไตรมาส) (ไตรมาส 1)

   US จำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรก

   US ยอดขายบ้านที่รอการปิดการขาย (เดือนต่อเดือน) (เม.ย.)

   US สินค้าคงคลังน้ำมันดิบ

29 พ.ค.     EU ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) (ปีต่อปี) ( พ.ค.)

Theme Strategy

(1) กลุ่ม Defensive Stock BCPG*, BGRIM*, BPP*, GPSC*, GULF*, ADVANC, INTUCH*

(2) กลุ่มที่อิงการบริโภคในประเทศ CPALL*, CBG*, ICHI*, OSP*

(3) กลุ่มรับประโยชน์ ศก.ชะลอ NPL เพิ่ม และสินเชื่อส่วนบุคคล BAM*, CHAYO*, JMT*, MTC*, SAWAD*

(4) กลุ่มส่งออกอาหารเงินบาทอ่อนค่า CPF*, GFPT*, TFG*, TU*, STA*

(5) กลุ่มรับประโยชน์จากราคาน้ำมันขาลง TOP, PTTGC, IVL, PRM*, TASCO*

(6) กลุ่มรับประโยชน์จากปลดล็อก พ.ร.บ.งบประมาณ STEC, SEAFCO*, TASCO*

*หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ที่ยังไม่อยู่ใน Coverage ของฝ่ายวิจัย

Asset Allocation: Equity 50% Fixed Income 30% Alternative Investment etc. Gold 10% Cash 10%

Today Fundamental Research: -

Monthly Portfolio May 2020: ADVANC, BJC*, BPP*, CPALL*, CPF*, STA*

Analysts

Apichai Raomanachai           No. 002939

Nopporn Chaykaew               No. 043964

Piyatat Pasommanatsakul     No. 081741  

******************************************

 

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!