หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
FSS2บล.ฟินันเซีย ไซรัส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน
กลยุทธ์วันนี้ >> Selective Buy//Accumulate around 1,580-1,600
          ตลาดหุ้นวานนี้ : SET Index ยังคงพักตัวลงต่อเนื่องโดยระหว่างวันหลุดระดับ 1,600 จุดก่อนที่จะรีบาวด์กลับขึ้นมายืนเหนือได้เล็กน้อยและปิดลบ 7.24 จุด ณ สิ้นวัน ดัชนีถูกกดดันจากการร่วงลงของหุ้นที่ประกาศกำไร 3Q19 ออกมาต่ำกว่าคาดมาก เช่น TRUE CK เป็นต้น สถาบันในประเทศยังคงเป็นฝ่ายขายสุทธิต่อเนื่องเป็นวันที่ 5 อีก 660 ลบ. ขณะที่นักลงทุนต่างชาติพลิกมาขายสุทธิเช่นกัน 719 ลบ. (และ Short Index Futures อีก 1.2 หมื่นสัญญา)
          แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาดว่า SET Index จะแกว่งตัว Sideways ในกรอบ 1590-1,610 จุด โดยแม้จะมีประเด็นบวกจากทำเนียบขาวที่ให้ข่าวว่าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ-จีนคืบหน้าและสร้างสรรค์ รวมถึงใกล้ที่จะบรรลุข้อตกลงในเร็วๆนี้ แต่ปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางตลาดคือการประกาศ GDP 3Q19 ของไทยเช้านี้ (ตลาดคาด +2.7% Y-Y) ซึ่งหากออกมาต่ำกว่าคาดมีโอกาสที่ดัชนีจะยังอ่อนตัวลงต่อ อย่างไรก็ตามเราคาดว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยได้ผ่านช่วงแย่สุดไปแล้วในช่วง 2Q19-3Q19 ที่ผ่านมาและจะค่อยๆฟื้นตัวใน 4Q19 ต่อเนื่อง 2020 จากทั้งนโยบายการเงินและการคลังที่ออกมากระตุ้น เราจึงยังมองจังหวะอ่อนตัวของตลาดเป็นโอกาสสะสมหุ้นพื้นฐานเพื่อถือลงทุนระยะกลางยาว
          กลยุทธ์ : เก็งกำไรหุ้นที่มีประเด็นบวกเฉพาะตัว //สะสมหุ้นพื้นฐานบริเวณ 1,580-1,600 จุด
          หุ้นเด่นเดือน พ.ย. :  AOT, CHG, RBF, TACC, TISCO
หุ้นเด่นวันนี้: BDMS
          - แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมายปีหน้า 28 บาท
          - เป็น 1 ใน 2 รพ.ที่กำไร 3Q19 ดีกว่าคาด +55% Q-Q, +0.4% Y-Y กำไรที่ไม่หดตัวจากปีก่อนถือเป็น positive surprise แสดงว่าคุมต้นทุนได้ดีมากทั้งที่เปิดโรงแรม Movenpick BDMS Wellness Resort และ Bangkok International ตั้งแต่กลางปีก่อน
          - กลุ่ม Healthcare เป็นหนึ่งในไม่กี่กลุ่มที่กำไรแกร่งสุดใน 3Q19 โตทั้ง Q-Q, Y-Y ดัชนีกลุ่ม underperform ตลาดทั้งที่กำไรมีทิศทางโตต่อเนื่อง ทนทานภาวะเศรษฐกิจได้ดี เราคาดกำไรปกติ BDMS +13% ปีหน้า โตดีไม่แพ้รพ.กลาง-เล็ก
          Fund Flow เมื่อวันศุกร์กระแสเงินทุนไหลเข้าภูมิภาค US$95ล้าน เม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลเข้าไต้หวัน US$168ล้าน ขณะที่ไหลออกจากเกาหลีใต้และไทย US$38ล้านและ US$24ล้าน ตามลำดับ แนวโน้มของกระแสเงินทุนมีทิศทางไหลเข้าภูมิภาคท่ามกลางความคาดหวังการเจรจาและทำข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีนว่ากำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายและทั้งสองฝ่ายยังติดต่อเจรจากันอยู่
ประเด็นสำคัญวันนี้
          (0) สภาพัฒน์ประกาศ GDP 3Q19 Bloomberg consensus คาด +0.1% Q-Q, +2.7% Y-Y เราคิดว่าตลาดอาจผิดหวังเห็นได้จากกำไรของบจ.ในหลายๆธุรกิจที่ลดลงทั้ง Q-Q, Y-Y และตัวเลขชี้นำศก.ใน 3Q19 ส่วนใหญ่ชะลอ แต่เชื่อกระทบตลาดระยะสั้น เพราะเชื่อศก.ผ่านจุดต่ำแล้ว จะค่อยๆฟื้นตั้งแต่ 4Q19 จากเม็ดเงินกระตุ้นของภาครัฐ   
          (0) TVO ถั่วเหลืองโลกปีหน้าจะขาดดุลเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปีเพราะผลผลิตของสหรัฐจะลดลงถึง 24 ล้านตัน ราคาถั่วเหลืองปัจจุบันอยู่ที่ต้นทุนการปลูกแต่การปรับขึ้นจำกัดเพราะสงครามการค้า ส่วนธุรกิจน้ำมันถั่วเหลืองน่าจะฟื้นเพราะราคาน้ำมันปาล์มสูงขึ้น เราปรับกำไรปีนี้ลง 12% เป็น -25% และฟื้น 11% ปีหน้า เป้าปีหน้าที่ 26 บาท แนะนำถือ   
          (0) SAWAD เราปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปีหน้าที่ 68 บาท ลดคำแนะนเป็นถือ จากซื้อ เพราะ upside เริ่มจำกัด กำไรปีนี้คาดโต 31% เป็น 3.58 พันลบ. (9M19 +37% Y-Y) ปีหน้าคาดโต 18% จากการขยายสาขา 4,200 แห่ง สินเชื่อโต 20-30% เน้นรถยนต์และที่ดินซึ่งเป็นพอร์ตหลัก (80%) ชึ่งมี yield สูง 25-35% ส่วนมาตรฐาน TFRS 9 บริษัทคาดกระทบจำกัด
          (+) ORI แนวโน้ม 4Q19 จะเป็นไตรมาสที่ดีสุดของปีจากการโอนคอนโดต่อเนื่อง และเริ่มส่งมอบคอนโดใหม่อีก 1 แห่ง แต่เราปรับกำไรปกติปี 2019-2020 ลง 13-14% ตามลำดับ เป็นทรงตัว Y-Y ที่ 2.8 พันล้านบาทในปี 2019 และฟื้นตัว +9% Y-Y ในปี 2020 ลดเป้าปีหน้าเป็น 8.60 บาท ยังแนะนำซื้อ  
          (+) BGRIM ซื้อหุ้น 100% ในบ.เรย์เพาเวอร์ซัพพลาย กัมพูชา ซึ่งได้สิทธิทำโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ขนาด 30 MW ระยะเวลาซื้อขายไฟฟ้า 20 ปี COD ภายในเดือน ต.ค. 2020 คิดเป็นสัดส่วน 1.3% ของกำลังผลิตของ BGRIM แนะนำซื้ออ่อนตัว ราคาเป้าหมายปี 2020 ที่ 50 บาท
          (+) ตลาดดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 222.93 จุด ปิดที่ 28,004.89 จุด หลังจากเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวเผยว่าการเจรจาทำข้อตกลงการค้าเฟสแรกกับจีนมีความคืบหน้า และกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้าย รวมถึงได้แรงหนุนจากยอดค้าปลีกของสหรัฐที่เพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนต.ค. สูงกว่านักวิเคราะห์คาดที่ +0.2%
          (+) ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก หนุนจากความคาดหวังเกี่ยวความคืบหน้าของการทำข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน
          (0) ตลาดเอเชียปรับตัวผสม ท่ามกลางนักลงทุนจับตาความคืบหน้าของสถานการณ์การค้าระหว่างสหรัฐและจีน
          (0) ค่าเงินบาทแกว่งในกรอบแคบ ล่าสุดอยู่ที่บริเวณ 30.21 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
          (+) ราคาน้ำมันดิบ NYMEX เพิ่มขึ้น 95 เซนต์ ปิดที่ 57.72 ดอลลาร์/บาร์เรล จากคาดการณ์ว่ากลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันในการประชุมวันที่ 5-6 ธ.ค.นี้ รวมถึงสัญญาณบวกของการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐและจีน
          (-) ราคาทองคำ COMEX ลดลง 4.90 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,468.50 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังตลาดดาวโจนส์ปรับขึ้น
          SPDR Gold Trust ถือครองทองคำ 896.77 / +-
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
18 พ.ย.   - ไทย: 3Q19 GDP, ยอดขายรถ (ต.ค.)
          - สิงคโปร์: 3Q19 GDP
21 พ.ย.   - ไทย: ส่งออก-นำเข้า (ต.ค.)
          - สหรัฐ: FOMC Meeting Minutes
          - เกาหลีใต้: ยอดส่งออก-นำเข้า 21 วันแรกของเดือน พ.ย.
          - อินโดนีเซีย: ธนาคารกลางประชุม
22 พ.ย.   - ยูโรโซน: Markit Eurozone Manufacturing PMI (พ.ย.)
27 พ.ย.   - สหรัฐ: 3Q19 GDP
          - MSCI rebalance effective date
          Contact person : Jitra  Amornthum  Register : 014530
          Contact person : Veeravat Virochpoka Register : 047077
          www.fnsyrus.com
          FB: Finansia Syrus Research
 

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!