หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

TRIS7 5ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กร & หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 'บ.บัตรกรุงไทย' ที่ 'A+' และจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันวงเงินไม่เกิน 12,000 ล้านบาท ที่ 'A+' แนวโน้ม

     ทริสเรทติ้ง ยืนยันอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ 'A+' ในขณะเดียวกัน ยังจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 1.2 หมื่นล้านบาท อายุไม่เกิน 10 ปีของบริษัทที่ระดับ 'A+' ด้วยเช่นกัน

      อันดับเครดิตเฉพาะของบริษัทสะท้อนถึงสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยเสริมมาจากสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในตลาดสินเชื่อรายย่อยที่ไม่มีหลักประกัน รวมทั้งความชำนาญทางด้านการจัดการความเสี่ยงทางด้านเครดิต ซึ่งช่วยให้คุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทดีอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ อันดับเครดิตองค์กรมีการยกระดับจากอันดับเครดิตเฉพาะของบริษัทในฐานะเป็นบริษัทย่อยที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตก็มีข้อจำกัดจากสถานะความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอย อันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันนั้นเทียบเท่ากับอันดับเครดิตองค์กร

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

สถานะทางการตลาดที่เข้มแข็ง

       สถานะทางการธุรกิจที่เข้มแข็งมาจากความมั่นคงทางรายได้อันเนื่องมาจากสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่ง ทริสเรทติ้งคาดหวังว่าบริษัทจะสามารถรักษาสถานะทางการตลาดในธุรกิจหลักของบริษัทไว้ได้ อันได้แก่ธุรกิจบัตรเครดิตและธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้สภาพเศรษฐกิจที่อ่อนแอลง ทั้งนี้ เป็นผลมาจากกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพและแบรนด์ที่แข็งแกร่ง

       บริษัทมีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ระดับ 12% ของสินเชื่อบัตรเครดิต และ 6% ของสินเชื่อส่วนบุคคลในระยะ 3 ปีที่ผ่านมา ปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตโดยลูกค้าของบริษัทซึ่งไม่รวมการเบิกเงินสดล่วงหน้าก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยขยายตัวถึง 10% เทียบเท่ากับระดับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

        เงินให้สินเชื่อรวมของบริษัทเติบโตอย่างรวดเร็วเป็น 8.58 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 2562 ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตเท่ากับ 10% จากสิ้นปี 2561 บริษัทมีสินเชื่อคงค้างซึ่งประกอบด้วยสินเชื่อบัตรเครดิตคิดเป็นสัดส่วน 66% ของสินเชื่อรวมทั้งหมด และสินเชื่อส่วนบุคคล 34% ทริสเรทติ้งคาดการณ์ว่า เงินให้สินเชื่อรวมของบริษัทจะเติบโตในอัตราเฉลี่ย 6%-8% ต่อปีในช่วงปี 2563-2565 เนื่องจากการออกบัตรเครดิตใหม่และการขยายฐานของสินเชื่อบุคคล ในปี 2563 บริษัทมีเป้าหมายในการออกบัตรเครดิตใหม่จำนวน 350,000 บัตรและอัตราการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรวมที่ 10% ทริสเรทติ้งคาดว่าการใช้จ่ายออนไลน์ที่เพิ่มขึ้นจะช่วยบรรเทาการใช้จ่ายที่ลดลงจากสภาพเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงรวมทั้งผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 ขณะที่บริการด้านสินเชื่อใหม่ ๆ ได้แก่ สินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน (Secured Personal Loan หรือ Title Loan) และสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด หรือพิโกไฟแนนซ์ (Pico Finance) ยังคงเสนอให้กับกลุ่มลูกค้าที่จำกัดเท่านั้น

การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากธนาคารกรุงไทย

        ในมุมมองของทริสเรทติ้งเห็นว่าบริษัทมีฐานะเป็นบริษัทย่อยที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงไทยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทในสัดส่วน 49.1% และให้การสนับสนุนทั้งทางด้านการเงินและธุรกิจแก่บริษัท ในการนี้ ทริสเรทติ้งเชื่อว่าการสนับสนุนที่แข็งแกร่งสะท้อนความเป็นไปได้ที่บริษัทจะได้รับความช่วยเหลือทางการเงินเป็นกรณีพิเศษจากธนาคารกรุงไทยเมื่อบริษัทร้องขอ อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดในการเพิ่มทุนจากธนาคารกรุงไทยซึ่งเป็นระดับที่ไม่ทำให้บริษัทกลายเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ

     ในด้านของความร่วมมือทางธุรกิจนั้น บริษัทได้วางกลยุทธ์ทางธุรกิจที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของกลุ่มธนาคารกรุงไทย บริษัทใช้ประโยชน์จากเครือข่ายสาขาของธนาคารกรุงไทยที่มีอยู่ทั่วประเทศในการขยายฐานลูกค้า บริษัทยังใช้เครือข่ายดังกล่าวเป็นช่องทางในการจ่ายและชำระเงินรวมถึงการให้บริการด้านอื่น ๆ ด้วย บริษัทบัตรกรุงไทยและธนาคารกรุงไทยมีความร่วมมือด้านการตลาดระหว่างกันและใช้แบรนด์ร่วมกัน ทั้งนี้ จำนวนเฉลี่ย 37% ของบัตรเครดิตที่ออกใหม่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาได้รับการแนะนำจากธนาคารกรุงไทย นอกจากนี้ ระบบบริหารความเสี่ยงของบริษัทยังได้รับการบูรณาการรวมอยู่ในระบบบริหารความเสี่ยงของธนาคารกรุงไทยด้วย

ความสามารถในการทำกำไรอยู่ในระดับปานกลาง

        ในมุมมองของทริสเรทติ้ง ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจะยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในระยะ 3 ปีข้างหน้า โดยมีปัจจัยที่สนับสนุนหลายด้าน ได้แก่ การรักษาระดับส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย ค่าใช้จ่ายหนี้สูญที่ลดลงและการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานให้อยู่ในระดับคงที่

       ทริสเรทติ้งประเมินว่าความสามารถในการทำกำไรอยู่ในระดับปานกลาง โดยพิจารณาจากอัตราส่วนกำไรก่อนภาษีเงินได้ต่อสินทรัพย์เสี่ยงถัวเฉลี่ยและอัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมถัวเฉลี่ยในการประเมินความสามารถในการทำกำไร กำไรสุทธิของบริษัทปรับตัวดีขึ้นเป็น 5.52 พันล้านบาทในปี 2562 ซึ่งเพิ่มขึ้น 7% จากปี 2561 ถึงแม้ว่าค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญที่เพิ่มขึ้น 13% จะถูกชดเชยจากรายได้ที่เข้มแข็งขึ้น เราคาดการณ์ว่าผลการดำเนินงานของบริษทจะปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องใน 2-3 ปีข้างหน้า โดยค่าเฉลี่ยอัตราส่วนกำไรก่อนภาษีเงินได้ต่อสินทรัพย์เสี่ยงถัวเฉลี่ยที่ 5.4% และอัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมถัวเฉลี่ยที่ 7.2%

      ในระยะยาว ทริสเรทติ้งคาดว่ากำไรของบริษัทยังคงแข็งแรง ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงของมาตรฐานบัญชีจากการตัดหนี้สูญที่เข้มงวดขึ้น หลังจากมาตรฐานรายงานทางการเงินฉบับที่ 9 เรื่องเครื่องมือทางการเงิน (TFRS9) ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 สินเชื่อค้างชำระเกิน 90 วัน จะตัดหนี้สูญออกจากบัญชีได้หลังจาก 24 เดือนหรือจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าไม่สามารถเก็บเงินได้ เมื่อเทียบกับเดิมที่สามารถตัดหนี้สูญได้ตั้งแต่ 6 เดือน ทำให้รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจากรายได้หนี้สูญรับคืนซึ่งคิดเป็น 15% ของรายได้ในปี 2562 จะค่อย ๆ ปรับลดลงตั้งแต่ปี 2564 อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ากำไรในปี 2563 ยังคงแข็งแรง โดยได้รับการสนับสนุนจากรายได้หนี้สูญรับคืนจากการตัดหนี้สูญในปีก่อนหน้า และค่าใช้จ่ายหนี้สูญที่ลดลงจากแบบจำลองความเสี่ยงภายใต้ TFRS9 ทริสเรทติ้งเชื่อว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงและการควบคุมต้นทุนจะช่วยสนับสนุนความสามารถในการทำกำไรด้วย

การบริหารความเสี่ยงที่แข็งแกร่ง

       ทริสเรทติ้ง มีมุมมองว่าสถานะความเสี่ยงของบริษัทจะยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากนโยบายการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของบริษัทมีความเข้มแข็งและมีการยกระดับระบบการบริหารความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง บริษัทสามารถรักษาอัตราส่วนสินเชื่อค้างชำระ (เกิน 90 วัน) ต่อสินเชื่อรวมให้อยู่ที่ระดับ 1.1% ได้ เมื่อรวมอัตราส่วนการตัดหนี้สูญกลับเข้าไปจะอยู่ระหว่าง 8.9%-11.0% ในช่วง 2559-2562 ในช่วง 2 ปีข้างหน้าสินเชื่อค้างชำระ (เกิน 90 วัน) เมื่อรวมการตัดหนี้สูญกลับเข้าไปน่าจะปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากสินเชื่อค้างชำระ (เกิน 90 วัน) สามารถตัดออกจากบัญชีได้ช้าลงจากการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานบัญชีใหม่ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายมากกว่าคุณภาพสินทรัพย์ที่ลดลง ภายหลังช่วงการเปลี่ยนแปลงผ่านพ้นไปคาดว่าอัตราส่วนสินเชื่อค้างชำระรวมอัตราส่วนการตัดหนี้สูญจะค่อย ๆ ปรับลดลงจนสู่ภาวะปกติ

มีฐานทุนที่แข็งแกร่งขึ้นและภาระหนี้อยู่ในระดับต่ำ

      ในมุมมองของทริสเรทติ้ง ฐานทุนของบริษัทซึ่งวัดโดยอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างแข็งแรง เราเชื่อว่าฐานทุนมีเพียงพอต่อแผนการขยายธุรกิจในระยะปานกลาง ทริสเรทติ้งก็คาดว่าส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทจะเข้มแข็งมากยิ่งขึ้นในระยะ 2-3 ปีข้างหน้า เนื่องจากกำไรเข้มแข็งและนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่ระมัดระวัง เราคาดการณ์ว่าค่าเฉลี่ยของอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงในช่วงปี 2563-2565 ที่ 17.8% ในขณะเดียวกันภาระหนี้ของบริษัทค่อนข้างต่ำ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3.3 เท่า ณ สิ้นปี 2562 เมื่อเทียบกับข้อกำหนดที่สำคัญของหุ้นกู้ตามที่จะต้องดำรงอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเอาไว้ไม่เกิน 10 เท่า เมื่อพิจารณาความสามารถในการทำกำไรที่ระดับปานกลางประกอบกัน ทำให้ทริสเรทติ้งประเมินว่าฐานทุน การก่อหนี้ และการสร้างกำไรของบริษัทอยู่ในระดับที่เพียงพอ

การระดมทุนและสภาพคล่อง

       ในมุมมองของทริสเรทติ้ง การระดมทุนและสภาพคล่องอยู่ในระดับที่เพียงพอ สภาพคล่องของบริษัทไม่ได้เป็นประเด็นที่น่ากังวลถึงแม้ว่าอัตราส่วนความครอบคลุมของสภาพคล่องจะอยู่ในระดับอ่อนแอ เนื่องจากบริษัทได้รับการสนับสนุนทางด้านสภาพคล่องอย่างต่อเนื่องจากธนาคารกรุงไทยในรูปแบบของวงเงินที่ไม่สามารถยกเลิกได้ บริษัทได้รับวงเงินกู้จากธนาคารกรุงไทยจำนวน 1.8 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้มีการเบิกใช้ไปแล้ว 19% ณ เดือนธันวาคม 2562 ซึ่งคิดเป็น 61% เมื่อเทียบกับยอดเงินกู้โดยรวมจากสถาบันการเงินอื่น ๆ บริษัทสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากตลาดทุนโดยการออกหุ้นกู้ที่เสนอขายให้กับกลุ่มนักลงทุนสถาบัน ณ 2 เมษายน 2563 บริษัทมีหุ้นกู้ระยะยาว 47.2 พันล้านบาท โดย 6.19 พันล้านบาทจะถึงกำหนดไถ่ถอนในปี 2563 ซึ่งบริษัทมีแผนรองรับการกู้ใหม่แล้ว ณ สิ้นปี 2562 บริษัทมีอัตราส่วนแหล่งเงินทุนที่มีเสถียรภาพที่ 73.6% ซึ่งเพียงพอในมุมมองของทริสเรทติ้ง โดยแหล่งเงินทุนเป็นเงินกู้ยืม 20% และหุ้นกู้ 80% ซึ่งแบ่งเป็นเงินกู้ยืมระยะสั้น 31% และเงินกู้ยืมระยะยาว 69%

สมมติฐานกรณีพื้นฐาน ในช่วงปี 2563-2565

  • ลูกหนี้สินเชื่อบัตรเครดิตและลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลของบริษัทจะเติบโตในอัตราเฉลี่ย 6%-8% ต่อปี
  • อัตราผลตอบแทนอยู่ในช่วง 16%-17%
  • ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญอยู่ในในช่วง 13%-17%
  • ต้นทุนทางการเงินอยู่ในช่วง 2.7%-3.2%

แนวโน้มอันดับเครดิต

       แนวโน้มอันดับเครดิต 'Stable' หรือ 'คงที่' สะท้อนถึงความคาดหวังของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงมีผลประกอบการทางการเงินที่แข็งแรงต่อไปในขณะที่ยังสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำตลาด รวมถึงมีแฟรนไชส์ที่เข้มแข็งจากการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดหวังว่า บริษัทจะมีคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีและฐานทุนที่ยังแข็งแรง นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังเชื่อว่าธนาคารกรุงไทยจะยังคงให้การสนับสนุนในด้านการเงินแก่บริษัทต่อไปเมื่อบริษัทมีความจำเป็น

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

      การปรับเพิ่มอันดับเครดิตอาจเกิดขึ้นได้หากบริษัทสามารถปรับเพิ่มความสามารถในการทำกำไรและ/หรือสถานะทางการตลาดของบริษัทได้อย่างมั่นคงต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ขณะที่ยังรักษาคุณภาพของสินเชื่อภายใต้การควบคุมได้ภายหลังเข้าไปสู่ธุรกิจที่มีความเสี่ยงที่มากขึ้นขณะที่ได้รับอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้น การปรับลดอันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจเกิดขึ้นได้ หากคุณภาพสินทรัพย์ถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญจนส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานและสถานะฐานทุนของบริษัท

      นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงระดับการให้การสนับสนุนที่ธนาคารกรุงไทยมีต่อบริษัท หรือการเปลี่ยนแปลงสถานะของบริษัทในฐานะที่เป็นบริษัทย่อยที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของธนาคารกรุงไทยก็จะมีผลกระทบต่ออันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทได้ด้วยเช่นกัน

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- การจัดอันดับเครดิตบริษัทให้สินเชื่อที่ไม่ใช่ธนาคาร, 17 กุมภาพันธ์ 2563

- Group Rating Methodology, 10 กรกฎาคม 2558

บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTC)

อันดับเครดิตองค์กร: A+

อันดับเครดิตตราสารหนี้:

KTC208A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 600 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2563            A+

KTC208B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,585 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2563 A+

KTC20OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2563               A+

KTC212A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 800 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564            A+

KTC213A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564 A+

KTC215A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564 A+

KTC217A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564 A+

KTC218A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,350 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564 A+

KTC21NA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 630 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564           A+

KTC223A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 A+

KTC224A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 A+

KTC226A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 A+

KTC22NA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 700 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565           A+

KTC22OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565               A+

KTC232A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 A+

KTC23DA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 600 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566           A+

KTC23NA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,140 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566               A+

KTC247A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 100 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567            A+

KTC24NA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 415 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567           A+

KTC259A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568 A+

KTC25NA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568               A+

KTC262A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 200 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569            A+

KTC262B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 300 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569            A+

KTC269A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 200 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569            A+

KTC26DA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569               A+

KTC26NA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,030 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2569               A+

KTC278A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570 A+

KTC278B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570 A+

KTC27NA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570               A+

KTC27OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2570               A+

KTC282A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,250 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571 A+

KTC288A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,065 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2571 A+

KTC297A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2572 A+

KTC29OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,700 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2572               A+

KTC301A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2573 A+

หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ในวงเงินไม่เกิน 12,000 ล้านบาท ไถ่ถอนภายใน 10 ปี              A+

แนวโน้มอันดับเครดิต:      Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com

ติดต่อ santaya@trisrating.com  โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

            บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2563 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำ

******************************************

 

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

าะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้

         ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!