หมวดหมู่: บทวิเคราะห์

บล.เคจีไอ : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 13-7-2020KGI

ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ( รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)

รีบาวด์ตามตลาดหุ้นโลก แต่ภาพใหญ่ยังอยู่ในช่วงปรับฐาน

KGI ประเมิน SET Index วันจันทร์รีบาวด์ แต่ไม่น่าไปไกล และเรามองว่าภาพใหญ่ของดัชนีฯ ยังอยู่ในช่วงปรับฐาน... ขณะที่เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ดัชนีฯ ปรับลดลง 1.12% ตามแรงขายในหุ้นเชื่อมโยงเศรษฐกิจโลก หลังจากแรงกดดันจากตัวเลขติดเชื้อ COVID-19 ที่พุ่งแรงในสหรัฐฯ ยกระดับความกังวลต่อเศรษฐกิจโลก (ตามคาด)... แต่สำหรับวันนี้พอมีปัจจัยบวกให้สินทรัพย์เสี่ยงในเอเชียรวมทั้งหุ้นไทย ฟื้นตัวได้บ้าง หลังจากเมื่อวันศุกร์ บ.Gilead Science ผู้ผลิต Remdesivir แถลงว่าการใช้ยาดังกล่าวสามารถลดอัตราการเสียชีวิตในผู้ป่วยหนักได้ถึง 62% เทียบกับการรักษาด้วยยาอื่นๆ ซึ่งประเด็นข่าวดังกล่าวได้หนุนราคาน้ำมันดิบให้รีบาวด์กลับเช่นกัน อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยฯ ยังคงมองว่าข่าวเกี่ยวกับยารักษา/วัคซีน COVID-19 จะมาๆ ไปๆ และยังไม่มีความชัดเจนพอที่จะพลิกทิศทางของการระบาดและทิศทางตลาดหุ้น และเรามองว่าแรงกดดันจากการติดเชื้อยังสูงอยู่ โดยเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่รายวันทะลุ 7 หมื่นคน ขณะที่ผู้ว่าการรัฐเทกซัสแถลงหากสถานการณ์ยังคงรุนแรงขึ้น อาจมีความจำเป็นที่สหรัฐฯ ต้องกลับมาล็อกดาวน์เป็นรายรัฐไป (ต้องติดตามต่อใกล้ชิด)... ด้านปัจจัยภายในประเทศ การรายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2562 ของกลุ่มธนาคารฯ จะเริ่มต้นในสัปดาห์นี้ ความสำคัญน่าจะอยู่ที่แนวโน้มหนี้เสียและคุณภาพสินทรัพย์ในช่วงครึ่งปีหลัง

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน ( สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)

เก็งกำไร CPF*, JMART, ACE*

           CPF* (เป้าพื้นฐาน 38 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 31.5 บาท / แนวต้าน 33 บาท หากผ่านได้แนวต้านถัดไป ±35 บาท (Stop loss 30.5 บาท) 2) ฝ่ายวิจัยฯประเมินแนวโน้มกำไร 2Q63 โต +128.5% YoY แต่ลดลง -8.8% QoQ เป็น 4.3 พันล้านบาท โดยคาดกำไรที่โตเด่น YoY เป็นผลจากราคาหมูที่เวียดนามฟื้นตัวแรง แต่กำไรคาดลดลง QoQ เพราะผลกระทบจากโควิด-19 ... อ่านเพิ่มเติมในบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานวันนี้ 3) ขณะที่เรายังคงประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงาน 3Q63 จะโตเด่นต่อเนื่องจาก i) ราคาเนื้อหมู + ไก่ ที่ฟื้นตัว ii) ค่าเงินบาทที่อ่อนค่า iii) การส่งออกเริ่มฟื้นตัว

           JMART (เป้า Consensus 8 บาท ... มีโอกาสปรับขึ้น) 1) ประเมินแนวรับ 11.7 บาท / แนวต้าน 12.6 - 13.0 บาท (Trailing stop 11.0 บาท) 2) ประเมิน consensus มีโอกาสปรับประมาณการฯและราคาเป้าหมายขึ้นจาก ผลการดำเนินงาน บ.ลูก SINGER และ JMT* ที่แนวโน้มดีกว่าคาด ขณะที่การผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ + 5G หนุนยอดขายสมาร์ทโฟนให้ฟื้นใน 2H63 3) ราคาหุ้น Laggard ทั้ง บ.ลูก (SINGER, JMT*) และคาด Sentiment บวกหุ้นกลุ่มโทรศัพท์มือถือที่บวกแรงต่อเนื่อง (SPVI, CPW, COM7*)

           ACE (เป้า Consensus 4.66 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 4.14 บาท และ 4.10 บาท / แนวต้าน 4.3 บาท และถัดไป 4.6 บาท (Stop loss 4.0 บาท) 2) มีประเด็นข่าวบวก i) ซื้อกิจการโรงไฟฟ้าชีวมวลของ UWC +26.9MW ii) ลุ้นโครงการโรงไฟฟ้า Quick - win (รัฐบาลเปิดทั้งหมด 100MW ในปีนี้) iii) ลุ้นโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน 3) Consensus คาดกำไรโตเฉลี่ย +68.9% CAGR (2563 - 65)

หุ้นมีข่าว

(+) ACE* เทกโรงไฟฟ้า UWC ชูกำลังผลิตชน 239 MW (ทันหุ้น) ACE* ปิดดีลเทกโอเวอร์โรงไฟฟ้าชีวมวล UWC จำนวน 3 โครงการ กำลังผลิตรวม 26.9 เมกะวัตต์ เติมพอร์ตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 239 เมกะวัตต์ จ่อรับรู้รายได้ทันทีใน Q3/2563 มั่นใจปีนี้ผลการดำเนินงานเติบโตต่อเนื่อง ซุ่มศึกษาโครงการโรงไฟฟ้าที่จ่ายไฟแล้วอีกหลายโครงการ กำลังการผลิตรวมกว่า 1000 เมกะวัตต์

(+ CRC*) แฟมิลี่มาร์ท สปีดแฟรนไชส์ ปูพรม 100 สาขาเจาะรุ่นใหม่ (กรุงเทพธุรกิจ) "เซ็นทรัลรีเทล" ดัน "แฟมิลี่มาร์ท" เร่งเครื่องสยายปีกหลังถือหุ้น 100% ผุดแฟรนไชส์รูปแบบใหม่ การันตีรายได้ ลงทุนต่ำ เริ่มต้น 4.4 แสน คืนทุนเร็ว เจาะคนรุ่นใหม่ หวัง 6 เดือนประเดิมเปิด 100 สาขา

(+) BAM*-JMT* รอ NPL 7 แสนล. หนี้เสียยิ่งเยอะกำไรยิ่งสูง (ข่าวหุ้น) JMT*-BAM* รอรับหนี้เสีย 7 แสนล้านบาทเข้ามาบริหาร โบรกฯ มอง NPL ยิ่งมาก กำไรบริษัทบริหารสินทรัพย์ยิ่งเพิ่ม ด้านแบมเตรียมออกหุ้นกู้ 2.5 หมื่นล้าน ใช้ประมูลหนี้เน่า มั่นใจสิ้นปีจ่ายปันผลคิดเป็นยีลด์มากกว่า 3% ราคาเป้าหมาย 26.50 บาท ด้าน JMT คาดสิ้นปีพอร์ตหนี้เสียเพิ่มอีก 1.2 หมื่นล้าน โอกาสกำไรเติบโตสูง

(+ AAV, BA, AOT, BAFS) แอร์ไลน์เพิ่มไฟลต์คึก รับรัฐคลายล็อกเฟส 4 ผู้โดยสารพุ่งเกือบ 200% (ข่าวหุ้น) กพท.เผยสถิติการเดินทางภายในประเทศ ล่าสุดเดือน มิ.ย. 63 ผู้โดยสารพุ่งเกือบ 200% ปิดที่ 1.25 ล้านคน ขณะที่เที่ยวบินเพิ่ม 180.01% หลังรัฐบาลคลายมาตรการคุมโควิดเฟส 4 ช่วยกระตุ้นการเดินทาง แอร์ไลน์แห่เพิ่มเส้นทาง-ความถี่คึกคัก

(+) BEM*-BTS*-STEC* มาวันแรก! ซื้อซองประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม 1.22 แสนล้าน (ข่าวหุ้น) เปิดขายวันแรกคึกคัก! BEM* / BTS*-BTSC* / STEC* ตบเท้าเข้าซื้อเอกสาร RFP ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก มูลค่า 1.22 แสนล้านบาท "รฟม." เปิดขายเอกสารต่อถึงวันที่ 24 กรกฎาคมนี้

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

           หุ้นที่แนะนำ "Let profit run" โดยกำหนดจุดล็อกกำไร Trailing stop: RS* (Trailing stop 15.5 บาท), SEAFCO (Trailing 6.0 บาท)

           หุ้นที่รอลุ้นผ่านแนวต้านสำคัญ หากผ่านได้แนะนำ "Let profit run" INTUCH* (รับ 56.5 บาท / ต้าน 58 บาท / Trailing stop 56 บาท)

           SUSCO (เป้า Consensus 3.65 บาท) แนวรับ 2.5 บาท / แนวต้าน 2.7 - 2.9 บาท (Stop loss 2.5 บาท)

           STA* (เป้า Consensus 28.7 บาท / สูงสุด 39.9 บาท) แนวรับ 27 บาท / แนวต้าน 30 - 33 บาท (Stop loss 27 บาท)

           VGI* (เป้า Consensus 7.88 บาท) แนวรับ 7.5 บาท / แนวต้าน 7.8 - 8.0 บาท (Trailing stop 7.3 บาท)

           GULF* (เป้าพื้นฐาน 41 บาท) แนวรับ 37 บาท / แนวต้าน 39.25 - 41 บาท (Trailing stop 37 บาท)

           AMATA* (เป้าพื้นฐาน 18.5 บาท) แนวรับ 15.4 บาท / แนวต้าน 16.3 - 16.9 บาท (Stop loss 15.4 บาท)

           STEC* (เป้าพื้นฐาน 19.2 บาท) แนวรับ 15.4 บาท / แนวต้าน 16.2 - 16.4 บาท (Stop loss 15.0 บาท)

           EP (เป้าพื้นฐาน 5.1 บาท) แนวรับ 3.6 บาท / แนวต้าน 3.8 - 4.0 บาท (Trailing stop 3.6 บาท)

Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้

           CPF* แนะนำ "ซื้อ" เป้าพื้นฐาน 38 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินกำไร 2Q63 = 4.3 พันล้านบาท (+128.5% YoY, -8.8% QoQ) โดยกำไรที่ดีขึ้น YoY เป็นผลจากราคาเนื้อหมูเวียดนามขึ้นแรง ขณะที่การชะลอตัวลง QoQ เป็นผลจากดีมานด์ที่ชะลอลงในช่วง โควิด-19 สำหรับแนวโน้ม 2H63 คาดว่าจะฟื้นตัวแรงต่อเนื่องจากดีมานด์ที่ฟื้นตัวหลังคลายมาตรการล็อคดาวน์

           DELTA* แนะนำ "ซื้อ" เป้าพื้นฐาน 80 บาท ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไร 2Q63 = 1.1 พันล้านบาท (+24% YoY, +26% QoQ) จากยอดคำสั่งซื้อที่ฟื้นตัวแกร่ง โดยเฉพาะจากกลุ่มธุรกิจ Data Center และแนวโน้มผลการดำเนินงานจะยังแข็งแกร่งใน 2H63 ทำให้ฝ่ายวิจัยฯปรับลดประมาณการฯปี 2563 - 64 ขึ้นอีก +19% และปรับเป้าหมาย PE ขึ้นจากเดิม 17 เท่า เป็น 24 เท่า (+1.5 เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในอดีต) ปรับคำแนะนำจาก "ถือ" เป็น "ซื้อ"

           BEM* แนะนำ "ซื้อ" เป้าพื้นฐาน 10.9 บาท ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรจากธุรกิจหลักใน 2Q63 = 125 ล้านบาท (-82.1%, 75.2% QoQ) โดยกำไรที่ลดลง เป็นเพราะปริมาณการจราจรบนทางด่วน และจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าที่ลดลง อย่างไรก็ดีการเปิดประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกจะเป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญในระยะสั้น และแนวโน้มผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวเป็น V-shape หลังผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์

           ESSO* แนะนำ "ซื้อ" เป้าพื้นฐาน 9.5 บาท ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไร 2Q63 = 1 พันล้านบาท (Turnaround YoY, QoQ) ผลจากกำไรสต๊อกและค่าการกลั่นดีขึ้น

           TRUE* แนะนำ "ขาย" เป้าพื้นฐาน 3.6 บาท ฝ่ายวิจัยฯคาดจะรายงานผลขาดทุนจากการดำเนินงานใน 2Q63 ราว 1 พันล้านบาท (ลดลงจากที่กำไรใน 2Q62 และขาดทุนมากขึ้นจาก 1Q63) อย่างไรก็ดีฝ่ายวิจัยฯคาดผลการดำเนินงานจะฟื้นตัวใน 2H63 แต่ยังคงคำแนะนำ "ขาย" เพราะ Upside ที่จำกัดและสถานภาพทางการเงินที่อ่อนแอ

Charoen Pokphand Foods

(CPF.BK/CPF TB)*

ประมาณการ 2Q63F: คาดกำไรโต YoY แม้มีผลกระทบ COVID-19

Event

ประมาณการกำไร 2Q63F

lmpact

กำไรน่าจะยังโตได้ YoY แม้ต้องเผชิญกับการระบาด COVID-19

หากไม่รวมรายการที่ไม่เกี่ยวกับการดำเนินงาน ซึ่งรวมถึง กำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และกำไรจากการขายการลงทุน เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ CPF ใน 2Q63 จะอยู่ที่ 4.3 พันล้านบาท (+128.5% YoY, -8.8% QoQ) โดยกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก YoY จะมาจากการที่ราคาหมูในเวียดนามพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ในขณะที่กำไรที่ลดลง QoQ จะมาจากราคาขายสินค้าที่ลดลงซึ่งเป็นผลจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 เราคาดว่ารายได้รวมใน 2Q63 จะอยู่ที่ 1.364 แสนล้านบาท (+1.9% YoY, -1.3% QoQ) ทั้งนี้ ราคาหมูในเวียดนามที่พุ่งสูงขึ้น YoY น่าจะเกินพอที่จะช่วยชดเชยราคาสินค้าในประเทศที่ลดลง เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ของ CPF ใน 2Q63 น่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 16.1% จาก 13.9% ใน 2Q62 เนื่องจากราคาหมูในเวียดนามที่สูงขึ้น

ราคาหมูในเวียดนามยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง

CPF รายงานว่าราคาหมูในเวียดนามอยู่ที่ 7.4หมื่นดองเวียดนาม/กก. ใน 2Q63 เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว YoY ซึ่งแม้ว่าจะลดลงเล็กน้อยจากสถิติสูงสุดรายไตรมาสใน 1Q63 แต่ราคาหมูที่ยังสูงก็สะท้อนถึงภาวะความไม่สมดุลของอุปสงค์/อุปทานหมูในเวียดนาม ซึ่งถูกกระทบอย่างหนักจากการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) เราคาดว่าราคาหมูน่าจะขยับเข้าใกล้ราคาที่รัฐบาลเวียดนามแนะนำที่ 7.0หมื่นดองเวียดนาม/กก. ใน 2H63 เนื่องจากรัฐบาลคาดว่าจะนำเข้าหมูเพิ่มจากต่างประเทศ รวมถึงจากประเทศไทยด้วย เรายังคงใช้สมมติฐานราคาหมูที่เวียดนามปีนี้ที่ 6.5หมื่นดองเวียดนาม/กก.

ราคาสินค้าในประเทศน่าจะฟื้นตัวขึ้นใน 2H63

จากข้อมูลของสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย (TFMA) ราคาไก่เฉลี่ยลดลงมาอยู่ที่ 33.70 บาท/กก. (-3.5% YoY, -2.3% QoQ) ในขณะที่ราคาหมูเฉลี่ยลดลงมาอยู่ที่ 65.70 บาท/กก. (-9.2% YoY, -7.8% QoQ) เนื่องจากอุปสงค์ลดลงในช่วงที่มีการใช้มาตรการ lockdown แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่าราคาสินค้าทั้งสองประเภทจะฟื้นตัวขึ้น QoQ ใน 3Q63 เนื่องจากมีการทยอยผ่อนคลายมาตรการ lockdown ลงทีละเฟส เรายังคงสมมติฐานราคาขายหมูในประเทศปีนี้เอาไว้ที่ 66.00 บาท/กก. และราคาไก่ที่ 34.70 บาท/กก.

Valuation & Action

ถ้าหากผลประกอบการ 2Q63 เป็นไปตามที่เราคาดไว้ กำไรจากธุรกิจหลักใน 1H63 จะคิดเป็น 53% ของประมาณการกำไรปีนี้ เราคาดว่า CPF จะได้อานิสงส์จากราคาสินค้าที่มีแนวโน้มจะฟื้นตัวขึ้นใน 2H63 เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ และคงราคาเป้าหมายกลางปี 2564F เอาไว้เท่าเดิมที่ 38.00 บาท

Risks

ราคาหมู และส่วนแบ่งกำไรต่ำกว่าที่คาดไว้

Bangkok Expressway and Metro

(BEM.BK/BEM TB)*

ประมาณการ 2Q63: เป็นไตรมาสที่กำไรต่ำสุด

Event

ประมาณการ 2Q63

Impact

กำไรจากธุรกิจหลักใน 2Q63 จะลดลงทั้ง YoY และ QoQ เพราะถูกกระทบจากมาตรการ lockdown

เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจหลักของ BEM ใน 2Q63 จะอยู่ที่ 125 ล้านบาท (-82.1% YoY, -75.2% QoQ) โดยกำไรที่ลดลงทั้ง YoY และ QoQ เป็นเพราะปริมาณการจราจรบนทางด่วนเฉลี่ยต่อวันลดลง (-33.8% YoY, - 28.5% QoQ) และจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT ลดลง (-56.1% YoY, -59.8% QoQ) เนื่องจากกรุงเทพมีการใช้มาตรการ lockdown เต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลง QoQ เหลือ 22.3% เพราะเริ่มรับรู้ผลการดำเนินงานของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน Section 3 (เตาปูน-ท่าพระ) ถ้าผลประกอบการเป็นไปตามที่เราคาดไว้กำไรจากธุรกิจหลัก 1H63 ก็จะคิดเป็น 30.2% ของประมาณการปีนี้ที่เราปรับใหม่

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2563 ลง 18.7% และปี 2564 ลง 5.6%

เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2563 ลง 18.7% และปี 2564 ลง 5.6% เนื่องจาก i) เราปรับลดประมาณการจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT ปี 2563 ลง 6.3% เนื่องจากมีการห้ามทำการบินเที่ยวบินระหว่างประเทศตั้งแต่เดือนเมษยน กรกฎาคม 2563 ในขณะเดียวกัน การผ่อนคลายข้อจำกัดการเดินทางระหว่างประเทศตามนโยบาย travel bubble อาจจะต้องเลื่อนออกไปก่อนเพราะพบว่ายอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ของบางประเทศกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง ii) เราปรับลดประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นลงจากเดิมที่ 42.2% และ 48.5% เหลือ 37.5% และ 45.5% เพื่อสะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย section 3

BEM จะเข้าร่วมประมูลโครงการรถไฟฟ้า MRT สายสีส้มตะวันตก (PPP Net cost)

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) อยู่ระหว่างขายเอกสารประมูล ในช่วงวันที่ 10-24 กรกฎาคม 2563 และกำหนดยื่นซองประมูลภายในวันที่ 23 กันยายน 2563 เราคาดว่า BEM จะจับมือกับ Ch.Karnchang (CK.BK/CK TB)* เพื่อเข้าประมูล ในขณะที่โครงการรถไฟฟ้า MRT สายสีม่วงใต้ส่วนต่อขยายจะช่วยสร้างการเติบโตในระยะกลางเนื่องจาก BEM เป็นผู้เดินรถสายนี้อยู่ และ BTS holdings (BTS.BK/BTS TB)* ก็ประกาศออกมาแล้วว่าจะไม่เข้าร่วมประมูลโครงการนี้

Valuation and action

เรายังคงคำแนะนำซื้อ และให้ราคาเป้าหมาย SOTP 1H64 ที่ 10.80 บาท เราคาดว่าผลประกอบการของ BEM ใน 3Q63 จะดีขึ้น QoQ จากการผ่อนคลายมาตรการ lockdown เฟสที่ 5 และมีการทำงานจากที่บ้านน้อยลง โดยเราพบว่าปริมาณการจราจรบนทางด่วนและจำนวนผู้โดยสารรถไฟฟ้าฟื้นตัวขึ้นแบบ v-shape (ปริมาณการจราจรบนทางด่วน 1.27 ล้านเที่ยว/วัน และผู้โดยสารรถไฟฟ้า MRT 311,000 เที่ยว/วันเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2563) เราคิดว่าการออก TOR โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกจะเป็นปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญในระยะสั้น และคาดว่าผลประกอบการจะฟื้นตัวขึ้นใน 3Q63 เนื่องจากมีการผ่อนคลายมาตรการ lockdown เฟสที่ 5 และโรงเรียนกลับมาเปิดเรียนที่โรงเรียน

Risks

ปริมาณการจราจรบนทางด่วน และผู้โดยสารรถไฟฟ้าต่ำเกินคาด มีการเลื่อนออก TOR โครงการรถไฟฟ้า MRT สายสีส้มตะวันตก

******************************************

 

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!