หมวดหมู่: บทวิเคราะห์

บล.เคจีไอ : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 4-8-2020KGI

ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้   ( รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)

รีบาวด์ ปัจจัยเศรษฐกิจโลกเป็นบวกมากขึ้น

มุมมอง SET Index วันอังคาร: ฝ่ายวิจัยฯ ประเมินดัชนีฯ ฟื้นตัว... หลังจากเมื่อวานนี้หุ้นไทยปรับลงตามปัจจัยลบจากต่างประเทศ แต่ยังแข็งกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ ในอาเซียน (ตามคาด)... ขณะที่เช้าวันนี้ ปัจจัยภายนอกเป็นบวกมากขึ้น ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศไม่มีพัฒนาการใดๆ ที่มีนัยสำคัญต่อตลาด

ปัจจัยต่างประเทศ - เป็นบวก: i) สหรัฐฯ รายงานดัชนี ISM ภาคการผลิต ก.ค. สูงสุดรอบ 9 เดือนและสูงกว่าที่ consensus คาด ชี้ถึงการกลับมาขยายตัวของภาคการผลิตแม้ว่าสถานการณ์ COVID-19 ในสหรัฐฯ รุนแรงขึ้นมากในเดือนดังกล่าว (น่าจะเป็นผลจากการไม่ยอมปิดเมือง) ii) ดัชนี PMI (final) ภาคการผลิต ก.ค. ของยุโรปเพิ่มขึ้นมากกว่า consensus คาดเช่นกัน และ iii) ตัวเลขผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทั่วโลกชะลอลงอีกครั้ง เมื่อวานนี้อยู่ที่ประมาณ 1ณ 1.9 แสนคน เทียบกับจุดสูงสุดที่ 2.8 แสนคนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว... อย่างไรก็ดี เราเชื่อว่าสถานการณ์ COVID-19 ยังไม่นิ่งและจะสร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้นโลกต่อไป ขณะที่ปัจจัยลบในวันนี้ ได้แก่ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่เป็นลบมากขึ้นอีก ล่าสุดเช้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์แถลงว่า บ. TikTok ของจีนต้องขายกิจการในสหรัฐฯ ภายในวันที่ 15 ก.ย. ไม่เช่นนั้นจะถูกสั่งปิดกิจการในสหรัฐฯ ซึ่งประเด็นนี้น่าจะส่งผลให้จีนทำการตอบโต้สหรัฐฯ เพิ่มเติมในเร็วๆ นี้

ปัจจัยภายในประเทศ - เป็นกลาง: ฝ่ายวิจัยฯ มองว่าวันนี้ไม่มีปัจจัยภายในที่มีนัยสำคัญต่อตลาดหุ้น

ปัจจัยที่ต้องติดตามในสัปดาห์นี้ (3-7 ส.ค.): i) การประชุม กนง. วันที่ 5 ส.ค. นี้ และ ii) ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในภาคแรงงาน ได้แก่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน (ในวันที่ 6 ส.ค.) และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร (ในวันที่ 7 ส.ค.)  

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน   ( สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)

เก็งกำไร ILINK, PTG*, BCPG*

                ILINK (เป้า Consensus 6.25 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 4.30 บาท / แนวต้าน 4.50 - 4.80 บาท (Stop loss 4.0 บาท) 2) ประเมินผลการดำเนินงาน 2Q63 จะรับรู้ผลขาดทุนจากงานรับเหมาฯระบบที่สนามบินสุวรรณภูมิ (CC3) เป็นไตรมาสสุดท้าย (คาดส่งมอบงานครบตามสัญญาแล้ว) ขณะที่แนวโน้มธุรกิจจะเติบโตใน 2H63 - 2564 ตามดีมานด์ของอุตสาหกรรมฯที่เติบโต (5G, AI, IoT เป็นต้น) 3) PE ปีนี้ยังต่ำเพียง 10.2 เท่า อิงประมาณการฯ EPS 0.43 บาท/หุ้น (Bloomberg consensus) ... อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในบทวิเคราะห์ Alert

                PTG* (เป้า Consensus 20.12 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 19.3 บาท และ 19.0 บาท / แนวต้าน 20.0 - 20.2 บาท (Stop loss 18.0 บาท) 2) ฝ่ายวิจัยฯประเมิน (เบื้องต้น) แนวโน้มกำไร 2Q63 โตเด่น QoQ เป็นกำไร >300 ล้านบาท (โต 48% QoQ) จากค่าการตลาดน้ำมันที่ดีขึ้น ขณะที่แนวโน้มผลการดำเนินงาน 3Q - 4Q มีแนวโน้มฟื้นตัวตามปริมาณการใช้น้ำมัน + ดีมานด์ไบโอดีเซลบี 10 ที่ฟื้นตัวภายหลังการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์

                BCPG* (เป้าพื้นฐาน 21.5 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 15.2 บาท / แนวต้าน 15.8 - 16.1 บาท (Stop loss 15 บาท) 2) ฝ่ายวิจัยฯประเมินผลการดำเนินงาน 2Q63 จะเป็นจุดต่ำสุด (ขาดทุนค่าเงินบาท+ภัยแล้งกระทบโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ) และจะฟื้นตัวเด่นใน 3Q63 (น้ำเริ่มเข้าเขื่อน ซึ่งหุ้น CKP* ปรับขึ้นจากประเด็นนี้ไปแล้ว) ... อ่านรายละเอียดในบทวิเคราะห์กลุ่มโรงไฟฟ้าวันนี้เพิ่มเติม 3) คาดเตรียมประกาศโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ที่ลาวภายใน 2H63 รอเพียงปลดล็อกให้สามารถเดินทางระหว่างประเทศได้ (คาดจะเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานลม ±600MW และ/ หรือ โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ)  

หุ้นมีข่าว

(+) จ่อลุยเฟส 2 'เราเที่ยวด้วยกัน' เจาะไทยเที่ยวนอก-เอ็กซ์แพท (กรุงเทพธุรกิจ) กระทรวงท่องเที่ยวฯ-ททท. แก้เกมกำลังซื้อคนไทยนิ่ง จ่อลุยเฟส 2 "เราเที่ยวด้วยกัน" ดันยอดคนไทยเที่ยววันธรรมดา เจาะ 3 กลุ่ม "ไทยเที่ยวนอก-เอ็กซ์แพท-องค์กรประชุมสัมมนา" ขณะ "พิพัฒน์" นัดถกเอกชนพรุ่งนี้ ฟื้นท่องเที่ยวหลังโควิด

(+) MTC* เซ็น MOU แบงก์ออมสิน กู้ซอฟท์โลนเฉียด 5 พันล. เสริมสภาพคล่อง (ผู้จัดการรายวัน 360 องศา) เมืองไทย แคปปิตอล จับมือธนาคารออมสิน ลงนามเซ็นสัญญาเงินกู้ซอฟต์โลน มูลค่า 4,958 ล้านบาท เพิ่มสภาพคล่อง เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ผู้บริหาร ประเมินธุรกิจครึ่งปีหลังแนวโน้มดี ความต้องการสินเชื่อกลับสู่ภาวะปกติ มั่นใจหนุนผลงานปี 63 โต

(+) BANPU*-BCPG* ทุ่มงบ ซื้อโรงไฟฟ้าเสริมแกร่ง (ไทยโพสต์) บีซีพีจีลุยซื้อโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ในไทยตามแผน รวม 20 เมกะวัตต์ ทุกโครงการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว คาดรับรู้รายได้ภายในไตรมาส 3 ด้าน บ้านปูอัดงบ 2,065 ล้านบาท ซื้อโรงไฟฟ้าพลังงานลม El Wind Mui Dinh ในเวียดนาม

(+) EP จ่อรับทรัพย์ 871 ล้าน ขายโซลาร์ฟาร์ม 20 MW (ทันหุ้น) EP เตรียมรับทรัพย์ 871 ล้านบาท หลังเซ็นสัญญาขายโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม 4 โครงการ กำลังการผลิตรวม 20 เมกะวัตต์ ให้กับ BCPG หนุนเงินสดในมือเพิ่มขึ้น ลุยลงทุนขยายธุรกิจต่อเนื่อง ขณะที่อยู่ระหว่างการศึกษาลงทุนพลังงานลมในประเทศเวียดนามอีกด้วย

(+) GPSC* ออกกรีนบอนด์ 5 พันล้าน รีไฟแนนซ์หนี้เปิดจอง 4-6 ส.ค.นี้ (ข่าวหุ้น) GPSC* เตรียมเสนอขายกรีนบอนด์ มูลค่ารวม 5 พันล้านบาท อายุ 5-15 ปี อัตราดอกเบี้ย 2.11-3.24% เปิดให้นักลงทุนสถาบัน-รายใหญ่ จองซื้อระหว่างวันที่ 4-6 ส.ค. 63 เพื่อนำไปรีไฟแนนซ์หนี้เดิมในโครงการที่เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

                หุ้นที่แนะนำ "Let profit run" โดยกำหนดจุดล็อกกำไร Trailing stop: RS* (Trailing stop 17.5 บาท), JMART (Trailing stop 13 บาท)

                CPF* (เป้าพื้นฐาน 38 บาท) แนวรับ 33 บาท / แนวต้าน ±35 บาท หากผ่านได้แนะนำ "Let profit run" (Trailing stop 32 บาท)

                SCCC (เป้าพื้นฐาน 209 บาท) แนวรับ 148 บาท / แนวต้าน 155 - 157 บาท (Stop loss 140 บาท)

                EA* (เป้า Consensus 52.38 บาท) แนวรับ 46 บาท / แนวต้าน 50 - 52 บาท (Stop loss 45 บาท)

                GULF* (เป้าพื้นฐาน 40.25 บาท ... หลัง XR 37.25 บาท) แนวรับ 33 บาท / แนวต้าน 35 - 37 บาท (Stop loss 30 บาท)

                ESSO* (เป้าพื้นฐาน 9.5 บาท) แนวรับ 7.4 บาท / แนวต้าน 8.0 - 8.25 บาท (Stop loss 7.2 บาท)

Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้

                กลุ่มโรงไฟฟ้า น้ำหนักลงทุน "เท่ากับตลาดฯ" ฝ่ายวิจัยฯประเมินกำไรจากการดำเนินงาน 2Q63 ของกลุ่มโดยรวมจะลดลง YoY และ QoQ ทั้งนี้คาดจะมีเพียง GPSC* และ BGRIM* ที่จะรายงานผลการดำเนินงานโต YoY สำหรับหุ้นเด่น i) โรงไฟฟ้าหลักเลือก BGRIM* และ ii) โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนเลือก BCPG* ... อ่านรายละเอียดการ Preview หุ้นรายตัวในบทวิเคราะห์วันนี้เพิ่มเติม

                PTT* แนะนำ "ถือ" เป้าพื้นฐาน 42 บาท ฝ่ายวิจัยฯประเมินกำไร 2Q63 = 1.04 หมื่นล้านบาท (-60% YoY, Turnaround QoQ) กำไรที่คาดจะลดลง YoY เป็นผลจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลง ขณะเดียวกันผลการดำเนินงานที่พลิกเป็นกำไรจะมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงกลั่น คงคำแนะนำ "ถือ" รอประเด็นข่าวการ IPO บ.ลูก PTTOR ซึ่งคาดจะปลดล็อกมูลค่าของ PTT* อีกราว +3 บาท/หุ้น

                BANPU* แนะนำ "ถือ" เป้าพื้นฐาน 6.9 บาท ฝ่ายวิจัยฯคาดจะรายงานผลขาดทุนใน 2Q63 ราว 2.2 พันล้านบาท (พลิกขาดทุนจาก 1Q63 และ 2Q62) โดยคาดจะมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสูงถึง -2.2 พันล้านบาท ขณะที่ราคาถ่านหินลดลงทำจุดต่ำสุดตั้งแต่ 3Q59 แนะนำเพียง "ถือ" โดยประเมิน Dividend yield ยังสูงราว 7% ต่อปี

                WHA* แนะนำ "ถือ" เป้าพื้นฐาน 3.3 บาท ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรปกติ 2Q63 = 397 ล้านบาท (-55% YoY, +80% QoQ) อย่างไรก็ดีการยืดเยื้อของ การสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกทำให้มีความเสี่ยงที่ดีลการซื้อ-ขายที่ดินจะล่าช้าไปกว่าคาด ทำให้ฝ่ายวิจัยฯปรับลดประมาณการฯปี 2564 ลง -4% คงคำแนะนำ "ถือ"

                AMATA* แนะนำ "ถือ" เป้าพื้นฐาน 15 บาท ฝ่ายวิจัยฯคาดกำไรปกติ 2Q63 = 116 ล้านบาท (-72% YoY, -48% QoQ) ขณะที่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังยืดเยื้อทั่วโลก ทำให้คาดจะกระทบต่อการเจรจาซื้อ-ขายที่ดิน ฝ่ายวิจัยฯจึงปรับลดประมาณการฯและราคาเหมาะสมลงเป็น 15 บาท (เดิม 18 บาท) และปรับคำแนะนำลงเป็น "ถือ"

******************************************

 

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!