หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

MC suneeMC ปรับลดเป้ารายได้ปีนี้เหลือโตราว 3% จากเดิมคาดโต 10% เหตุกำลังซื้อหดตัวกว่าคาด

     น.ส.สุณี เสรีภาณุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แม็คกรุ๊ป (MC) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับลดประมาณการยอดขายปี 60 เหลือเติบโตประมาณ 3% จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตได้ราว 10% และปรับลดประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นมาอยู่ที่ 52%-53% จากเดิมคาดอยู่ที่ 54%-55% เนื่องจากกำลังซื้อที่หดตัวลงอย่างมาก

      แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตามแผนธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตที่มั่นคงในระยะยาว ประกอบด้วยการมุ่งเน้นนวัตกรรมของสินค้าหลักของบริษัทในกลุ่มผ้ายีนส์ เช่น Mc MOVE Denim และ MC COOL Denim ที่นำออกสู่ตลาดในช่วงไตรมาส 2 เพื่อสร้างความแตกต่าง รักษาความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมและขยายฐานลูกค้าสู่ลูกค้ากลุ่มใหม ,การลงทุนเปิดตลาดสินค้าไลฟ์สไตล์ประเภทใหม่

      น.ส.สุณี กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทจะมุ่งเน้นธุรกิจผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหรือโฮมสปา ซึ่งบริษัทได้เตรียมสินค้ากลุ่มใหม่ ได้แก่ น้ำหอม สบู่ก้อนหอม แป้งฝุ่นหอม เพิ่มเติมจากโลชั่นบำรุงผิว และเจลอาบน้ำที่ออกมาก่อนหน้านี้ และได้เปิดจุดจำหน่ายแบบ Pop-up store เพื่อสร้าง Brand Awareness ที่ Centerpoint of Siam Square ที่ Terminal 21 และล่าสุดเมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมาที่ Mega Bangna และนอกเหนือจากที่ได้วางจำหน่ายที่ร้านแม็คยีนส์ทุกสาขาและช่องทางออนไลน์ www.mcshop.com บริษัทฯ ยังเดินหน้าทำแผนธุรกิจกับคู่ค้าอย่างต่อเนื่องเพื่อนำสินค้าไลฟ์สไตล์กลุ่มใหม่ๆ เข้ามาในตลาดต่อไป

      ทั้งนี้ บริษัทยังมีการลงทุนในระบบบริหารงานลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management หรือ CRM) และระบบ E-Commerce ที่จะเข้ามาเป็นฐานในการเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน และการเดินหน้าเพิ่มพื้นที่ในการขายเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น โดยจะเปิดจุดจำหน่ายใหม่สำหรับครึ่งหลังปีนี้ อีกประมาณ 15 แห่ง ในส่วนของร้านค้าปลีกของตนเองและห้างค้าปลีกสมัยใหม่ ตลอดจนจับมือกับศูนย์การค้าโรบินสันเพื่อขยายจุดขายเดิมให้ใหญ่ขึ้น (Enlargement) อีกประมาณ 30 แห่ง ซึ่งจะช่วยในการเพิ่มโอกาสทั้งระยะสั้นและระยะยาว

      นอกจากนี้ การปรับกลยุทธ์ช่องทางการจัดจำหน่ายในครั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่าจะใช้งบลงทุนรวมในปีนี้ทั้งหมดประมาณ 80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ตั้งไว้ที่ 70 ล้านบาทในช่วงต้นปี

     น.ส.สุณี กล่าวว่า สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 2/60 บริษัทฯมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 919 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 90 ล้านบาท ลดลง 8.7% และ 53.0% ตามลำดับ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องมาจากการจับจ่ายใช้สอยในประเทศที่ยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง และการแข่งขันที่รุนแรงจากผู้ค้าปลีกที่มีเครือข่ายทั่วประเทศ ส่งผลกดดันการเติบโตของรายได้ของห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นในต่างจังหวัด ทำให้รายได้จากการขายของบริษัทผ่านห้างค้าปลีกลดลงค่อนข้างมาก

     "โดย ณ สิ้นไตรมาส 2 บริษัทลดจุดจำหน่ายลงสุทธิ 22 แห่งจากสิ้นปีที่แล้ว คงเหลือ 875 แห่ง แบ่งเป็นร้านค้าปลีกของตนเอง 296 แห่ง ห้างค้าปลีกสมัยใหม่ 561 แห่ง รถโมบายเคลื่อนที่ 6 คัน และจุดจำหน่ายในต่างประเทศอีก 12 แห่ง ซึ่งเป็นไปตามแผนการปรับโปรแกรมตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ (Dealership Reprogram) และแผนการจัดการจุดจำหน่ายในปีปัจจุบัน ซึ่งการเปิดร้านใหม่จะกระจุกตัวอยู่ในครึ่งหลังของปี"

      ส่วนในครึ่งแรกของปี 60 บริษัทมีกำไรสุทธิ 321 ล้านบาท ลดลง 18.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากรายได้จากการขายและอัตรากำไรขั้นต้นลดลง โดยบริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 51.0% เมื่อเทียบกับ 53.1% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อสนับสนุนตัวแทนจำหน่ายของบริษัทและการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค

     พร้อมกันนี้ บริษัทได้กำหนดวันขึ้นเครื่องหมาย XD (Ex-dividend date) ในวันที่ 23 ส.ค.60 และกำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 25 ส.ค.60 จากนั้นบริษัทจะทำการปิดสมุดทะเบียนในวันที่ 28 ส.ค.60  และมีกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 8 ก.ย.60

     อินโฟเควสท์

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!