หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

Fitch9ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กร 'บ. ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979' ที่ 'BBB' และเปลี่ยนแนวโน้ม เป็น 'Stable' จาก ‘Developing’

 

     ทริสเรทติ้ง ยืนยันอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ’BBB’ พร้อมทั้งเปลี่ยนแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทเป็น ‘Stable’ หรือ คงที่จาก ‘Developing’ หรือ ไม่ชัดเจนโดยการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มอันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงความเห็นของทริสเรทติ้งว่าการซื้อกิจการของ บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน) และการโอนธุรกิจหลักของบริษัทให้แก่บริษัทย่อยที่เพิ่งจัดตั้งมาใหม่ซึ่งก็คือ บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 2014 จำกัด ในเดือนมิถุนายนนี้จะไม่ก่อให้เกิดผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการของบริษัท โดยภายหลังการโอนธุรกิจดังกล่าว บริษัทจะได้รับรายได้เงินปันผลที่สม่ำเสมอจากบริษัทศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 2014

      อันดับเครดิตสะท้อนถึงประวัติอันยาวนานของบริษัทในการให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลแบบมีหลักประกันและคณะผู้บริหารซึ่งมากด้วยประสบการณ์ การจัดอันดับเครดิตยังพิจารณาถึงความสามารถในการทำกำไรในระดับที่น่าประทับใจ ตลอดจนระดับฐานทุนที่เพียงพอ และช่องทางการให้สินเชื่อที่กระจายตัวอยู่ทั่วประเทศของบริษัทด้วย อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตถูกจำกัดโดยสภาพการแข่งขันที่รุนแรง ตลอดจนภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่ไม่เอื้ออำนวย ภาวะหนี้ครัวเรือนในประเทศที่อยู่ในระดับสูง และการที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทมีความอ่อนไหวเป็นอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ

     บริษัทศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 ก่อตั้งในปี 2551 โดยครอบครัวตระกูลแก้วบุตตาซึ่งมีประสบการณ์อันยาวนานในธุรกิจให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลแบบมีหลักประกันนับตั้งแต่ปี 2522 โดยบริษัทให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลซึ่งมีหลักประกันเป็นยานพาหนะประเภทต่าง ๆ (เช่น รถจักรยานยนต์ใช้แล้ว รถยนต์ รถบรรทุก ฯลฯ) รวมถึงที่ดินและอสังหาริมทรัพย์ต่าง ๆ ในปี 2557 บริษัทได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปัจจุบันผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทคือครอบครัวตระกูลแก้วบุตตาซึ่งถือหุ้นประมาณ 52% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด

      ตามแผนการปรับโครงสร้างที่บริษัทได้ออกประกาศไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 2014 จะรับโอนสินเชื่อส่วนบุคคลแบบมีหลักประกันคงค้างจากบริษัทและจะปล่อยสินเชื่อประเภทดังกล่าวให้แก่ลูกค้าใหม่ ในขณะที่ บง. กรุงเทพธนาทร ซึ่งบริษัทถือหุ้นอยู่ 36.5% และเป็นบริษัทเงินทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะมุ่งเน้นธุรกิจการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงสินเชื่อส่วนบุคคลทั้งแบบมีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน

       ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2560 บริษัทให้บริการสินเชื่อผ่านสาขาจำนวน 2,188 แห่ง โดยมูลค่าสินเชื่อคงค้างเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 5,722 ล้านบาทในปี 2556 เป็น 17,469 ล้านบาทในปี 2559 ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปีเท่ากับ 45% มูลค่าสินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้นเป็น 23,086 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2560 หรือเติบโตขึ้น 32.1% จากสิ้นปี 2559 ทั้งนี้ บริษัทได้รวมสินเชื่อของ บง. กรุงเทพธนาทร มูลค่า 3,357 ล้านบาทเข้าไว้ในงบการเงินในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2560 สินเชื่อคงค้างของบริษัทประกอบด้วยสินเชื่อที่มีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลและรถกระบะเป็นหลักประกันในสัดส่วน 42.9% สินเชื่อที่มีรถจักรยานยนต์ใช้แล้วเป็นหลักประกัน 17.1% สินเชื่อที่มีรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์เป็นหลักประกัน 10.3% สินเชื่อที่มีอสังหาริมทรัพย์เป็นหลักประกัน 20.7% สินเชื่อที่มีที่ดินเป็นหลักประกัน 5.2% สินเชื่อที่มียานพาหนะอื่น ๆ เป็นหลักประกัน 2.6% และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ 1.2% ของสินเชื่อคงค้างทั้งหมด บริษัทได้หยุดธุรกิจให้สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่ในปี 2558

      คุณภาพสินเชื่อของบริษัทปรับตัวดีขึ้นระหว่างปี 2558 และปี 2559 แม้ว่าจะยังต่ำกว่าคู่แข่ง โดยอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (สินเชื่อค้างชำระมากกว่า 90 วัน) ต่อสินเชื่อรวมของบริษัทเท่ากับ 3.6% ณ สิ้นปี 2559 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของบริษัทคู่แข่งอยู่ 2% ทั้งนี้ บริษัทมีอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ระดับประมาณ 60% ซึ่งยังต่ำกว่าของบริษัทคู่แข่งอยู่มาก ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2560 หลังจากบริษัทได้รวมผลประกอบการของ บง. กรุงเทพธนาทรไว้ในงบการเงินแล้ว อัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมของบริษัทก็ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 4% ในขณะเดียวกัน อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ก็ปรับเพิ่มขึ้นเช่นกันโดยอยู่ที่ระดับ 100.8%

      บริษัทมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่มีระดับความเสี่ยงสูงและค่อนข้างอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงในทางลบของภาวะเศรษฐกิจ ดังนั้น บริษัทจึงมีนโยบายการอนุมัติสินเชื่อที่เข้มงวดและมีเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อที่ระมัดระวังโดยกำหนดอัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันไว้ในระดับต่ำ ตลอดจนมีกระบวนการจัดเก็บหนี้ที่เหมาะสม

      ผลประกอบการของบริษัทเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 26 ล้านบาทในปี 2554 เป็น 1,336 ล้านบาทในปี 2558 และเติบโตอีก 50.3% มาอยู่ที่ระดับ 2,009 ล้านบาทในปี 2559 อัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมถัวเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 1.6% ในปี 2554 เป็น 11.2% ในปี 2559 รายได้สุทธิในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2560 เท่ากับ 696 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.3% จากช่วงเดียวกันของปี 2559 และอัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์รวมถัวเฉลี่ยเท่ากับ 11% (ปรับอัตราส่วนให้เป็นตัวเลขเต็มปีแล้ว)

        ฐานทุนของบริษัทยังอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะรองรับการขยายสินเชื่อในช่วงระยะเวลาอันใกล้และรองรับความเสี่ยงในช่วงธุรกิจขาลง อัตราส่วนของผู้ถือหุ้นต่อสินทรัพย์รวมของบริษัทปรับลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 40% ในปี 2557 เป็น 30.8% ณ สิ้นปี 2559 อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนดังกล่าวปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 31.2% ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2560 จากผลกำไรที่แข็งแกร่ง โดยบริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ระดับ 2.2 เท่า ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2560

 

แนวโน้มอันดับเครดิต

     แนวโน้มอันดับเครดิต 'Stable' หรือ 'คงที่' สะท้อนความคาดหวังของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะสามารถรักษาสถานะทางการตลาดและมีผลประกอบการที่น่าพอใจอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังคาดหวังว่าบริษัทจะสามารถควบคุมคุณภาพสินเชื่อให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ด้วยเช่นกัน

               การปรับเพิ่มอันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่บริษัทสามารถขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องและคงความสามารถในการทำกำไรในระดับที่น่าพอใจในขณะเดียวกันก็สามารถดำรงคุณภาพสินทรัพย์ในระดับสูงเอาไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจถูกปรับลดลงหากคุณภาพสินทรัพย์และความสามารถในการแข่งขันของบริษัทลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

 

บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกัด (มหาชน) (SAWAD)

อันดับเครดิตองค์กร: BBB

แนวโน้มอันดับเครดิต:           Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com

   ติดต่อ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.  โทร. 0-2231-3011 ต่อ 500 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

       บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2560 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง

     ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

 

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!