หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

CHOสรเดช ทวแสงสกลไทยCHO ทยอยรับรู้ฯ E-Ticket ขสมก.ช่วงปี 61-65, ยันเข้าประมูลรถเมล์ NGV หากใช้ราคากลางเดิม

     นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ช ทวี (CHO) คาดว่า จะสามารถทยอยรับรู้รายได้โครงการระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (E-Ticket) จากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้ตั้งแต่ปี 61-65 หลังจากวันนี้ บริษัทได้ลงนามในสัญญาเช่าระบบ E-Ticket จำนวน 2,600 คัน กับ ขสมก.มูลค่าโครงการ 1,665,000,000 บาท  ระยะสัมปทาน 5 ปี

       "จะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 61-65 จากเดิมที่คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปีนี้ เนื่องจาก ขสมก.ขอปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในสัญญา จากเดิมจะรับเงินหลังติดตั้งระบบบนรถเมล์ 200 คันแรก แต่เปลี่ยนเป็นชำระเงินให้หลังติดตั้งระบบเสร็จครบ 2,600 คันหรือหลังจากนี้ 330 วัน โดยจะได้รับเป็นค่าเช่ารายเดือน"

    ในการประมูลงานในครั้งนี้บริษัทร่วมกับพันธมิตรอีก 4 ราย ได้แก่ บริษัท จัมป์ อัพ จำกัด, บริษัท เอเซนเทค(ประเทศไทย) จำกัด,บริษัท เอ็มโอแอล เพย์เมนท์ จำกัด และ Tmoney จากประเทศเกาหลี ซึ่งแต่ละองค์กรมีความเชี่ยวชาญ ความสามารถเฉพาะทาง และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการร่วมกันทำงานโครงการเช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (E-Ticket)  ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ทุกประการ

       “โครงการนี้จะมีการติดตั้งระบบ e-Ticket และเครื่องเก็บค่าโดยสาร หรือ Cash box ในรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. จำนวน 2,600 คัน ตามมาตรฐานบัตรร่วมของกระทรวงคมนาคม ระยะเวลาสัมปทานเช่า 5 ปี ซึ่งทางกลุ่มฯ ได้คิดค้นเทคโนโลยีต่างๆ ให้เหมาะสมกับการใช้งานของคนกรุงเทพฯ เพื่อทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว และประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่ายด้วย โดยภายในระยะเวลา 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ต้องมีการติดตั้งระบบ e-ticket สำหรับรถโดยสารประจำทาง จำนวนไม่น้อยกว่า  100 คัน และ ภายใน 180 วัน ต้องติดตั้งรวม 800 คัน รวมถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้ระบบ e-ticket สามารถใช้งานได้ตั้งแต่อุปกรณ์บนรถโดยสารประจำทาง ระบบสารสนเทศที่เขตการเดินรถที่ส่วนกลางของ ขสมก. และกระทรวงคมนาคม" นายสุรเดช  กล่าว

        นายสุรเดช กล่าวว่า บริษัทจะเข้าร่วมประมูลรถเมล์ NGV จำนวน 489 คันที่ราคากลางเดิม 4,021 ล้านบาท แต่หากมีการปรับราคากลางไปเป็นราคาที่บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด เคยประมูลได้ที่ 3,389 ล้านบาท หรือต่ำลง 600 กว่าล้านบาทจากราคากลาง บริษัทคงไม่สามารถยื่นประมูลได้ เพราะมองว่าเป็นราคาที่ไม่มีใครทำได้ หรือหากจะทำได้ก็คงเป็นการขายตัวรถให้อย่างเดียวไม่สามารถดูแลซ่อมบำรุงได้ ซึ่งก็จะผิดเงื่อนไขสัญญา

        "บริษัทอยู่ในตลาดหลักทรัพย์คงทำไม่ได้ และเป็นการทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนด้วยเพราะรถจะไปเสียกลางทางแล้วไม่มีคนดูแล"นายสุรเดช กล่าว

     ขณะที่บริษัทจะเข้าร่วมประมูลโครงการรถเมล์ไฟฟ้า 200 คันด้วยเช่นกัน โดยขณะนี้มีซัพพลายเออร์จากประเทศจีนมาหารือด้วย ซึ่งรถเมล์ไฟฟ้าราคาเฉลี่ย 12-15 ล้านบาท/คัน สาเหตุที่มีราคาแพงเนื่องจากราคาแบตเตอรี่ค่อนข้างสูง

     นายสุรเดช กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทจะมีกำไรจากการที่ขาดทุนสะสมจะหมดไปและคาดว่าจะสามารถจ่ายปันผลได้ในปีหน้า โดยกำไรจากการผลิตจะอยู่ที่ประมาณ 20% ส่วนการซื้อมาขายไปจะมีกำไรอยู่ที่ประมาณ 3-5% ซึ่งตอนนี้งานซื้อมาขายไปค่อนข้างมาก

     ขณะที่ทั้งปีคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 5-6% จากปีก่อน โดยเริ่มเห็นรายได้เข้าในช่วงครึ่งปีหลังจากที่มีการส่งมอบงาน เช่น ตะวันออกกลาง เวียดนาม และงานในประเทศส่วนหนึ่ง และยังมีงานที่รอประมูลของ บมจ.การบินไทย (THAI) มูลค่า 140 ล้านบาท, งานตะวันออกกลางประมาณ 300 ล้านบาท, รถเมล์ NGV ขสมก.และงานกองทัพด้านยุทโธปกรณ์ประมาณ  200 ล้านบาท ซึ่งจะเห็นผลในช่วงครึ่งปีหลัง ปัจจุบันมีมูลค่างานในมือ (Backlog) ประมาณ 600 ล้านบาท

                              อินโฟเควสท์

กลุ่ม CHO คว้างานโครงการเช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (E-Ticket) มูลค่าโครงการ 1,665 ลบ. ทยอยรับรู้      บมจ. ช ทวี หรือ CHO พร้อมพันธมิตรทั้ง 4 รายได้แก่ บริษัท จัมป์ อัพ จำกัด , บริษัท เอเซนเทค(ประเทศไทย) จำกัดบริษัท เอ็มโอแอล เพย์เมนท์ จำกัด และ Tmoney จากประเทศเกาหลี ในนามกลุ่มนิติบุคคลร่วมทำงาน ได้รับประกาศจากทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่าเป็นผู้ชนะการประมูลงานโครงการเช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (E-Ticket)  จํานวน 2,600 คัน มูลค่าโครงการประมาณ 1,665 ล้านบาท  ทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2561 – 2565

        นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด  (มหาชน) (CHO) ประกอบธุรกิจเป็นผู้ออกแบบ สร้างสรรค์ ผลิตตัวถังและติดตั้งระบบวิศวกรรมที่เกี่ยวกับยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ รวมทั้งเป็นผู้ผสานเทคโนโลยีเกี่ยวกับระบบราง และโลจิสติกส์เข้ากับการจัดการอย่างมืออาชีพ เปิดเผยว่า บริษัทฯ ในนามกลุ่มนิติบุคคลร่วมทำงานโดยบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) ได้ลงนามในสัญญาเช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (E-Ticket)  จํานวน 2,600 คัน จากทางองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) มูลค่าโครงการ 1,665,000,000 บาท  ระยะสัมปทาน 5 ปี โดยบริษัทฯ จะสามารถทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 2561 – 2565

     ในการประมูลงานในครั้งนี้บริษัทฯ ได้ร่วมกับพันธมิตรอีก 4 ราย ได้แก่ บริษัท จัมป์ อัพ จำกัด , บริษัท เอเซนเทค(ประเทศไทย) จำกัดบริษัท เอ็มโอแอล เพย์เมนท์ จำกัด และ Tmoney จากประเทศเกาหลี ซึ่งแต่ละองค์กรมีความเชี่ยวชาญ  ความสามารถเฉพาะทาง  และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยในการร่วมกันทำงานโครงการเช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (E-Ticket)  ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ทุกประการ

        “โครงการนี้จะมีการติดตั้งระบบ e-Ticket และเครื่องเก็บค่าโดยสาร หรือ Cash box ในรถโดยสารประจําทางของ ขสมก. จํานวน 2,600 คัน ตามมาตรฐานบัตรร่วมของกระทรวงคมนาคม  ระยะเวลาสัมปทานเช่า 5 ปี ซึ่งทางกลุ่มฯ ได้คิดค้นเทคโนโลยีต่างๆ ให้เหมาะสมกับการใช้งานของคนกรุงเทพฯ  เพื่อทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว และประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่ายด้วย  โดยภายในระยะเวลา 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ต้องมีการติดตั้งระบบ e-ticket สําหรับรถโดยสารประจําทาง จํานวนไม่น้อยกว่า  100 คัน และ ภายใน 180 วัน ต้องติดตั้งรวม 800 คัน รวมถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้ระบบ e-ticket สามารถใช้งานได้ตั้งแต่อุปกรณ์บนรถโดยสารประจําทาง ระบบสารสนเทศที่เขตการเดินรถ ที่ส่วนกลางของขสมก. และกระทรวงคมนาคม”  นายสุรเดช  กล่าวในที่สุด

คนกรุง เตรียมใช้ E-ticket เชื่อมต่อการเดินทาง 

     คนกรุง เตรียมตัวใช้บัตร ‘แมงมุม’ เชื่อมต่อการเดินทางทุกระบบ หลัง ขสมก. ลงนามสัญญาเช่าระบบบัตรโดยสารพร้อมอุปกรณ์ (E- ticket) ในวันนี้ (15 มิ.ย.) นำร่องรถเมล์ ขสมก. 2,600 คัน 

       นายสมศักดิ์ ห่มม่วง กรรมการบริหารกิจการองค์การรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า ขสมก. ได้ดำเนินโครงการเช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (E - ticket) ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อสรรหาบริษัทที่จะมาติดตั้งระบบและอุปกรณ์ ได้แก่ เครื่องอ่านบัตรและเครื่องเก็บค่าโดยสาร บนรถโดยสารประจำทาง จำนวน 2,600 คัน โดยบริษัท ช ทวีจำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์ และเชี่ยวชาญในการนำระบบดังกล่าวมาใช้บนรถโดยสารประจำทาง เป็นผู้ชนะการประกวดราคา  โดยวันนี้(15 มิ.ย.) จะจัดพิธีลงนามสัญญาเช่าระบบบัตร E - ticket ระหว่าง ขสมก. กับ บริษัท ช ทวี 

      ทั้งนี้ การนำระบบบัตร E - ticket มาใช้บนรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บค่าโดยสารและช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรสำหรับพนักงานเก็บค่าโดยสาร โดยช่วงปีแรก พนักงานยังต้องทำหน้าที่แนะนำการใช้บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ให้กับผู้โดยสาร จากนั้นในปีต่อไป จะปรับลดจำนวนพนักงานลง และจะปรับเปลี่ยนไปทำหน้าที่อื่น เช่น พนักงานขับรถ ซึ่งพิจารณาจากความรู้ความสามารถของพนักงานแต่ไม่มีการให้ออกจากงาน 

       ขณะที่ประชาชนผู้ใช้บริการ จะได้รับความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง ด้วยการใช้บัตร E - ticket  ใบเดียวสำหรับเชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆ ได้ทุกระบบ  ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากขึ้น เพราะไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าระบบซ้ำซ้อน  คาดว่าเมื่อ ขสมก. ติดตั้งระบบแล้วเสร็จ จะจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะมากยิ่งขึ้น

      กระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ดำเนินการนำระบบตั๋วร่วม ในชื่อ บัตรแมงมุมมาใช้เชื่อมต่อการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าบีทีเอส รถไฟฟ้าใต้ดิน รถโดยสารประจำทาง และเรือโดยสาร พร้อมกับตั้งสำนักงานโครงการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม เพื่อเป็นหน่วยงานกลางในการกำหนดมาตรฐานกลางตั๋วร่วม และเร่งรัดให้สามารถใช้งานระบบดังกล่าวได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560 เป็นต้นไป โดยเริ่มจากระบบรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. ก่อน เพื่อรองรับการใช้บัตรผู้มีรายได้น้อย ของกระทรวงการคลัง

ขสมก.’ เดินหน้าเซ็นสัญญาเช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ 15 มิ.ย.นี้ ยืนยันดำเนินการอย่างถูกต้อง ไม่ห่วงเอกชนยื่นฟ้อง

         นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม และรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ ทางขสมก.ยังคงกำหนดลงนามในสัญญาเช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (E-Ticket) กับบมจ.ช ทวี (CHO) ตามเดิม เนื่องจาก ขสมก. ยังไม่ได้รับคำสั่งศาลใดๆ จากการที่กิจการร่วม BMZT Consortium โดย บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) ยื่นฟ้องศาลปกครองขอคุ้มครองกรณีการลงนามเช่าระบบ E-Ticket หลังไม่ผ่านคุณสมบัติ เนื่องจากยื่นเอกสารไม่ครบถ้วนตามประกาศทีโออาร์ข้อ 2.12 ที่เป็นสาระสำคัญ โดยเจตนารมณ์ของทีโออาร์ ระบุให้ยื่นแสดงหลักฐานต้นฉบับหรือสำเนาสัญญาของงานหรือหนังสือรับรองผลงาน เพื่อพิจารณาว่าตามสัญญาของผลงานที่นำมาอ้างอิงเริ่มดำเนินการเมื่อใด สิ้นสุดเมื่อด และข้อ 3.2(2) คือ ไม่ยื่นสำเนาสัญญาผลงานตามที่ได้แจ้งไว้ในเอกสารหนังสือผลงาน และยื่นหนังสือแสดงเงื่อนไขการเช่าด้วยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ไม่ครบถ้วน

       ทั้งนี้ เอกชนมีสิทธิ์ฟ้องได้ ในขณะที่ ขสมก.ยืนยันว่าดำเนินการอย่างถูกต้อง ซึ่งกรณีที่ BTSC ยื่นฟ้องคุ้มครองนี้เชื่อว่ามีเจตนาไม่สุจริต เพราะไม่มีเหตุให้ฟ้อง อีกทั้งบริษัทไม่สามารถหาเอกสารมาได้ตามทีโออาร์กำหนด

        นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ขสมก.ได้เปิดประมูลโครงการเช่าระบบ E-Ticket ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยได้ออกประกาศทีโออาร์ ครั้งที่ 1 วันที่ 4-10 ม.ค.60 ประกาศครั้งที่ 2 วันที่ 17-23 ม.ค.60 และประกาศครั้งที่ 3 วันที่ 26 -31 ม.ค.60 และบอร์ดขสมก.ได้อนุมัติทีโออาร์ จึงขายซองประมูล วันที่ 7-16 ก.พ.60 มีผู้มาซื้อซอง 37 ราย มีการชี้แจงเอกสารประมูลในวันที่ 17 ก.พ.60 โดยมี 34 บริษัทเข้าร่วมรับฟัง และวันที่ 6 มี.ค.60 มีเอกชน 4 รายยื่นซองประมูล ได้แก่ บมจ.ช.ทวี, กิจการร่วม BMZT, บริษัท ดิจิโอ (ประเทศไทย) จำกัด, กิจการร่วมค้า SETIN โดย บมจ.ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น (FORTH) และมีบริษัทที่ผ่านคุณสมบัติ 2 ราย คือ บมจ.ช.ทวี, กิจการร่วมค้า SETIN

        "ก่อนเคาะราคาวันที่ 5 เม.ย. ทางกลุ่มบีทีเอส ร้องมาแล้วแต่ได้ชี้แจงกันแล้ว เพราะบีทีเอสไม่มีเอกสารสำคัญ คือสำเนาสัญญาที่เคยทำงานมา ซึ่งบีทีเอสอ้างว่ามีผลงานที่สิงคโปร์ แต่ทางสิงคโปร์จะไม่มีสัญญา ขสมก.จึงให้ขอการรับรองจากสถานทูตสิงคโปร์ประจำประเทศไทย เพื่อยืนยันว่าประเทศสิงคโปร์ไม่มีหนังสือสัญญา ตั้งแต่วันที่ 17 ก.พ. - 22 มี.ค. ทางบีทีเอสไม่สามารถนำหนังสือรับรองจากสถานทูตสิงคโปร์มาได้ จึงเป็นเหตุสุดวิสัยที่ต้องตัดสิทธิ์ในการเสนอราคา" นายสมศักดิ์ กล่าว

               อย่างไรก็ตาม การประมูล E-Ticket บนรถเมล์เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ใช้ระบบตั๋วร่วม และรองรับบัตรผู้มีรายได้น้อยของกระทรวงการคลังที่จะเริ่มมีผลในวันที่ 1 ต.ค.60 ซึ่งขสมก.จะเร่งติด E-Ticket ในรถ 800 คันแรกให้เสร็จเพื่อรองรับ โดยเป็นโครงการที่ ขสมก.ลงทุนเอง เพื่อบริการที่สะดวก แต่หากศาลมีคำสั่งคุ้มครองโครงการก็ต้องหยุด และถือว่า ขสมก.ได้ดำเนินการอย่างเต็มที่แล้ว

ขสมก.เซ็นสัญญาติดตั้งระบบอี-ทิกเก็ท รถเมล์ 2,600 คัน นำร่องเปิดบริการ 1 ต.ค.นี้

        วันที่ 15 มิ.ย. นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ลงนามสัญญาเช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมอุปกรณ์ (E-Ticket)ร่วมกับนายกริน ชยวิสุทธิ์ ผู้จัดการโครงการฯ และนายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด(มหาชน) โดยมีนายพิชิต อัครทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และผู้บริหารที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นสักขีพยาน ที่กระทรวงคมนาคม

        นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การนำระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์(E-Ticket)มาใช้บนรถโดยสารประจำทางของ ขสมก. จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บค่าโดยสารและช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรระบบดังกล่าวจะทำให้ประชาชนผู้ใช้บริการได้รับความสะดวก รวดเร็วในการเดินทาง ด้วยการใช้บัตรเพียงใบเดียวสามารถใช้เชื่อมต่อการเดินทางกับระบบขนส่งสาธารณะอื่นๆได้ทุกระบบ ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากขึ้น เนื่องจากไม่ต้องเสียค่าแรกเข้าระบบซ้ำซ้อน คาดว่าเมื่อ ขสมก.ติดตั้งระบบแล้วเสร็จ จะสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ใช้บริการและช่วยจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้โครงการดังกล่าวยังเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ที่ต้องการให้นำระบบตั๋วร่วมมาใช้ และรองรับบัตรผู้มีรายได้น้อยของกระทรวงการคลัง ที่จะเริ่มใช้ในวันที่ 1 ตุลาคม 2560 อีกทางหนึ่งด้วย

      นายสุรเดช กล่าวว่า ขสมก.ได้ลงนามในสัญญากับบริษัทในฐานะผู้ชนะการประกวดราคาเพื่อเช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (E-Ticket) เพื่อติดตั้งในรถเมล์ ขสมก.จํานวน 2,600 คัน วงเงิน 1,665 ล้านบาท ระยะสัมปทานรวม 5 ปี โดยทางกลุ่มได้คิดค้นเทคโนโลยีต่างๆให้เหมาะสมกับการใช้งานของคนกรุงเทพฯ เพื่อทำให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว และประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่ายด้วย

         ทั้งนี้ ภายในระยะเวลา 120 วัน นับถัดจากวันลงนามในสัญญา ต้องมีการติดตั้งระบบ E-Ticket สําหรับรถโดยสารไม่น้อยกว่า 100 คัน และภายใน 180 วัน ต้องติดตั้งรวม 800 คัน รวมถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและอุปกรณ์ต่างๆด้วย

 

 

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!