หมวดหมู่: บทวิเคราะห์

บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 19-5-2022เมย์แบงก์


AT THE OPEN (#ATO)

S T R A T E G Y   R E P O R T / 19 พฤษภาคม 2565

ย่อสร้างฐาน : ยังคงกังวลเงินเฟ้อสูง

วันนี้คาด SET ย่อสร้างฐาน ในกรอบแนวรับ 1,600 จุด และแนวต้าน 1,630 จุด เน้นหุ้นแนวโน้มกำไรเด่น โดย ATO Picks วันนี้ แนะนำ “BDMS, BEM”

BDMS

คาด Core EPS Growth ปีนี้เติบโตสูงถึง 38%YoY รับอานิสงส์บวกจากตัวเลขผู้ป่วยต่างชาติที่ค่อยๆปรับตัวสูงขึ้น หลังจากผ่อนคลายกฎเกณฑ์เข้าประเทศ อีกทั้งรายได้ผู้ป่วยในประเทศที่เพิ่มมากขึ้น ผสานอัตราการทำกำไร EBITDA Margin ที่ขยับสูงขึ้น

เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 29 บาท

BEM

ตัวเลขผู้ใช้บริการทั้งทางด่วน และรถไฟฟ้าค่อยๆฟื้นตัวขึ้น โดยเดือน เม.ย. +16%YoY และ 21%YoY ตามลำดับ ผสานการเปิดเทอมแบบ onsite, การกลับมาทำงานที่ Office มากขึ้น รวมทั้งยอดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่สูงขึ้นจะเป็นแรงหนุนเพิ่มเติม อีกทั้งจะมีเงินปันผลรับช่วง 2Q65 และความคาดหวังรถไฟสายสีส้มเป็น Upside เพิ่มเติม

เป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 11.62 บาท

INVESTMENT THEME

-เงินเฟ้อสูง ฉุดกำไรบริษัท US : การรายงานผลการดำเนินงานของบริษัทในสหรัฐฯ พบว่าหลายบริษัท โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มค้าปลีกมีการรายงานกำไรที่หดตัวลงมากกว่าคาด (สะท้อนผลกระทบจากเงินเฟ้อที่สูง) ทำให้ตลาดมีความกังวลมากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของ FED ที่ยังค่อนข้างกังวลต่อประเด็นนี้ โดยนายเจอโรม โพเวล เน้นย้ำว่าจะใช้มาตรการในการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย เพื่อแก้ปัญหาเงินสูงอย่างจริงจัง จนกว่าเงินเฟ้อจะกลับสู่จุดที่ควบคุมได้ อาจทำให้ในระยะสั้นตลาดสินทรัพย์เสี่ยงยังเผชิญกับความผันผวน

-ตลาดหุ้น US ปรับฐานแรง คาดกระทบเอเชีย : เมื่อคืนที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯย่อตัวแรง (Dow –3.6%, S&P500 –4%, Nasdaq –4.7%) ตอบรับความเสี่ยงของผลกระทบจากต้นทุนสูงกดดันผลการดำเนินงาน โดยคาดจะกดดันตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ย่อตัว โดยภาพระยะสั้นยังคงประเมินการแกว่งของตลาดยังค่อนข้างผันผวน โดยกรอบของ SET ประเมินแนวรับสำคัญที่ไม่ควรหลุดคือบริเวณ 1,600 จุด

-กำไรสุทธิรวมของ SET ยังเด่น : การรายงานงบ 1Q65 ของไทยสิ้นสุดไปแล้ว พบว่ากำไรรวมของ SET ในช่วง 1Q65 ที่ 2.8 แสนล้านบาท (+5%QoQ, +10%YoY) โดยหากพิจารณา YoY จะพบว่ามีแรงหนุนจากกลุ่มพลังงาน, ขนส่ง, การแพทย์, ธนาคาร ซึ่งส่งผลให้ตลาดมีแนวโน้มปรับเพิ่มคาดการณ์ SET EPS เพิ่มมากขึ้น  

MARKET SUMMARY

วานนี้ SET ฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยมีแรงซื้อมากในกลุ่มที่ได้อานิสงส์การเปิดเมือง โดย SET ปิดที่ 1,620.33 (+5.84 จุด) มูลค่าการซื้อขาย 7.3 หมื่นล้านบาท (เทียบกับวันก่อนหน้า 8.5 หมื่นล้านบาท)

โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อ 3,496 ลบ. นักลงทุนสถาบันซื้อ 843 ลบ. ส่วนตลาด TFEX นักลงทุนต่างชาติ Long Index Future 12,598 สัญญา

EYES ON

19 พ.ค. ยอดขายบ้านมือสอง US, ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน US

20 พ.ค. ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของยูโรโซน

Ngern Tid Lor PCL (TIDLOR TB)

เติบโตอย่างมีคุณภาพ

BUY

Share Price                 THB 33.75

12 m Price Target       THB 40.00 (+19%)

Previous Price Target THB 40.86

ซื้อ ลด TP เหลือ 40 บาท รองรับหุ้นใหม่จากหุ้นปันผล

เราคาดว่า TIDLOR จะมีกำไรเติบโตแข็งแกร่งที่ 25-27% ในปี 65-66 จากการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งและต้นทุนต่อรายได้ที่ลดลง คงคำแนะนำ ซื้อ และลดราคาเป้าหมายเป็น 40 บาท (P/BV ปี 65 ที่ 3.8 เท่า P/E 25 เท่า และ LT ROE 18.5%) รองรับ หุ้นปันผล 13:1 ทั้งนี้ หุ้นใหม่จะเริ่มซื้อขายในวันที่ 20 พฤษภาคม เราชอบ TIDLOR เนื่องจากมีแนวโน้มรายได้ที่ดีกว่าบริษัทอื่น ๆ จาก NPL coverage ที่สูงกว่ากลุ่มและการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมที่ดีกว่า ความเสี่ยงที่สำคัญคือการเติบโตของรายได้ที่ชะลอตัวและคุณภาพสินทรัพย์แย่ลง

คงเป้าสินเชื่อเติบโตและรายได้ค่าธรรมเนียมปี 2565

ในการประชุมนักวิเคราะห์วานนี้ ผู้บริหารยังคงตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อที่ 20-25% และการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมประกันวินาศภัย 30-35% ในปีนี้ TIDLOR ได้เพิ่มสาขาใหม่ 102 สาขาใน 1Q65 (เทียบกับ 200-300 สาขาใหม่ต่อปี) ปัจจุบันมีทั้งสิ้น 1,388 สาขา (มีสาขาในปั๊มน้ำมันและศูนย์การค้า 90 สาขา ให้บริการตลอด 7 วัน) ณ สิ้นไตรมาส 1/65 ผบห.ตั้งเป้าทยอยลดอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ (CIR) ลง จากการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งและประสิทธิภาพของสาขาที่สูงขึ้น ทั้งนี้ สินเชื่อต่อสาขายังคงสูงที่ 47.3 ล้านบาท ในขณะที่รายได้สุทธิต่อสาขาเพิ่มขึ้นเป็น 2.8 ล้านบาท ในไตรมาส 1/65 จาก 2.7 ล้านบาทในปี 2564

NIM ทรงตัว ต้นทุนทางการเงินลดลงใน 2Q65 และฟื้นตัวใน 1Q66

CEO คาดว่า NIM จะทรงตัว YoY เนื่องจากผลตอบแทนเงินกู้ที่ลดลงจะถูกชดเชยด้วยต้นทุนเงินทุนที่ลดลง ด้านรายได้ TIDLOR เสนออัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า 1ppt สำหรับลูกค้าที่สมัครบัตรเงินสดหมุนเวียนสำหรับสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ด้านต้นทุน TIDLOR ออกหุ้นกู้อายุ 1-2 ปีมูลค่า 8.3 พันล้านบาท โดยมีอัตราดอกเบี้ยเพียง 1.2-1.9% ในไตรมาส 2/65 เทียบกับต้นทุนทางการเงินเฉลี่ย 2.5% ในไตรมาส 1/65 เราคาดว่าต้นทุนทางการเงินจะลดลงในปีนี้จากอัตราดอกเบี้ยหุ้นกู้ที่ลดลง และเริ่มฟื้นตัวในไตรมาส 1/66

NPL และต้นทุนสินเชื่อเพิ่ม จากลูกค้าพ้นโครงการบรรเทาหนี้

TIDLOR คาดว่าต้นทุนสินเชื่อจะอยู่ที่ <1.5% และอัตราส่วน NPL <2.0% สำหรับปีนี้เทียบกับต้นทุนสินเชื่อ 0.9% และอัตราส่วน NPL 1.3% ในไตรมาส 1/65 เราคาดต้นทุนสินเชื่ออยู่ที่ 1.0% และอัตราส่วน NPL 1.4% ในปีนี้ เนื่องจากลูกค้าบางรายที่ออกจากโครงการบรรเทาหนี้จะกลายเป็นหนี้เสีย ส่วนประเด็นอัตราเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น CEO คาดว่าธุรกิจโลจิสติกส์จะส่งต่อต้นทุนไปยังผู้บริโภคโดยเพิ่มค่าขนส่ง โดยรวมแล้ว ผบห.ยังมั่นใจในธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถบรรทุก

Jesada Techahusdin, CFA

jesada.t@maybank.com

   (66) 2658 6300 ext 1395

COREHOON

******************************************

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

 

EXIM One 720x90 C J

BITKUB Ad

SAM720x100px bgGC 790x90

smed banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!