หมวดหมู่: มติ ครม.

GOV4ผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง สภาพปัญหาและแนวทางส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย ของคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร

          คณะรัฐมนตรีรับทราบผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง สภาพปัญหาและแนวทางส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย ของคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร ตามที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เสนอ และแจ้งให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรทราบต่อไป

          เรื่องเดิม

          1. สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้เสนอรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง สภาพปัญหาและแนวทางส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย ของคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศมาเพื่อดำเนินการ โดยคณะกรรมาธิการฯ ได้มีข้อสังเกตเกี่ยวกับสภาพปัญหาและแนวทางส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย ดังนี้ 1) รัฐบาลควรมีการเร่งรัดให้มีการตราร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ .. ….” โดยเร็ว 2) ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร(องค์การมหาชน) ควรมีการพิจารณาบูรณาการร่างพระราชบัญญัติที่จะเกิดขึ้นใหม่ 3) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ควรปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2563 เรื่อง แนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ชาวกะเหรี่ยง และชะลอการดำเนินคดีกับประชาชน 4) กองทัพบกควรติดตามช่วยเหลือเยียวยาอย่างต่อเนื่องต่อบุคคลที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523เรื่อง นโยบายการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ ทั้งกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย (ผรท.) และกลุ่มกองร้อยชาวเขาอาสาสมัคร และ 5) กระทรวงมหาดไทย (มท.) ต้องเร่งรัดกระบวนการทางสัญชาติไทยให้รวดเร็วและทั่วถึง ในกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อให้เข้าถึงสิทธิการศึกษา สิทธิรักษาพยาบาล สิทธิผู้สูงอายุ สิทธิผู้พิการ ตลอดจนการออกเอกสารรับรองตัวบุคคลให้กับกลุ่มชาติพันธุ์

          2. รองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) สั่งและปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ วธ. เป็นหน่วยงานหลักรับรายงานพร้อมข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯ ไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงกลาโหม กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ทส. มท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของรายงานพร้อมข้อสังเกตดังกล่าว และสรุปผลการพิจารณาหรือผลการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป

          ข้อเท็จจริง

          วธ. ได้ประชุมหารือร่วมกับหน่วยงานตามข้อ 2 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน โดยที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯ สรุปได้ดังนี้

 

ข้อสังเกต

 

ผลการพิจารณาศึกษา

1. รัฐบาลควรมีการเร่งรัดให้มีการตราร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ .. ....” โดยเร็ว

 

วธ. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ .. ….” เสร็จแล้วและจะมีการจัดประชุมกับหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อทำการพิจารณาเนื้อความในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จากนั้นจะมีการจัดเวทีเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาภายในเดือนพฤษภาคม 2564

2. ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ควรมีการพิจารณาบูรณาการร่างพระราชบัญญัติที่จะเกิดขึ้นใหม่

 

คณะทำงานจัดทำ (ร่าง) พระราชบัญญัติส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ .. …. ได้ยกร่างพระราชบัญญัติโดยบูรณาการเข้ากับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2553 และวันที่ หาคม 2553 และร่างพระราชบัญญัติสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยเสร็จแล้ว และปรับชื่อร่างพระราชบัญญัติเป็น ญัติส่งเสริมและคุ้มครองวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ .. ….”

3. ทส. โดย กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ควรปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 3 สิงหาคม 2553 เรื่อง แนวนโยบายในการฟื้นฟูวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ชาวกะเหรี่ยง และชะลอการดำเนินคดีกับประชาชน

 

ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 และการชะลอการดำเนินคดีกับประชาชนอันเป็นผลจากการบังคับใช้พระราชบัญญัติของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ตราพระราชบัญญัติขึ้นใหม่ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อปี .. 2562 จำนวน 2 ฉบับ ได้แก่ (1) พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ .. 2562 และ (2) พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า .. 2562 เรื่องคดีความที่มีผลสืบเนื่องมาจากการบังคับใช้กฎหมายของกรมอุทยานแห่งชาติฯ อาจเป็นคดีความที่เกิดขึ้นก่อนจะมีการตราพระราชบัญญัติฉบับนี้

- ความหลากหลายทางชีวภาพในพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ .. 2562 และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า .. 2562

ว่าด้วยเรื่องหมวดความหลากหลายทางชีวภาพได้มีการระบุว่าให้เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด ทั้งนี้ เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพได้อยู่ในกระบวนการดำเนินงานจัดทำยกร่างกฎหมายว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง

- การสำรวจพื้นที่รัฐบาลได้มีกลไกให้ ทส. ดำเนินงานตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 ซึ่งเป็นมติที่เห็นชอบตามนโยบายคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2561 ว่าด้วยการแก้ไขปัญหาที่ดินของประชาชนไทยในพื้นที่ป่าไม้ทั้งป่าสงวน ป่าอนุรักษ์ และป่าชายเลน

4. กองทัพบกควรติดตามช่วยเหลือเยียวยาอย่างต่อเนื่องต่อบุคคลที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ ตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 เรื่อง นโยบายการต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ ทั้งกลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยและกลุ่มกองร้อยชาวเขาอาสาสมัคร

 

คำสั่งนายกรัฐมนตรีดังกล่าว เป็นภารกิจของกองทัพบก โดยได้มีการช่วยเหลือเยียวยา กลุ่มชาติพันธุ์ ทั้งในเรื่องของการพิจารณาการจัดสรรที่ดินทำกิน และการมีส่วนร่วมในเรื่องการจัดการปัญหาต่างๆ อย่างต่อเนื่องต่อบุคคลที่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าว

5. มท. ต้องเร่งรัดกระบวนการทางสัญชาติไทยให้รวดเร็วและทั่วถึงในกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อให้เข้าถึงสิทธิทางการศึกษา สิทธิรักษาพยาบาล สิทธิผู้สูงอายุ สิทธิผู้พิการ ตลอดจนการออกเอกสารรับรองตัวบุคคลให้กับกลุ่มชาติพันธุ์

 

- มท. ได้มีแนวทางแก้ไขโดยให้มีการยื่นขอเรื่องสัญชาติผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และได้มีการสร้างความร่วมมือกับองค์กรภาคประชาชนต่างๆ และองค์กรทางการศึกษาเพื่อผลักดันเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน ในส่วนของการดำเนินการเรื่องกฎหมาย และได้เปิดกว้างมาโดยตลอด โดยให้ความเห็นว่ากระบวนการให้สัญชาติของประเทศไทยถือว่ารวดเร็วกว่าประเทศอื่นมาก

- พม. มีภารกิจในการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรบนพื้นที่สูง ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มชาติพันธุ์บนพื้นที่สูง จำนวน 10 เผ่า โดยได้มีการจัดทำเป็นทำเนียบชุมชนไว้แล้ว ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง 16 แห่ง โดยขับเคลื่อนผ่านกลไกศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนบนพื้นที่สูง (ศรส.) ในการสนับสนุนให้เกิดแหล่งการเรียนรู้เกี่ยวกับอัตลักษณ์ วิถีชีวิตชนเผ่า ประเพณี วัฒนธรรม และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมทักษะชีวิตและอาชีพโดยศูนย์ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคมชุมชนบนพื้นที่สูง (สสส.) ที่ส่งเสริมการรวมกลุ่มในลักษณะองค์กรชุมชนบนพื้นที่สูง บริหารจัดการโดยคณะกรรมการทำหน้าที่สำรวจข้อมูลผู้ประสบปัญหาทางสังคมและจัดสวัสดิการที่เหมาะสมแก่ราษฎรบนพื้นที่สูง รวมถึงการส่งเสริมรูปแบบการจัดสวัสดิการสังคมโดยชุมชน และมีการจัดทำแผนพัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูงเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีสามารถพึ่งพาตนเองได้

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา (นายกรัฐมนตรี) 7 เมษายน 2564

สำนักโฆษก   สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี โทร. 0 2288-4396

 

A4229

COREHOON

******************************************

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

FBS728

EXNESS

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!