หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

1aaa1A JAK

JAK เทรดวันแรก เปิด 2.26 บาท เหนือราคาจอง 56% ระดมทุนหนุนการเติบโต ตอกย้ำหุ้น Growth Stock

      พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ประธานกรรมการ บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) (JAK) และคุณวีระพันธ์ จักรไพศาล กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย คณะกรรมการบริษัทฯ ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกับ คุณแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คุณชนะชัย จุลจิราภรณ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย และ คุณวรชาติ ทวยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัดในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสที่ JAK เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เป็นวันแรก

        ณ หอประชุมศุกรีย์ แก้วเจริญ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ย้ำความเชื่อมั่นในฐานะผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งประเภทแนวราบและแนวสูงโครงการคอนโดมิเนียม ที่ประสบความสำเร็จมายาวนานหลายโครงการ โดยราคาหุ้น JAK เปิดการซื้อขายในราคาที่ 2.26 บาท ให้ผลตอบแทนนักลงทุนกว่า 55.86% จากราคาไอพีโอ 1.45 บาท

        JAK เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียม โดยโครงการแนวราบที่ผ่านมาของบริษัทอยู่ในเขตจังหวัดสระบุรี อยุธยา ชลบุรี และฉะเชิงเทรา มีโครงการที่ปิดการขายแล้วรวม 6 โครงการ ในส่วนคอนโดมิเนียม บริษัทพัฒนาในรูปแบบ Low Rise ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งปิดการขายแล้ว 2 โครงการ ณ 30 กันยายน 2563 บริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาเพื่อขาย 2 โครงการ ได้แก่ โครงการจักรไพศาล 18 และโครงการเฟิร์น เฟส 1 รวมมูลค่า 663 ล้านบาท

        และโครงการในอนาคตที่อยู่ระหว่างพัฒนาอีก 3 โครงการ มูลค่าประมาณ 1,422 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทได้ร่วมลงทุนโดยถือหุ้นร้อยละ 40 ในบริษัท เอ็ม.ที.เอส. พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ผู้พัฒนาโครงการไอดิลล์ ที่อยู่ระหว่างการขายในจังหวัดชลบุรี มีมูลค่าโครงการรวม 1,265.50 ล้านบาท

 

        ทั้งนี้ โครงการของบริษัทมีราคาบ้านขายหลังละ 1-5 ล้านบาท โดยมีกลุ่มลูกค้าได้แก่ กลุ่มวัยเริ่มทำงาน กลุ่มที่ต้องการมีบ้านหลังแรก และกลุ่มลูกค้าท้องถิ่น

        จากปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ตอบโจทย์นักลงทุนที่มองหาหุ้นที่มีความสามารถในการทำกำไรที่ดี เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ช่วยหนุนการเติบโตและการขยายโครงการใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำการเป็นหุ้น Growth Stock ขณะที่ ได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการรัฐ ประกาศลดค่าโอน-จดจำนอง หนุนกำลังซื้อปี 64 ขยายตัว

          นายวีระพันธ์ จักรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) JAK ผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ทั้งประเภทแนวราบและแนวสูง ที่ประสบความสำเร็จมายาวนานหลายโครงการ เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในอนาคต ด้วยความพร้อมทางด้านบุคลากร และระบบการทำงาน ในการพัฒนาโครงการที่มีคุณภาพ ควบคู่ความสามารถในการควบคุมต้นทุนที่ดี รักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับ 50% ซึ่งถือเป็นระดับสูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ จะนำไปใช้เป็นเงินทุนสำหรับการพัฒนาโครงการ และ/หรือ การลงทุนในที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ รวมทั้ง นำไปใช้ชำระคืนหนี้ธนาคาร และเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจและการดำเนินการอื่นใดเพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท เพื่อก้าวเป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างครบวงจร

         ปัจจุบัน JAK มีโครงการที่อยู่ระหว่างเปิดขาย จำนวน 3 โครงการ อีกทั้ง มีโครงการในอนาคตที่มีแผนพัฒนารวมมูลค่าราว 1,422 ล้านบาท ภายหลังการเข้ามาระดมทุน จึงมองว่าจะสนับสนุนฐานะการเงินที่มั่นคง และโอกาสในการสยายปีกโตได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น  นอกจากนี้ บริษัทฯ มีที่ดินในมือรอการพัฒนาโครงการในอนาคตที่บริษัทเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้ว จำนวน 2 แปลง ได้แก่ ที่ดินอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เนื้อที่ 29 ไร่  และที่ดินตั้งอยู่ที่ซอยนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ เนื้อที่ 2 ไร่เศษ ซึ่งเป็นที่ดินตั้งบนทำเลที่มีศักยภาพโดย JAK มีที่ดินเพียงพอสำหรับการพัฒนาในระยะ 3-5 ปีข้างหน้า

         นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับอานิสงส์จากรัฐบาลประกาศลดค่าธรรมเนียมการโอนจากเดิม 2% เหลือ 0.01% และลดค่าธรรมเนียมการจดจำนองอสังหาริมทรัพย์จากเดิม 1 % เหลือ 0.01 % ต่อเนื่องในปี 2564 สำหรับการซื้อขายที่อยู่อาศัยที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด ราคาไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อหน่วย และการจดทะเบียนการโอนและการจดจำนองอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยต้องดำเนินการในคราวเดียวกัน ช่วยลดภาระให้ผู้ซื้อ และส่งผลดีต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการของบริษัทฯ เป็นที่ต้องการของลูกค้า และราคาในระดับที่เข้าถึงได้

       นายชนะชัย จุลจิราภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ของบริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK เปิดเผยถึงความเชื่อมั่นหุ้น JAK ในการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)วันแรก มั่นใจนักลงทุนจะให้ความสนใจและการตอบรับที่ดี หลังจากปิดการเสนอขายหุ้น IPO ทั้งหมด 82,709,900 หุ้น ในช่วงวันที่ 8 มกราคม และวันที่ 11-12 มกราคมที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างล้นหลาม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในธุรกิจ และการกำหนดราคาขายที่ 1.45 บาท/หุ้น เป็นราคาที่สร้างแรงจูงใจจากราคาเหมาะสมที่โบรกฯ ประเมินเอาไว้อยู่ในช่วง 2.30-2.70 บาท 

       ด้านบทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ระบุ JAK พร้อมเติบโตอย่างแข็งแกร่งในอนาคต โดยแนวโน้มผลประกอบการ ประมาณการกำไรสุทธิในช่วงปี 2563-2565 เท่ากับ 16.0 , 87.6 และ 114.2 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 167.6% CAGR เนื่องจากคาดการณ์รายได้ในช่วง 3 ปีข้างหน้าคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 93.1% CAGR เนื่องมาจากฐานรายได้และกำไรที่ต่ำในปี 2563 และการรับรู้รายได้จากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มมากขึ้น และมีแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นในปี 2563F – 2565F คงที่ เฉลี่ยที่ 50.4% แม้ว่าการเปิดโครงการเพิ่มอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น  แต่สำหรับโครงการเฟิร์น – ทางหลวง สาย 7 (มอเตอร์เวย์) จะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต

        ขณะที่ บริษัทฯ ยังมีจุดเด่นภายใต้ภาวะการแข่งขันที่สูง อัตรากำไรขั้นต้นที่บริษัทสามารถทำได้สูงกว่าตลาด จากการควบคุมค่าใช้จ่ายจากผู้รับเหมาทั้งจากราคาวัสดุก่อสร้างและการใช้เทคโนโลยีการก่อสร้าง ด้านการกำหนดราคาที่ลูกค้าพึงพอใจ และมีความเหมาะสม ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมสิ้นปี 2564 อยู่ที 2.70 บาท อ้างอิง PE ที่ 9.86 เท่า จากค่า PE เฉลี่ยรายสัปดาห์ของกลุ่มอุตสาหกรรมย้อนหลัง 5 ปี

        ด้านนายวรชาติ ทวยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ  JAK กล่าวเสริมถึง JAK คาดจะเป็นหุ้นไอพีโอที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน ด้วยจุดเด่นโครงการของบริษัทฯ เป็นที่ยอมรับทั้งในด้านคุณภาพและการบริการที่ดี ผู้บริหารอยู่ในพื้นที่จริง มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ พัฒนาโครงการประสบความสำเร็จมาหลายโครงการ  และมีเป้าหมายสร้างการเติบโตให้ จักรไพศาล  เอสเตท เป็นผู้นำทางด้านที่อยู่อาศัยหลังแรกของกลุ่มคนระดับกลางถึงล่างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล  จังหวัดสระบุรี และภาคตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ 

        ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นมีการเติบโตเฉลี่ยสูงถึงกว่า 50% ต่อปีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2560 - 2562) ถือว่ามีความน่าสนใจ จากความสำเร็จในการเดินหน้าขยายโครงการและการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2563  บริษัทฯ มีรายได้รวม 69.93 ล้านบาท กำไรสุทธิ 12.64 ล้านบาท

COREHOON

******************************************

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

FBS728

EXNESS

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!