หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

TRIS7 2ทริสเรทติ้งจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันวงเงินไม่เกิน 5 พันล้านบาท ‘บ. เมืองไทย แคปปิตอล’ ที่ระดับ’BBB+’ แนวโน้ม ‘Stable’

        ทริสเรทติ้งคง อันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ ‘BBB+’ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต ‘Stable’หรือ ’คงที่’ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งยังจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 5 พันล้านบาทของบริษัทที่ระดับ ‘BBB+’ ด้วยเช่นกัน โดยบริษัทจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้ชำระคืนหนี้และขยายพอร์ตสินเชื่อ

        อันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะความเป็นผู้นำในธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลแบบมีหลักประกันและฐานเงินทุนที่เข้มแข็งของบริษัท รวมทั้งยังสะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่ดีและคุณภาพสินทรัพย์ที่ทรงตัว ตลอดจนแหล่งเงินทุนที่หลากหลายและสถานะสภาพคล่องที่เพียงพอของบริษัท อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตก็ได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มผลกระทบที่จะมีต่อคุณภาพสินทรัพย์และสถานะทางการเงินของบริษัทที่อาจเกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด 19) ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำให้ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างรุนแรงจนถึงเวลานี้

        ทริสเรทติ้ง คาดว่าบริษัทจะดำรงสถานะผู้นำในธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลแบบมีหลักประกันต่อไปในระยะปานกลางได้ โดยเชื่อว่าบริษัทจะสามารถต่อยอดความชำนาญในการดำเนินธุรกิจในตลาดดังกล่าวรวมทั้งขยายเครือข่ายสาขาและฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่องต่อไป ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2563 บริษัทมียอดสินเชื่อคงค้างที่เติบโตขึ้น 16% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมาอยู่ที่ 6.33 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 บริษัทยังได้เปิดสาขาเพิ่มเติมอีก 461 แห่งเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่และขยายฐานลูกค้าให้กว้างขวางยิ่งขึ้น โดยบริษัทมีจำนวนสาขาทั้งหมดอยู่ที่ 4,568 แห่ง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2563 และมีเป้าหมายที่จะขยายให้ถึง 4,700 แห่งภายในสิ้นปี 2563

      ทริสเรทติ้ง คาดว่าโครงสร้างเงินทุนของบริษัทจะคงความแข็งแกร่งต่อไปในอีก 2-3 ปีข้างหน้าด้วยอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงโดยเฉลี่ย 5 ปีที่ประมาณ 24% โดยผลกำไรที่แข็งแกร่งและนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่มีความระมัดระวังน่าจะช่วยสนับสนุนการสะสมฐานทุนของบริษัทได้ อีกทั้งทริสเรทติ้งยังคาดว่าบริษัทจะสามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามเงื่อนไขสำคัญทางการเงินที่ให้บริษัทต้องดำรงอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไว้ไม่เกิน 4 เท่าได้ โดยทริสเรทติ้งประมาณการว่าอัตราส่วนดังกล่าวของบริษัทจะอยู่ที่ระดับประมาณ 3 เท่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่ง ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2563 บริษัทมีอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงและอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 23.7% และ 2.9 เท่าตามลำดับ

    ความสามารถในการสร้างผลกำไรในระดับเพียงพอของบริษัทนั้นน่าจะช่วยสนับสนุนการดำรงสถานะทุน การก่อหนี้ และการสร้างกำไรที่แข็งแกร่งให้แก่บริษัทได้อย่างต่อเนื่อง โดยทริสเรทติ้งคาดการณ์ว่าอัตราส่วนกำไรก่อนภาษีเงินได้ต่อสินทรัพย์เสี่ยงถัวเฉลี่ยโดยเฉลี่ย 5 ปีของบริษัทจะอยู่ที่ระดับประมาณ 7.9% ในขณะที่ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 อัตราส่วนดังกล่าวอยู่ที่ระดับ 8.7% ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับปี 2562 อันเนื่องมาจากความจำเป็นในการตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่าด้านเครดิตในระดับต่ำตามมาตรการผ่อนปรนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) บริษัทมีต้นทุนทางเครดิตที่ปรับเป็นตัวเลขเต็มปีแล้วอยู่ที่ระดับ 0.3% ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2563 ในขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อผลขาดทุนจากการด้อยค่าด้านเครดิตต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (สินเชื่อค้างชำระมากกว่า 90 วัน) ของบริษัทยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 212% ทั้งนี้
ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทน่าจะยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไรเอาไว้ได้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าด้วยการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ

       ทริสเรทติ้ง คาดว่า คุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทอาจอ่อนตัวลงเล็กน้อยจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวหลังจากที่มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ของ ธปท. สิ้นสุดลง อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งก็คาดว่าคุณภาพสินทรัพย์ที่อ่อนตัวลงนั้นจะอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้และจะมีผลกระทบต่อสถานะความเสี่ยงของบริษัทในขอบเขตที่จำกัด โดยนโยบายการให้สินเชื่อที่เข้มงวดและกระบวนการจัดเก็บหนี้ที่มีประสิทธิภาพน่าจะช่วยให้บริษัทสามารถควบคุมผลขาดทุนด้านเครดิตที่อาจเกิดขึ้นได้

      ทั้งนี้ สินเชื่อของบริษัทที่อยู่ภายใต้มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งจะสิ้นสุด ณ สิ้นเดือนมิถุยนายน 2563 รวมไปถึงโครงการการพักชำระหนี้และการปรับโครงสร้างหนี้ และคิดเป็น 9% ของลูกหนี้รวม ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2563 โดยประมาณ 80% ของลูกหนี้กลุ่มดังกล่าวสามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติแล้ว ทริสเรทติ้งจึงเชื่อว่าบริษัทจะสามารถรักษาเป้าหมายอัตราส่วนสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตหรือสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมที่ระดับต่ำกว่า 2% เอาไว้ได้ โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2563 บริษัทมีอัตราส่วนดังกล่าวอยู่ที่ระดับ 1.0% ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับในปี 2562

      สถานะในการระดมทุนและสภาพคล่องที่เพียงพอของบริษัทนั้นมีปัจจัยสนับสนุนมาจากการที่บริษัทมีความสามารถในการเข้าถึงตลาดตราสารหนี้และตลาดตราสารทุนรวมถึงมีวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินหลายแห่งซึ่งแสดงถึงการมีช่องทางในการระดมทุนที่หลากหลาย โดย ณ สิ้นเดือนกันยายน 2563 บริษัทมีวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินต่าง ๆ จำนวนทั้งสิ้น 9.7 พันล้านบาท

แนวโน้มอันดับเครดิต

       แนวโน้มอันดับเครดิต ‘Stable’หรือ ‘คงที่’สะท้อนการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะสามารถรักษาสถานะทางการตลาด รวมทั้งมีผลประกอบการที่น่าพอใจ สามารถควบคุมคุณภาพสินเชื่อ และรักษาอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

        การปรับเพิ่มอันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตในอนาคตอันใกล้นี้มีความเป็นไปได้ในระดับที่จำกัด อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้นหากอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงของบริษัทอยู่ในระดับที่สูงกว่า 25% ในขณะที่ผลประกอบการทางการเงินยังคงแข็งแกร่งโดยมีอัตราส่วนกำไรก่อนภาษีเงินได้ต่อสินทรัพย์เสี่ยงถัวเฉลี่ยที่อยู่ในระดับสูงกว่า 8% อย่างต่อเนื่อง ในทางกลับกัน อันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจได้รับการปรับลดลงหากคุณภาพสินทรัพย์หรือความสามารถในการทำกำไรของบริษัทถดถอยลงจนนำไปสู่การมีสถานะเงินทุนที่อ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญและความเสี่ยงในการกู้ยืมใหม่เพื่อชำระหนี้เดิมหรือความเสี่ยงด้านสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้น

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร, 17 กุมภาพันธ์ 2563

บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) (MTC)

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com 

ติดต่อ santaya@trisrating.com  โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

© บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2563 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง

       ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

COREHOON

******************************************

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

FBS728

EXNESS

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!