หมวดหมู่: Leasing

TRIS7 8ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กร & หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 'บ. ราชธานีลิสซิ่ง' ที่ 'A-' แนวโน้ม 'Stable'

       ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ 'A-' ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต Stable’ หรือ ‘คงที่’ ในการนี้ อันดับเครดิตของบริษัทได้รับการยกระดับเพิ่มขึ้นจากสถานะอันดับเครดิตเฉพาะของบริษัท เนื่องจากทริสเรทติ้งมีมุมมองว่าบริษัทราชธานีลิสซิ่ง เป็นบริษัทลูกที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของ บริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) จากการที่บริษัทสร้างรายได้และกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งให้แก่บริษัททุนธนชาต ในขณะที่บริษัทยังได้รับการสนับสนุนทั้งในด้านธุรกิจและการเงินจากบริษัททุนธนชาตมาโดยตลอด

       อันดับเครดิตเฉพาะของบริษัทสะท้อนถึงความเข้มแข็งของสถานะทางการตลาดในตลาดเฉพาะ ซึ่งได้แก่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่เน้นรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์และรถยนต์หรู นอกจากนี้ อันดับเครดิตยังสะท้อนถึงการที่บริษัทสามารถรักษาผลประกอบการทางการเงินที่ดีเอาไว้ได้อีกด้วย

        อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งดังกล่าวถูกลดทอนลงจากความกังวลในเรื่องสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์และคุณภาพสินทรัพย์ที่เสื่อมถอยลงจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในอนาคต 2-3 ปีข้างหน้า

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

การสนับสนุนที่สม่ำเสมอจากบริษัททุนธนชาต

        ในมุมมองของทริสเรทติ้งเห็นว่าบริษัทเป็นบริษัทลูกที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ ของบริษัททุนธนชาต โดยทริสเรทติ้งเชื่อว่ามีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่บริษัททุนธนชาตจะยังคงดำรงสัดส่วนการเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทต่อไป เนื่องจากบริษัทได้กลายมาเป็นผู้สร้างรายได้และกระแสเงินสดหลักให้แก่บริษัททุนธนชาตภายหลังจากการปรับโครงสร้างธุรกิจของกลุ่ม ในด้านการให้การสนับสนุนทางธุรกิจนั้น บริษัททุนธนชาตเป็นผู้กำหนดภาพรวมกลยุทธ์ของบริษัทซึ่งรวมถึงการบริหารความเสี่ยงผ่านทางตัวแทนที่เป็นคณะกรรมการของบริษัท

       นอกจากนี้ บริษัททุนธนชาตยังช่วยเพิ่มความแข็งแรงของฐานทุนของบริษัท โดยมีแผนจะเพิ่มทุนให้แก่บริษัทจำนวนประมาณ 1.1 พันล้านบาทในเดือนตุลาคม 2563 นี้อีกด้วยเพื่อสนับสนุนการขยายธุรกิจและเป็นทุนสำรองเพื่อรองรับผลขาดทุนในช่วงที่เศรษฐกิจอ่อนแอในปัจจุบัน โดยในระยะยาวนั้นทริสเรทติ้งเชื่อว่าบริษัทจะยังคงได้รับประโยชน์จากการสนับสนุนด้านการเงินจากบริษัททุนธนชาตต่อไป และบริษัททุนธนชาตจะเป็นแหล่งพึ่งพาด้านเงินทุนแหล่งสุดท้ายของบริษัทในยามที่จำเป็นด้วยเช่นกัน

สถานะทางการตลาดยังคงเข้มแข็งอย่างต่อเนื่อง

        สถานะทางการตลาดของบริษัทคาดว่าจะยังคงเข้มแข็งในระยะปานกลาง ทั้งนี้ ยอดสินเชื่อของบริษัทเติบโตดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 5.19 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 2562 จาก 29.5 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 2559 ซึ่งคิดเป็นอัตราเติบโตโดยเฉลี่ยต่อปีที่ 15% ทั้งนี้ การเติบโตของสินเชื่อดังกล่าว เป็นผลมาจากความสามารถในการทำการตลาดของบริษัท เป็นสำคัญ อย่างไรก็ตาม ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2563 บริษัทมีสินเชื่อคงค้างหดตัวลง 3% จากสิ้นปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 5.01 หมื่นล้านบาทจากการที่บริษัทมีกลยุทธ์การเติบโตของสินเชื่อที่ระมัดระวังเป็นหลักเนื่องจากบริษัท มีความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพสินทรัพย์ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด 19)

       ในส่วนของสินเชื่อใหม่นั้น ทริสเรทติ้งคาดดว่ายอดสินเชื่อใหม่ของบริษัทในปี 2563 จะหดตัวลง 25% เหลือ 1.76 หมื่นล้านบาทจาก 2.34 หมื่นล้านบาทในปี 2562 อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งคาดว่ายอดสินเชื่อใหม่น่าจะลงต่ำสุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 และจะค่อยๆ ขยายตัวในครึ่งหลังของปี 2563 จนถึงปี 2565 โดยทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะรักษาสถานะทางการตลาดเอาไว้ได้ใน 2-3 ปีข้างหน้าจากการขยายตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปซึ่งเป็นไปตามสภาพอุตสาหกรรมโดยรวม ในการนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่ายอดสินเชื่อคงค้างของบริษัทจะหดตัวลง 25% ในปี 2563 และจะเติบโตอย่างช้าๆ ในอัตรา 5%-10% ต่อปีในช่วงปี 2564-2565 โดยมีสินเชื่อรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ในภาคขนส่งและรถยนต์หรูที่บริษัทมีความเชี่ยวชาญเป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญ

คุณภาพสินทรัพย์อ่อนแอลงแต่ยังคงบริหารจัดการได้

         ทริสเรทติ้ง ยังคาดด้วยว่าคุณภาพสินทรัพย์ของบริษัทจะมีการเสื่อมถอยลงในระดับปานกลาง โดยอัตราส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของบริษัทจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 5%-7% จาก 5.1% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2563 จากผลกระทบทางเศรษฐกิจเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งคาดว่าคุณภาพสินทรัพย์ที่อ่อนแอลงดังกล่าวน่าจะอยู่ในวิสัยที่สามารถบริหารจัดการได้เนื่องจากการที่บริษัทมีเกณฑ์ในการอนุมัติสินเชื่อและกระบวนการติดตามหนี้ที่เข้มงวดและยังมีการตั้งสำรองหนี้สูญที่เพียงพออีกด้วย

       ทริสเรทติ้ง คาดว่าค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญของบริษัทจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 0.8%-1.2% (font) ของสินเชื่อโดยเฉลี่ยในระหว่างปี 2563-2565 จากประมาณการค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญดังกล่าว ทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนสำรองสำหรับหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญต่อสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของบริษัทจะอยู่ที่ระดับประมาณ 100% ในระยะเวลาอีก 2-3 ปีข้างหน้า โดยอัตราส่วนดังกล่าว ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2563 อยู่ที่ระดับ 92%

ความสามารถในการทำกำไรอยู่ในระดับปานกลางภายใต้ภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย

       ทริสเรทติ้ง คาดว่าบริษัทจะรักษาความสามารถในการทำกำไรในระดับปานกลางต่อไปได้ในระยะ 2-3 ปีข้างหน้าโดยมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายหนี้สูญ รวมทั้งส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในการนี้ ทริสเรทติ้งประเมินความสามารถในการสร้างผลกำไรโดยวัดจากอัตราส่วนกำไรก่อนภาษีเงินได้ต่อสินทรัพย์เสี่ยงถัวเฉลี่ยและคาดว่าอัตราส่วนดังกล่าวในช่วงปี 2563-2565 จะอยู่ที่ระดับ 4.2%

       บริษัทมีกำไรสุทธิ 908 ล้านบาทสำหรับระยะครึ่งแรกของปี 2563 โดยลดลง 10% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าด้วยสาเหตุหลักที่มาจากการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายหนี้สูญที่สูงขึ้น ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมีความสามารถในการทำกำไรที่ลดลงในระดับปานกลางในปี 2563 จากการมีค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญที่เพิ่มขึ้นจากผลกระทบของภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำอันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 บริษัทมีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยรับและดอกเบี้ยจ่ายในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ลดลงมาต่ำกว่า 4.5% ซึ่งทริสเรทติ้งคาดว่าส่วนต่างดังกล่าวจะปรับลดลงอีกในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 ไปจนถึงปี 2564 ถึงแม้ว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงจะส่งผลดีต่อค่าใช้จ่ายทางการเงินของบริษัทที่ลดลงก็ตาม ทั้งนี้ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงนั้นมาจากนโยบายของบริษัทที่จะขยายสินเชื่อรถยนต์ไปยังกลุ่มลูกค้าที่เป็นบริษัทมากยิ่งขึ้นซึ่งแม้จะเป็นกลุ่มที่ให้อัตราผลตอบแทนที่ต่ำกว่าแต่ก็จะช่วยลดทอนความเสี่ยงในช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูงเช่นนี้ลงได้

ฐานทุนแข็งแรงขึ้นและภาระหนี้ต่ำลง

       ฐานทุนที่แข็งแรงของบริษัทและภาระหนี้ที่ต่ำลงเป็นปัจจัยบวกต่ออันดับเครดิตของบริษัท ทริสเรทติ้งคาดว่าฐานทุนของบริษัทจะยังคงอยู่ในระดับที่แข็งแรงต่อไปในระยะ 2-3 ปีข้างหน้าโดยประมาณการว่าบริษัทจะมีอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงโดยเฉลี่ยในระยะเวลา 5 ปีอยู่ที่ระดับประมาณ 19.9% โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2563 บริษัทมีอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 16.2% ฐานทุนของบริษัทในปี 2563 คาดว่าจะแข็งแรงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการคาดการณ์ว่าบริษัทจะมีการเพิ่มทุนที่จำนวน 2 พันล้านบาทในเดือนตุลาคม 2563 นี้ ซึ่งเงินทุนที่เพิ่มขึ้นนี้จะช่วยการเติบโตของบริษัทได้ในระยะอีก 2-3 ปีข้างหน้า

        ในขณะเดียวกัน ภาระหนี้ของบริษัทยังคงอยู่ในระดับปานกลางโดยวัดจากอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่อยู่ในระดับ 5.6 เท่า ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2563 โดยทริสเรทติ้งคาดการณ์ว่าฐานทุนของบริษัทจะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นจากการมีผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่องและนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่มีความระมัดระวัง ในการนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนดังกล่าวจะทำให้บริษัทสามารถปฏิบัติให้เป็นไปตามเงื่อนไขทางการเงินที่บริษัทต้องดำรงอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนไม่ให้เกิน 10 เท่าได้ โดยทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนโดยเฉลี่ยที่ระดับ 3.6 เท่าในระยะเวลา 2-3 ปีข้างหน้า

แหล่งเงินทุนและสภาพคล่องอยู่ในระดับที่เพียงพอ

       ทริสเรทติ้ง ประเมินว่าบริษัทจะมีสถานะเงินทุนและสภาพคล่องอยู่ในระดับที่เพียงพอถึง แม้ว่าบริษัทจะมีอัตราส่วนเงินทุนที่มีเสถียรภาพ (Stable Funding Ratio, SFR) ที่ระดับ 79.3% และอัตราส่วนความครอบคลุมของสภาพคล่อง (Liquidity Coverage Metric, LCM) ที่ระดับ 0.02 เท่าในระยะเฉลี่ย 2 ปีซึ่งค่อนข้างอ่อนแอก็ตาม ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ทั้งจากตลาดตราสารหนี้และตลาดตราสารทุน

       รวมทั้งยังมีวงเงินสินเชื่อที่มีกับสถาบันการเงินอีกหลายแห่งซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้แก่สถานะเงินทุนและสภาพคล่องของบริษัทได้ โดย ณ เดือนกันยายน 2563 บริษัทได้รับวงเงินสินเชื่อรวมทั้งสิ้นประมาณ 1.87 หมื่นล้านบาทจากสถาบันการเงินขนาดใหญ่หลายแห่ง ซึ่ง 79% ของวงเงินดังกล่าวนั้นยังไม่ได้มีการเบิกใช้ นอกจากนี้ ณ สิ้นเดือนกันยายน 2563 บริษัทยังมีวงเงินกู้ระยะสั้นที่ได้รับจากธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) จำนวน 8 พันล้านบาท และบริษัทยังมีสิทธิ์ได้รับสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากธนาคารออมสินเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องในช่วงที่มีการช่วยเหลือลูกหนี้อีกด้วย โดยแหล่งเงินทุนดังกล่าวน่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบต่างๆ ที่อาจส่งผลกดดันต่อกระแสเงินสดและอัตราผลตอบแทนของบริษัทลงได้

       ทริสเรทติ้ง ประเมินว่า บริษัทจะมีสภาพคล่องที่เพียงพอสำหรับระยะเวลา 12 เดือนข้างหน้า ซึ่งในปี 2563 บริษัทคาดการณ์ว่าจะมีกระแสเงินสดรับเฉลี่ยเดือนละประมาณ 2 พันล้านบาทซึ่งมากเพียงพอรองรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เนื่องจากบริษัทมีนโยบายการขยายสินเชื่อที่ระมัดระวังโดยไม่เติบโตมากนัก

       ในส่วนของโครงสร้างเงินทุนนั้น บริษัทมีอัตราส่วนการกู้ยืมระยะสั้นค่อนข้างสูง ถึงแม้ว่าอัตราส่วนดังกล่าวจะมีแนวโน้มลดลงแต่ก็ยังเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับผู้ประกอบการรายอื่นในอุตสาหกรรม ณ สิ้นเดือนกันยายน 2563 เงินกู้ยืมระยะสั้นจากธนาคารพาณิชย์มีสัดส่วนคิดเป็นประมาณ 49% ของเงินกู้รวมของบริษัท ซึ่งลดลงจาก 62.7% ในปี 2562 อันเป็นผลมาจากนโยบายของผู้บริหารที่จะปรับเพิ่มอัตราส่วนเงินกู้ระยะยาวให้เป็น 60% ของเงินทุนรวมหรือมากกว่า ถึงแม้ว่าบริษัทจะมีอัตราส่วนเงินกู้ยืมระยะสั้นที่ค่อนข้างสูง แต่ความสัมพันธ์อันดีที่มีกับสถาบันการเงินหลายแห่งก็ทำให้บริษัทได้รับวงเงินสินเชื่อซึ่งจะลดทอนความเสี่ยงทางด้านสภาพคล่องลงได้

สมมติฐานกรณีพื้นฐาน

ทริสเรทติ้งมีสมมติฐานกรณีพื้นฐานสำหรับการดำเนินงานของบริษัทในระหว่างปี 2563-2565 ดังนี้

- สินเชื่อคงค้างจะชะลอตัว 25% ในปี 2563 และจะเติบโตที่ระดับ 5%-10% ต่อปีในระหว่างปี 2564-2565

- ส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยจะอยู่ในระดับ 4.1%-4.2% ในระหว่างปี 2563-2565

- ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญจะอยู่ที่ประมาณ 0.8%-1.2% ในระหว่างปี 2563-2565

แนวโน้มอันดับเครดิต

               แนวโน้มอันดับเครดิต 'Stable' หรือ 'คงที่'สะท้อนถึงการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะสามารถรักษาสถานะทางการตลาดที่แข็งแกร่งในกลุ่มเป้าหมายเอาไว้ได้โดยบริษัทจะยังสามารถรักษาระดับความสามารถในการทำกำไรที่มั่นคง นอกจากนี้ แนวโน้มอันดับเครดิตยังสะท้อนถึงการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะสามารถบริหารคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่อ่อนแออีกด้วย

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

       อันดับเครดิตหรือแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้นหากอันดับเครดิตเฉพาะของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญโดยฐานทุนมีความแข็งแรงขึ้นและอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงอยู่ในระดับเกินกว่า 25% ในระยะเวลาหนึ่งและบริษัทเปลี่ยนไปพึ่งพิงเงินกู้ระยะยาวมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม อันดับเครดิตหรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจได้รับการปรับลดลงหากสถานะเงินทุนของบริษัทอ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญจนกระทั่งอัตราส่วนเงินทุนที่ปรับความเสี่ยงลดลงต่ำกว่าระดับ 15% อย่างต่อเนื่อง หรือคุณภาพสินเชื่อถดถอยลงอย่างมีนัยสำคัญจนกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรหรือฐานทุนของบริษัท

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร, 17 กุมภาพันธ์ 2563

- Group Rating Methodology, 10 กรกฎาคม 2558

บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) (THANI)

อันดับเครดิตองค์กร: A-

อันดับเครดิตตราสารหนี้:

THANI20DA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,400 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2563 A-

THANI20DB: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 600 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2563 A-

THANI20DC: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2563 A-

THANI211A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 175 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564 A-

THANI212A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,800 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564 A-

THANI212D: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 720 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564 A-

THANI21OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 145 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564 A-

THANI221A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,070 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 A-

THANI227A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,745 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 A-

THANI22OA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,200 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 A-

THANI232C: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 A-

THANI237A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 486 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 A-

THANI23NA: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,439 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 A-

THANI247A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 594 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 A-

THANI254A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 A-

THANI255A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 593 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 A-

THANI264A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 700 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 A-

THANI274A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,300 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568 A-

แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com

ติดต่อ santaya@trisrating.com โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

             บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2563 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้

            ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

COREHOON

******************************************

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

FBS728

EXNESS

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!