หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

TRIS7 8ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กร'บ. โออิชิ กรุ๊ป' ที่ 'A+' แนวโน้ม 'Stable'

       ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ 'A+' ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต 'Stable’ หรือ ‘คงที่’ โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงสถานะผู้นำในตลาดเครื่องดื่มชาพร้อมดื่มในประเทศไทยและตราสินค้าของบริษัทซึ่งเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี ตลอดจนผลการดำเนินงานที่อยู่ในระดับน่าพอใจ ฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และสภาพคล่องที่เพียงพอของบริษัท

      นอกจากนี้ อันดับเครดิตยังมีปัจจัยเสริมบางส่วนจากการที่บริษัทได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นใหญ่คือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (หรือ ‘ไทยเบฟ’ ซึ่งได้รับอันดับเครดิตจากทริสเรทติ้งที่ระดับ ‘AA’ ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต Stable’ หรือ ‘คงที่’) อีกด้วย อย่างไรก็ตาม จุดแข็งดังกล่าวก็มีข้อจำกัดบางประการจากการแข่งขันที่รุนแรงทั้งในธุรกิจเครื่องดื่มและธุรกิจร้านอาหาร รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแออันเกิดจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด 19)

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

การสนับสนุนจากบริษัทไทยเบฟเวอเรจ

         ณ เดือนพฤษภาคม 2563 บริษัทไทยเบฟเวอเรจถือหุ้นในสัดส่วน 79.66% ของทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทไทยเบฟซึ่งเป็นบริษัทแม่มีส่วนในการควบคุมการดำเนินงานของบริษัทอย่างเต็มที่โดยผ่านช่องทางการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบริษัท นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับประโยชน์จากเครือข่ายการกระจายสินค้าที่กว้างขวางของบริษัทไทยเบฟและยังมีการใช้ทรัพยากรและโรงงานบางแห่งร่วมกันอีกด้วย

        บริษัทได้รับประโยชน์จากเครือข่ายการกระจายสินค้าที่กว้างขวางของบริษัทไทยเบฟซึ่งครอบคลุมร้านค้าปลีกและร้านอาหารท้องถิ่นกว่า 450,000 แห่งทั่วประเทศ อีกทั้งบริษัทยังเป็นผู้รับจ้างผลิตเครื่องดื่มให้แก่บริษัทในกลุ่มซึ่งช่วยให้มีการใช้กำลังการผลิตที่สูงยิ่งขึ้นอีกด้วย

        อันดับเครดิตของบริษัทมีปัจจัยเสริมบางส่วนจากการสนับสนุนที่บริษัทได้รับจากบริษัทไทยเบฟ ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งพิจารณาว่าบริษัทมีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ต่อธุรกิจเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์และธุรกิจอาหารของบริษัทไทยเบฟ ทริสเรทติ้งจึงคาดว่าบริษัทจะได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากบริษัทไทยเบฟรวมถึงการสนับสนุนทางการเงินในยามจำเป็นอีกด้วย เนื่องจากบริษัทมีบทบาทสำคัญในการดำเนินธุรกิจอาหารและธุรกิจเครื่องดื่มปราศจากแอลกอฮอล์ของกลุ่มบริษัทไทยเบฟ

เครือข่ายร้านอาหารได้รับผลกระทบในด้านลบจากโรคโควิด 19

        ในปีงบประมาณ 2562 บริษัทมีรายได้จากธุรกิจอาหารจำนวน 7.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 8% จากปีงบประมาณ 2561 โดยยอดขายจากสาขาเดิมของร้านอาหารในปีงบประมาณ 2562 เพิ่มขึ้นราว 2% จากปีงบประมาณก่อน หลังจากที่มียอดขายสาขาเดิมลดลงในระยะ 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ ร้านอาหารที่มียอดขายจากสาขาเดิมที่เติบโตดี ได้แก่ ‘ชาบูชิ’ (Shabushi)

        'นิกุยะ' (Nikuya) 'คาคาชิ' (Kakashi) และ 'โออิชิ ราเมน' (Oishi Ramen)

        บริษัทมีสถานะในการแข่งขันที่แข็งแกร่งในร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นโดยมีตราสัญลักษณ์ร้านอาหารที่สำคัญที่เป็นที่รู้จักในร้านอาหารแบบบุฟเฟ่ต์ชาบู บริษัทยังคงขยายสาขาร้านอาหารอย่างต่อเนื่องต่อไป ทั้งนี้ ในช่วงปี 2562 และปี 2563 บริษัทยังคงมุ่งเน้นการขยายสาขา ‘ชาบูชิ’ เป็นสำคัญและยังได้ขยายสู่ร้านอาหารพรีเมี่ยมและร้านอาหารตามสั่ง เช่น ‘โฮว ยู’

         (Hou Yuu) ซึ่งเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นคุณภาพสูงและ 'ซาคาเอะ' (Sakae) ซึ่งเป็นร้านอาหารชาบู และสุกียากี้ญี่ปุ่นพรีเมี่ยมแบบตามสั่งที่เพิ่งเปิดใหม่ โดยบริษัทมีจำนวนสาขาร้านอาหาร 269 แห่ง ณ เดือนมิถุนายน 2563 เพิ่มขึ้นจาก 266 แห่งในปี 2562 และ 252 แห่งในปี 2561

         ในปีงบประมาณ 2563 ทริสเรทติ้งคาดว่ามาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 จะทำให้รายได้จากธุรกิจร้านอาหารของบริษัทลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศที่แย่ลงจากโรคระบาดซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ยอดขายจากสาขาเดิมของร้านอาหารลดลงในปี 2563 ด้วยเช่นกัน

         ร้านอาหารของบริษัทต้องปิดบริการให้นั่งรับประทานในร้านตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคมจนถึงวันที่ 16 พฤษภาคม 2563 ตามมาตรการปิดเมืองทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลให้รายได้จากเครือข่ายร้านอาหารของบริษัทลดลงในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2563 การซื้ออาหารกลับบ้านและการสั่งอาหารให้ส่งถึงบ้านช่วยลดผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวลงไปได้บ้าง แต่ในทางตรงกันข้าม บริษัทกลับมีรายได้จากอาหารสำเร็จรูปแช่แข็งและอาหารสำเร็จรูปแช่เย็นที่เติบโตเพิ่มขึ้นจากผลของการออกสินค้าใหม่และพฤติกรรมของผู้บริโภคในการซื้อสินค้าในเวลาที่เกิดความหวาดกลัวสูงสุดในช่วงการปิดเมือง

        อย่างไรก็ตาม โรคโควิด 19 นั้นมีผลกระทบในด้านลบต่อรายได้ของบริษัทในธุรกิจอาหารโดยรวม โดยรายได้จากธุรกิจอาหารของบริษัทในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2563 ลดลง 30% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณก่อน ซึ่งมาอยู่ที่ 3.8 พันล้านบาท ความสามารถในการทำกำไรในธุรกิจอาหารของบริษัทเมื่อพิจารณาจากอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายแล้วปรากฎว่าปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 2% ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2563 เนื่องจากยอดขายที่หดตัวลงและบริษัทยังมีค่าใช้จ่ายดำเนินงานคงที่ที่สำคัญๆ อยู่ เช่น ค่าเช่า และค่าบุคลากร

        หลังจากมาตรการปิดเมืองเริ่มผ่อนคลายก็เริ่มปรากฏสัญญาณการฟื้นตัวของยอดขายแม้ว่าจะยังไม่เป็นปกติก็ตาม ทั้งนี้ ภายใต้สมมติฐานพื้นฐานของ ทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้ของบริษัทในธุรกิจอาหารจะหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในปีงบประมาณ 2563 แต่จะปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ในระดับ 6-7 พันล้านบาทต่อปีในช่วง 2 ปีถัดไป โดยทริสเรทติ้งคาดว่าการขยายสาขาและรูปแบบร้านอาหารที่หลากหลายมากขึ้นจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในช่วงปีงบประมาณ 2564-2565 ในขณะที่การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจร้านอาหารและสภาพเศรษฐกิจที่เปราะบาง ตลอดจนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่อยู่ในระดับต่ำจะยังคงส่งผลกดดันต่อการเติบโตของยอดขายจากสาขาเดิมต่อไป

        บริษัทได้พยายามดำเนินมาตรการต่างๆ ในการควบคุมค่าใช้จ่าย ควบคุมของทิ้งสิ้นเปลือง และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ดีขึ้นเพื่อลดผลกระทบจากการลดลงของรายได้และเพื่อเพิ่มการทำกำไรในระยะยาว ภายใต้สมมติฐานพื้นฐานของทริสเรทติ้งคาดว่าการทำกำไรในธุรกิจอาหารของบริษัทจะติดลบในปีงบประมาณ 2563 และก่อนที่จะปรับดีขึ้นในช่วง 2 ปีข้างหน้า

เป็นผู้นำในตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศไทย

        บริษัทยังคงเป็นผู้นำในตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศไทยด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดที่ระดับประมาณ 46.7% จากยอดขายในช่วง 12 เดือนย้อนหลังจากเดือนมิถุนายน 2563 ซึ่งเพิ่มขึ้นจากส่วนแบ่งทางการตลาดที่ระดับ 44.5% ในช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณก่อน ความได้เปรียบในการแข่งขันของบริษัทมาจากการมีตราสินค้าซึ่งเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดี รวมถึงเครือข่ายกระจายสินค้าที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญ

        ทั้งนี้ บริษัทใช้เครือข่ายการกระจายสินค้าของบริษัทไทยเบฟ (รวมถึงเครือข่ายของ บริษัท เสริมสุข จำกัด (มหาชน) ด้วย) ที่กว้างขวางซึ่งครอบคลุมร้านค้าและร้านอาหารท้องถิ่นกว่า 450,000 แห่ง นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และการขยายไปยังเครื่องดื่มชาพร้อมดื่มคุณภาพสูงยังช่วยเพิ่มยอดขายให้แก่ธุรกิจเครื่องดื่มของบริษัทอีกด้วย ส่งผลทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของบริษัทสูงกว่าบริษัทคู่แข่งที่มียอดขายเป็นอันดับสองซึ่งอยู่ที่ระดับ 31%

        บริษัทมียอดขายในธุรกิจเครื่องดื่มรวม 6.5 พันล้านบาทในปีงบประมาณ 2562 โดยเติบโตเพิ่มขึ้น 9% จากปีงบประมาณ 2561 โดยในปีงบประมาณ 2562 บริษัทมียอดขายชาพร้อมดื่มภายในประเทศเพิ่มสูงขึ้น 7% จากปีงบประมาณก่อน ซึ่งเติบโตได้ดีกว่าอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตที่ 2% จากปีงบประมาณ 2561 ตลาดชาพร้อมดื่มในประเทศไทยในปี 2562 เริ่มฟื้นตัวจากโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่จากการที่ผู้ผลิตชาพร้อมดื่มต่างก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับโครงสร้างภาษีใหม่และเริ่มมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำตาลน้อยลง

        อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ตลาดชาพร้อมดื่มของไทยหดตัว 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนอันเป็นผลจากโรคโควิด 19 ยอดขายเครื่องดื่มของบริษัทในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2563 ลดลง 9% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณก่อนมาอยู่ที่ 4.7 พันล้านบาท แม้ว่ายอดขายจะลดลง แต่การทำกำไรในธุรกิจเครื่องดื่มของบริษัทปรับดีขึ้นจากการควบคุมต้นทุนและการลดค่าใช้จ่ายในการโฆษณาและส่งเสริมการขายต่างๆ ทำให้บริษัทมีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจากการดำเนินงานปกติ (ไม่รวมค่าสินไหมประกันภัยที่เป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจำนวน 0.29 พันล้านบาท) ที่ระดับประมาณ 24.5% ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2563 เพิ่มขึ้นจากระดับ 23.3% ในช่วงเดียวกันของปีงบประมาณก่อน ทั้งนี้ อัตรากำไรที่ดีขึ้นในธุรกิจเครื่องดื่มน่าจะช่วยรองรับผลขาดทุนในธุรกิจอาหารได้บางส่วน

        หลังจากมาตรการปิดเมืองเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ต่างๆ เริ่มผ่อนคลายลง ทริสเรทติ้งคาดว่ายอดขายเครื่องดื่มภายในประเทศของบริษัทจะกลับมาใกล้เคียงกับระดับเดิม ในขณะที่ยอดขายในต่างประเทศจะค่อยๆ ปรับดีขึ้น ภายใต้สมมติฐานพื้นฐานของทริสเรทติ้งประมาณการว่ายอดขายเครื่องดื่มของบริษัทในปีงบประมาณ 2563 จะลดลงและจะกลับมาเติบโตในอัตราปานกลางในช่วง 2 ปีข้างหน้า

ธุรกิจเครื่องดื่มช่วยพยุงการทำกำไร

        ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยบริษัทมีกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 2.4 พันล้านบาทต่อปีในปีงบประมาณ 2562 โดยเพิ่มขึ้นจาก 2 พันล้านบาทในปีงบประมาณ 2561 ทั้งนี้ ความสามารถในการทำกำไรที่ปรับดีขึ้นนั้นมาจากผลการดำเนินงานที่ดีทั้งในธุรกิจเครื่องดื่มและธุรกิจอาหาร โดยบริษัทมีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายที่ระดับ 17.7% ในปีงบประมาณ 2562

        อย่างไรก็ตาม กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจากการดำเนินงานปกติของบริษัท (ไม่รวมรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2563 อยู่ที่ 1.4 พันล้านบาท ลดลงจากระดับ 2 พันล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีงบประมาณก่อนอันเป็นผลจากความสามารถในการทำกำไรที่ลดลงในธุรกิจอาหารเป็นสำคัญ ทำให้บริษัทมีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายอยู่ที่ระดับ 16.7% ในช่วง 9 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2563

        ทริสเรทติ้ง ประมาณการว่ากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายโดยรวมของบริษัทจะลดลงในปีงบประมาณ 2563 ซึ่งสะท้อนยอดขายจากธุรกิจอาหารที่หดตัวลงพร้อมกับมีผลขาดทุน อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งคาดว่ายอดขายเครื่องดื่มที่มีอัตรากำไรที่ดีขึ้นจะช่วยพยุงความสามารถในการทำกำไรโดยรวมของบริษัทเอาไว้ได้และจะทำให้บริษัทยังคงมีผลกำไรในปีงบประมาณ 2563

        ในการนี้ ทริสเรทติ้ง คาดว่ากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของบริษัทจะค่อยๆ ปรับดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 2.1-2.3 พันล้านบาทต่อปีในช่วง 2 ปีงบประมาณถัดไป เมื่อพิจารณาจากยอดขายที่คาดว่าจะฟื้นตัว ตลอดจนการริเริ่มควบคุมต้นทุนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจอาหารและการขยายสู่ผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพสูงมากยิ่งขึ้น ตลอดจนการมีนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์นั้นคาดว่าน่าจะช่วยให้ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทพัฒนาดียิ่งขึ้น

หนี้สินอยู่ในระดับต่ำ

        บริษัทอยู่ในสถานะปลอดหนี้มาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2562 และยังคงสถานะดังกล่าวมาจนถึง ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 เนื่องจากบริษัทมีความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งขึ้นรวมถึงมีการจ่ายเงินปันผลในระดับที่สมเหตุสมผลและไม่มีการลงทุนหรือใช้เงินลงทุนขนาดใหญ่เป็นช่วงระยะเวลาที่ยาว บริษัทจึงมีสถานะทางการเงินที่มีเงินสดสุทธิ (Net Cash Position) ทั้งนี้ ณ เดือนมิถุนายน 2563 บริษัทมีเงินสดในมือและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมประมาณ 740 ล้านบาท

         บริษัทมีแผนใช้จ่ายเพื่อการลงทุนโดยรวมประมาณ 1.7 พันล้านบาทในช่วงปีงบประมาณ 2563-2565 หากไม่มีการซื้อกิจการโดยการก่อหนี้ขนาดใหญ่ ทริสเรทติ้งก็คาดว่าบริษัทจะมีความต้องการในการกู้ยืมน้อยและน่าจะยังคงสถานะทางการเงินโดยมีเงินสดสุทธิในช่วง 3 ปีงบประมาณข้างหน้าต่อไป ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะมีเงินทุนจากการดำเนินงานอยู่ที่ประมาณ 1.8-2 พันล้านบาทในช่วง 12 เดือนข้างหน้าซึ่งน่าจะเพียงพอสำหรับการลงทุนตามแผน รวมถึงใช้ในการลงทุนอื่นๆ และการจ่ายเงินปันผลด้วย นอกจากนี้ ทริสเรทติ้ง ยังคาดว่า โครงสร้างเงินทุนของบริษัทจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญใดๆ ในช่วง 3 ปีข้างหน้าอีกด้วย

สมมติฐานกรณีพื้นฐาน

  • รายได้จะได้รับแรงกดดันในปีงบประมาณ 2563 และจะฟื้นตัวกลับมาอยู่ที่ระดับ 1.25-1.3 หมื่นล้านบาทต่อปีในช่วงปีงบประมาณ 2564-2565
  • อัตราส่วนกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจะอยู่ที่ระดับประมาณ 17%
  • เงินลงทุนโดยรวมจะอยู่ที่ประมาณ 1.7 พันล้านบาทในช่วงปีงบประมาณ 2563-2565

แนวโน้มอันดับเครดิต

        แนวโน้มอันดับเครดิต 'Stable' หรือ 'คงที่' สะท้อนความคาดหมายของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงสถานะในการเป็นบริษัทย่อยที่มีความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของบริษัทไทยเบฟได้ต่อไป ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้ง ยังคาดว่าบริษัทจะยังคงรักษาสถานะทางการตลาดในธุรกิจชาพร้อมดื่มและธุรกิจร้านอาหารไปพร้อมกับการมีผลการดำเนินงานที่ปรับดีขึ้นและคงสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่งเอาไว้ได้

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

       อันดับเครดิตของบริษัทอาจได้รับการปรับลดลงหากบริษัทมีการลงทุนด้วยการก่อหนี้เชิงรุก หรือหากบริษัทมีผลการดำเนินงานที่ถดถอยลงกว่าที่ ทริสเรทติ้งคาดการณ์ไว้ ในทางตรงกันข้าม อันดับเครดิตของบริษัทอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้นหากบริษัทมีผลการดำเนินงานและมีความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากและอย่างต่อเนื่อง หรือหากบริษัทมีแหล่งรายได้ที่มีความหลากหลายเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ อันดับเครดิตของบริษัทอาจเปลี่ยนแปลงได้ด้วยเช่นกันในกรณีที่ทริสเรทติ้งเห็นว่าระดับความช่วยเหลือที่บริษัทได้รับจากบริษัทไทยเบฟนั้นเปลี่ยนแปลงไป

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- วิธีการจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 26 กรกฎาคม 2562

- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงิน, 5 กันยายน 2561

- Group Rating Methodology, 10 กรกฎาคม 2558

บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (OISHI)

อันดับเครดิตองค์กร: A+

แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com

ติดต่อ santaya@trisrating.com โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

           บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2563 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้

         ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

COREHOON

******************************************

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

FBS728

EXNESS

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!