หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

TRIS7 24ทริสเรทติ้ง เพิ่มอันดับเครดิตองค์กร & หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 'บ.ดั๊บเบิ้ล เอ (1991)' เป็น 'BBB' จาก 'BBB-' แนวโน้ม 'Stable'

       ทริสเรทติ้ง เพิ่มอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันของ บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) เป็นระดับ 'BBB' จากเดิมที่ระดับ 'BBB-' ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต Stable’หรือ ‘คงที่’ ทั้งนี้ การเพิ่มอันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงผลการดำเนินงานของบริษัทที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา

      ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งยังจัดอันดับเครดิตให้แก่หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ของบริษัทในวงเงินไม่เกิน 5 พันล้านบาทที่ระดับ 'BBB' อีกด้วย โดยอันดับเครดิตหุ้นกู้ชุดใหม่นี้จะใช้ทดแทนอันดับเครดิตหุ้นกู้มูลค่าไม่เกิน 3.65 พันล้านบาทที่ประกาศผลไปเมื่อวันที่ 30 เมษายน 2563 เนื่องจากบริษัทตัดสินใจปรับเพิ่มวงเงินของหุ้นกู้ที่จะออกจำหน่าย ทั้งนี้ บริษัทจะนำเงินที่ได้รับจากการออกหุ้นกู้ดังกล่าวไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน รวมทั้งเพื่อขยายธุรกิจ และชำระหนี้

      อันดับเครดิตBBB’ ยังคงสะท้อนถึงสถานะผู้นำของบริษัทในอุตสาหกรรมการผลิตกระดาษพิมพ์เขียนของไทยและความแข็งแกร่งของตราสัญลักษณ์ ‘ดั๊บเบิ้ล เอ’ (Double A) อย่างไรก็ตาม จุดแข็งดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากลักษณะที่เป็นวงจรขึ้นและลงของอุตสาหกรรมการผลิตเยื่อกระดาษและกระดาษ รวมถึงอุปสงค์ของกระดาษพิมพ์เขียนในประเทศไทยและทั่วโลกที่ชะลอตัว ในขณะเดียวกัน การประเมินอันดับเครดิตยังพิจารณาถึงการขยายธุรกิจของบริษัทไปสู่อุตสาหกรรมกระดาษบรรจุภัณฑ์เมื่อเร็ว ๆ นี้อีกด้วย

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

ผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

      ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา โดยบริษัทได้นำแผนปรับปรุงการดำเนินงานมาใช้ ซึ่งแผนดังกล่าวประกอบไปด้วยการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการผสมผสานของผลิตภัณฑ์ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการลดค่าใช้จ่ายดำเนินงาน ในขณะที่การขายกิจการโรงงานผลิตกระดาษ Alizay ที่มีต้นทุนสูงออกไปในปี 2561 ก็ช่วยให้ความสามารถในการทำกำไรโดยรวมของบริษัทปรับตัวดีขึ้นอีกด้วย

      อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 20% มาตั้งแต่ปี 2561 จากระดับต่ำที่ 8.2% ในปี 2559 กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเหนือระดับ 5 พันล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2561-2562 จากระดับต่ำกว่า 3 พันล้านบาทต่อปีในช่วงก่อนปี 2560 ความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของบริษัทลดลงต่ำกว่าระดับ 4 เท่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเมื่อเทียบกับระดับ 5-10 เท่าในอดีต

การดำเนินงานแบบครบวงจรช่วยสนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขัน

      ขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้นำของอุตสาหกรรมการผลิตกระดาษพิมพ์เขียนของไทยเป็นผลมาจากธุรกิจของบริษัทที่มีการดำเนินงานแบบครบวงจรตั้งแต่การผลิตเยื่อกระดาษไปจนถึงการผลิตกระดาษ โดยการดำเนินงานดังกล่าวทำให้เกิดการผสานพลัง (Synergy) และช่วยควบคุมต้นทุน ทั้งนี้ การที่เยื่อกระดาษซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตกระดาษมีลักษณะเป็นสินค้าโภคภัณฑ์จึงทำให้ราคาเยื่อกระดาษมีความผันผวน ดังนั้น ผู้ผลิตกระดาษที่มีโรงงานผลิตเยื่อกระดาษเป็นของตนเองจึงมีความได้เปรียบในด้านต้นทุน บริษัทมีโรงงานผลิตเยื่อกระดาษเป็นของตนเองที่ดำเนินการร่วมกันกับโรงงานผลิตกระดาษในจังหวัดปราจีนบุรี

การขยายธุรกิจไปสู่ผลิตภัณฑ์กระดาษบรรจุภัณฑ์

      เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทได้ขยายธุรกิจไปสู่อุตสาหกรรมกระดาษบรรจุภัณฑ์ โดยในปี 2562 บริษัทได้สร้างโรงงานผลิตเยื่อกระดาษแห่งใหม่ที่ใช้กระดาษใช้แล้วเป็นวัตถุดิบ โรงงานแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับโรงงานผลิตเยื่อกระดาษเดิมของบริษัทในจังหวัดปราจีนบุรี มีกำลังการผลิต 270,000 ตันต่อปี ใช้เงินลงทุนเกือบ 1 พันล้านบาท โรงงานเริ่มทำการผลิตในช่วงไตรมาสแรกของปี 2563 และคาดว่าจะเดินเครื่องเต็มกำลังในปี 2564 บริษัทมีสัญญาซื้อขายผลิตภัณฑ์ระยะเวลา 3 ปีกับผู้ผลิตกระดาษรายหนึ่งในประเทศจีนคือกลุ่ม Shanying

      โดยสัญญาดังกล่าวช่วยลดความเสี่ยงในด้านการจัดหาวัตถุดิบและความต้องการซื้อเนื่องจากคู่สัญญาจะจัดหาวัตถุดิบในการผลิตให้แก่บริษัทและให้ประกันการซื้อขั้นต่ำสำหรับเยื่อกระดาษที่บริษัทผลิต นอกจากนี้ บริษัทยังได้เริ่มผลิตกระดาษคราฟท์ที่โรงงานของตนเองในจังหวัดปราจีนบุรีในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้อีกด้วย โดยบริษัทสามารถผลิตได้มากถึง 250,000 ตันต่อปีตามกำลังการผลิตในปัจจุบัน ซึ่งการกระจายความเสี่ยงไปสู่กระดาษบรรจุภัณฑ์ช่วยลดความกังวลเกี่ยวกับความต้องการกระดาษพิมพ์เขียนที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลง ทั้งนี้ การบริโภคกระดาษพิมพ์เขียนทั่วโลกลดลงในอัตราเฉลี่ย 3.3% ต่อปีในช่วงปี 2558-2562 ในขณะที่อัตราการบริโภคกระดาษบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย 1.6% ต่อปี (ที่มา: บลูมเบิร์ก)

      ทริสเรทติ้ง คาดว่าผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด 19) จะทำให้รายได้จากการดำเนินงานรวมของบริษัทลดลงเหลือประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาทในปี 2563 จาก 1.92 หมื่นล้านบาทในปี 2562 โดยรายได้จากการจำหน่ายกระดาษในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 ลดลง 23.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 6.91 พันล้านบาท รายได้จากการดำเนินงานรวมของบริษัทคาดว่าน่าจะฟื้นตัวในปี 2564 และจะเพิ่มขึ้นจนถึงระดับ 2.2 หมื่นล้านบาทในปี 2565 จากการมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่คือเยื่อกระดาษที่ผลิตจากกระดาษใช้แล้ว และกระดาษคราฟท์

      ทริสเรทติ้ง คาดว่า เยื่อกระดาษที่ผลิตจากกระดาษใช้แล้วและกระดาษคราฟท์จะสร้างรายได้รวมกันที่ระดับ 3-4 พันล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2564-2565 ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีข้างหน้า กำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายของบริษัทน่าจะอยู่ที่ระดับ 4-5 พันล้านบาทต่อปี โดยมีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้ที่ระดับสูงกว่า 20%

การก่อหนี้น่าจะทรงตัวอยู่ที่ระดับปัจจุบัน

      ทริสเรทติ้ง คาดว่า ระดับการก่อหนี้ของบริษัทจะทรงตัวอยู่ที่ระดับปัจจุบัน แม้บริษัทวางแผนจะเพิ่มกำลังการผลิตเยื่อกระดาษที่ผลิตจากกระดาษใช้แล้ว แต่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานน่าจะเพียงพอที่จะรองรับเงินลงทุนได้ ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ทริสเรทติ้ง คาดว่า เงินลงทุนของบริษัทน่าจะอยู่ในช่วง 1-1.2 พันล้านบาทต่อปี เมื่อพิจารณาถึงภาระหนี้ที่ต้องชำระจำนวน 2.5-3 พันล้านบาทต่อปีแล้ว เงินทุนจากการดำเนินงานของบริษัทที่คาดว่าจะอยู่ในช่วง 3-4 พันล้านบาทนั้นน่าจะรองรับรายจ่ายได้เกือบทั้งหมด ทริสเรทติ้งคาดว่าอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อเงินทุนของบริษัทจะอยู่ที่ประมาณ 55% และอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจะอยู่ในช่วง 3-4 เท่าในช่วงปี 2563-2565

สภาพคล่องน่าจะบริหารจัดการได้

      บริษัทน่าจะสามารถบริหารจัดการกับสภาพคล่องได้อย่างเหมาะสมในช่วง 12 เดือนข้างหน้า โดยในช่วงเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนธันวาคม 2563 บริษัทมีหนี้ที่ครบกำหนดชำระทั้งสิ้นประมาณ 2.84 พันล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินกู้ระยะสั้นสำหรับใช้เป็นทุนหมุนเวียน 2.61 พันล้านบาทและเงินกู้ระยะยาวจากธนาคารอีก 0.23 พันล้านบาท โดย ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 บริษัทมีเงินสดและหลักทรัพย์ในความต้องการของตลาดรวมกันอยู่ที่จำนวน 0.85 พันล้านบาท รวมทั้งยังมีวงเงินกู้ที่ยังไม่ได้เบิกใช้มูลค่า 1.64 พันล้านบาท

      และลูกหนี้การค้าอีกประมาณ 3 พันล้านบาท สินทรัพย์สภาพคล่องเหล่านี้น่าจะเพียงพอในการรองรับภาระหนี้ทั้งหมดที่จะครบกำหนดในปี 2563 ได้ บริษัทไม่มีหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระในช่วงที่เหลือของปี 2563 แต่มีหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระจำนวน 2.2 พันล้านบาทในปี 2564 ในการนี้ บริษัทวางแผนจะหาแหล่งเงินทดแทนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในปี 2564 บางส่วนด้วยการออกหุ้นกู้ชุดใหม่

      หุ้นกู้ของบริษัทมีข้อกำหนดในการดำรงอัตราส่วนทางการเงินในส่วนของอัตราส่วนเงินกู้ที่มีดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนทุนที่ระดับไม่เกิน 2 เท่า ในขณะที่อัตราส่วนดังกล่าว ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2563 อยู่ที่ 1.2 เท่า ทริสเรทติ้งเชื่อว่าบริษัทจะสามารถปฏิบัติได้ตามข้อกำหนดดังกล่าวได้ตลอดช่วง 12-18 เดือนข้างหน้า

สมมติฐานพื้นฐาน

  • รายได้จากการดำเนินงานรวมของบริษัทจะอยู่ในช่วง 1.8-2.2 หมื่นล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2563-2565
  • อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้จะทรงตัวอยู่เหนือระดับ 20%
  • อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจะอยู่ในช่วง 3-4 เท่า
  • เงินลงทุนรวมต่อปีจะอยู่ในช่วง 1-1.2 พันล้านบาทต่อปี

แนวโน้มอันดับเครดิต

      แนวโน้มอันดับเครดิต 'Stable' หรือ 'คงที่' สะท้อนความคาดหวังของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขันในธุรกิจการผลิตกระดาษพิมพ์เขียนเอาไว้ได้ การขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์กระดาษบรรจุภัณฑ์จะช่วยกระจายความเสี่ยงของแหล่งรายได้และสนับสนุนการเติบโตของบริษัทในช่วงที่การบริโภคกระดาษพิมพ์เขียนมีแนวโน้มลดต่ำลง

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

      การปรับเพิ่มอันดับเครดิตในระยะอันใกล้มีโอกาสค่อนข้างจำกัด ในทางตรงกันข้าม อันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจปรับลดลงได้หากผลกระทบจากโรคโควิด 19 ที่มีต่อผลการดำเนินงานของบริษัทมีความรุนแรงมากกว่าที่คาดไว้หรือหากสถานะทางการเงินของบริษัทอ่อนแอกว่าที่คาดไว้

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- วิธีการจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 26 กรกฎาคม 2562

- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงิน, 5 กันยายน 2561

บริษัท ดั๊บเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน) (DA)

อันดับเครดิตองค์กร: BBB

อันดับเครดิตตราสารหนี้:

DA235A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB

DA241A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,350 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 BBB

DA252A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,500 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568 BBB

หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ในวงเงินไม่เกิน 5,000 ล้านบาท ไถ่ถอนภายใน 10 ปี BBB

แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com

ติดต่อ santaya@trisrating.com โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

      บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2563 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้

      ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

COREHOON

******************************************

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

FBS728

EXNESS

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!