หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

TRIS7 13ทริสเรทติ้ง จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันวงเงินไม่เกิน 1.1 หมื่นล้านบาท'บ.ทีพีไอ โพลีน' ที่ระดับ'BBB+' แนวโน้ม'Stable'

          ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของ บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ 'BBB+' ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต 'Stable' หรือ 'คงที่' ในขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งได้จัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดใหม่ในวงเงินไม่เกิน 1.1 หมื่นล้านบาทของบริษัทที่ระดับ BBB+’ด้วยเช่นกัน

          โดยบริษัทตั้งใจที่จะจัดสรรเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพื่อใช้ไถ่ถอนหุ้นกู้เป็นจำนวนเงินรวม 9.6 พันล้านบาทซึ่งจะครบกำหนดในเดือนเมษายน 2564 โดยส่วนที่เหลือจะนำไปใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพของโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ บริษัทวางแผนจะทยอยออกหุ้นกู้ชุดใหม่ในช่วงระหว่างเดือนกันยายน 2563 จนถึงเดือนมีนาคม 2564 เพื่อเตรียมการไถ่ถอนหุ้นกู้ขนาดใหญ่ดังกล่าว

          อันดับเครดิตยังคงสะท้อนถึงตำแหน่งทางการตลาดที่แข็งแกร่งของบริษัทในตลาดปูนซีเมนต์ภายในประเทศ รวมถึงประโยชน์จากการขยายการดำเนินงานสู่ธุรกิจผลิตไฟฟ้า และการมีกระแสเงินสดที่มั่นคงจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่มีกับ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

          อย่างไรก็ตาม ข้อได้เปรียบดังกล่าวถูกลดทอนลงบางส่วนจากลักษณะที่เป็นวงจรขึ้นลงของธุรกิจปูนซีเมนต์และธุรกิจพลาสติก รวมถึงความเสี่ยงจากการดำเนินงานโรงไฟฟ้าเชื้อเพลิงขยะ (Refuse-derived Fuel - RDF) นอกจากนี้ อันดับเครดิตยังมีข้อจำกัดจากการประมาณการว่าภาระหนี้สินของบริษัทจะเพิ่มสูงขึ้นจากการลงทุนในโครงการใหม่ การกระจุกตัวของแหล่งเงินกู้ และความเสี่ยงในการรีไฟแนนซ์ของหุ้นกู้ชุดเก่าที่กล่าวในเบื้องต้น

          ความแข็งแกร่งทางเครดิตของบริษัทได้รับการสนับสนุนจากสถานะที่มั่นคงของธุรกิจผลิตไฟฟ้า จากการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับ กฟผ. ทริสเรทติ้งคาดว่ากระแสเงินสดที่เสถียรจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจะยังคงสร้างกำไรเป็นสัดส่วนใหญ่ให้แก่กลุ่ม ความเสี่ยงด้านผลการดำเนินงานในระยะกลางน่าจะเกิดจากผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โรคโควิด 19) ที่มีต่อธุรกิจปูนซีเมนต์ อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งเชื่อว่ากำไรที่มั่นคงจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจะช่วยให้บริษัทให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากดังกล่าวได้

          บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยหลักได้ยื่นข้อเสนอในการขอเป็นผู้พัฒนาในโครงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zone -- SEZ) ของรัฐบาล โดยรัฐบาลมีความตั้งใจที่จะพัฒนาโครงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดสงขลา เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของภาคใต้ของประเทศไทย ผ่านการส่งเสริมด้านอุตสาหกรรม การส่งออก การจ้างงาน รวมถึงความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนในเขตภาคใต้ การพัฒนาโครงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ประกอบด้วย ท่าเรือน้ำลึก นิคมอุตสาหกรรม และโรงไฟฟ้าขนาด 3,700 เมกะวัตต์ ซึ่งจะใช้ก๊าซธรรมชาติ พืชชีวมวล หรือแหล่งพลังงานหมุนเวียนอื่นๆ ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการเป็นผู้พัฒนาโครงการดังกล่าว บริษัททีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ ได้ทยอยรวบรวมที่ดินจำนวนกว่า 16,700 ไร่ในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยการซื้อที่ดินดังกล่าวคาดว่าจะต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 1.2-1.3 หมื่นล้านบาท

          ในมุมมองของทริสเรทติ้ง การซื้อที่ดินมีแนวโน้มที่จะทำให้ระดับหนี้โดยรวมของกลุ่มสูงขึ้นเป็นระยะเวลานาน แม้ว่าคณะรัฐมนตรีจะมีมติเห็นชอบในหลักการในการเริ่มพัฒนาโครงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษในจังหวัดสงขลาดังกล่าว ทริสเรทติ้งเชื่อว่าการพัฒนาอาจจะต้องใช้เวลานานเนื่องจากขั้นตอนของระบบราชการที่อาจจะล่าช้า โดยโครงการยังต้องการการอนุมัติเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลก่อนที่การพัฒนาจะเริ่มขึ้นได้ ในกรณีที่บริษัททีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ ได้รับสิทธิ์อย่างเป็นทางการในการพัฒนาโครงการดังกล่าว บริษัททีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จะยังต้องใช้เงินลงทุนอีกจำนวนมาก แต่คาดว่าบริษัทจะจัดการโครงสร้างของโครงการและจัดหาแหล่งเงินอย่างรอบคอบ เพื่อหลีกเลี่ยงการด้อยลงอย่างรวดเร็วของงบการเงินและความสามารถในการชำระหนี้ อย่างไรก็ตาม หากการพัฒนาโครงการประสบความสำเร็จ โครงการนี้น่าจะเป็นปัจจัยใหม่ที่ทำให้ของกระแสเงินสดมีการเติบโตและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวได้ด้วยเช่นกัน    

          ภาระหนี้สินต่อกระแสเงินสดของบริษัทมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นแต่จะยังอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เนื่องจากกำไรของธุรกิจผลิตไฟฟ้าคาดว่าจะลดลงประกอบกับหนี้สินที่จะเพิ่มขึ้นจากการจัดซื้อที่ดินและความเป็นไปได้ที่จะเกิดการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะแห่งใหม่ โดยกำไรที่ลดลงเป็นผลมาจากส่วนเพิ่มของราคารับซื้อไฟฟ้า (Adder) ที่จะเริ่มทยอยหมดอายุในปี 2565 สำหรับกำลังการผลิตตามสัญญาจำนวน 73 เมกะวัตต์จากทั้งหมด 163 เมกะวัตต์ ซึ่งหลังจากนั้นบริษัทจะยังสามารถจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ. ในอัตราค่าไฟฟ้าราคาพื้นฐานได้ ทริสเรทติ้งคาดการณ์กำไรโดยรวมก่อนหัก ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ของบริษัทจะทรงตัวที่ 8.0-8.3 พันล้านบาท

          ในช่วงปี 2563-2564 ก่อนที่จะลดลงเป็น 7.5 พันล้านบาทในปี 2565 จากแผนการลงทุนของบริษัท อัตราส่วนหนี้สินทางการเงินสุทธิต่อกำไรก่อนหัก ดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายจะอยู่ในช่วง 7.0-7.5 เท่า อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อหนี้สินทางการเงินสุทธิมีแนวโน้มลดลงต่ำกว่า 10% กระแสเงินสดอาจมากกว่าที่คาดหากยอดขายปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้างกลับมาฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญหลังจากผ่านพ้นช่วงโรคโควิด 19 นอกจากนี้ การปรับตัวเพิ่มขึ้นของกำไรในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับความสำเร็จของการพัฒนาโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ รวมถึงการพัฒนาโครงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

          บริษัทมีหุ้นกู้ขนาดใหญ่รวมทั้งสิ้น 9.6 พันล้านบาทที่จะครบกำหนดในเดือนเมษายน 2564 นี้ โดยบริษัทวางแผนจะลดความเสี่ยงในการไถ่ถอนหุ้นกู้ โดยการทยอยออกหุ้นกู้ชุดใหม่ ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งเชื่อว่าบริษัทจะสามารถรับมือความเสี่ยงในการ

          ไถ่ถอนนี้ได้ โดยพิจารณาจากประวัติในการออกหุ้นกู้ อีกทั้ง บริษัทยังอยู่ในระหว่างการขอวงเงินสินเชื่อสำรองในกรณีที่ไม่สามารถการออกหุ้นกู้ได้ครบตามที่วางแผนไว้ด้วย          

แนวโน้มอันดับเครดิต

          แนวโน้มอันดับเครดิต'Stable' หรือ 'คงที่' สะท้อนถึงการคาดหวังของทริสเรทติ้งว่าสถานะในการแข่งขันของบริษัทในธุรกิจปูนซีเมนต์และธุรกิจพลาสติกจะยังคงเดิม ในขณะที่ธุรกิจพลังงานจะยังคงมีผลประกอบการที่เสถียร และช่วยส่งเสริมความสามารถในการทำกำไรให้แก่กลุ่ม นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่าภาระหนี้สินต่อกระแสเงินสดของบริษัทจะยังคงอยู่ในช่วงที่คาดการณ์ไว้ และคาดว่าบริษัทจะรักษาโครงสร้างเงินทุนและความสามารถในการชำระหนี้อย่างรอบคอบหากบริษัทได้รับอนุญาตให้เป็นผู้พัฒนาโครงการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

          โอกาสในการปรับอันดับเครดิตเพิ่มขึ้นมีจำกัดในเวลาอันใกล้ อย่างไรก็ตาม การปรับอันดับเครดิตเพิ่มขึ้นอาจเกิดขึ้นได้หากอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินสุทธิต่อกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายของบริษัทลดลงต่ำกว่า 6 เท่าเป็นเวลานานและบริษัทสามารถกระจายแหล่งกู้ยืมได้ ภาระหนี้สินที่ลดลงยังคงเป็นปัจจัยหลักที่จะส่งผลต่อการปรับอันดับเครดิตเพิ่มขึ้นได้

          อันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจได้รับการปรับลดลงหากอัตราส่วนหนี้สินทางการเงินสุทธิต่อกำไรก่อนดอกเบื้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายของบริษัทอยู่สูงเกินกว่า 8 เท่าเป็นระยะเวลานาน อันดับเครดิตอาจถูกปรับลดลงจากธุรกิจปูนซีเมนต์ที่อ่อนแอลง รวมถึงผลการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าที่ด้อยกว่าที่คาดไว้ และการลงทุนโดยใช้หนี้เงินกู้ขนาดใหญ่ ในขณะที่การสูญเสียส่วนทุนจำนวนมากจากคดีฟ้องร้องที่ยังคงค้างอยู่ก็อาจก่อให้เกิดการปรับลดอันดับเครดิตได้ด้วยเช่นกัน

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

วิธีการจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 26 กรกฎาคม 2562

- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงิน, 5 กันยายน 2561

บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) (TPIPL)

อันดับเครดิตองค์กร: BBB+

อันดับเครดิตตราสารหนี้:

TPIPL214A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,600 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564 BBB+

TPIPL214B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 8,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564 BBB+

TPIPL218A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,600 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2564 BBB+

TPIPL221A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,530 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+

TPIPL224A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 1,200 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+

TPIPL228A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 4,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2565 BBB+

TPIPL231A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB+

TPIPL231B: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 4,400 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB+

TPIPL234A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 2,645 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2566 BBB+

TPIPL244A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 4,200 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2567 BBB+

TPIPL251A: หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน 3,000 ล้านบาท ไถ่ถอนปี 2568 BBB+

หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกัน ในวงเงินไม่เกิน 11,000 ล้านบาท ไถ่ถอนภายใน 5 ปี BBB+

แนวโน้มอันดับเครดิต: Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com

ติดต่อ santaya@trisrating.com โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

          บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2563 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้

          ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

COREHOON

******************************************

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

FBS728

EXNESS

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!