หมวดหมู่: การตลาด

6008 JCB‘JCB’ ปรับเกมสู้วิกฤตโควิด-19 ลุยตลาดออนไลน์
ดันตลาดผู้ใช้รายใหม่สูงสุด ด้านหมวด Food delivery โตทะลุ 400%

          บัตรเครดิต JCB มีการปรับทัพดึง มร.เรียว โมริตะเป็นกรรมการผู้จัดการคนใหม่ดูแลประเทศไทยเมื่อ 1 เมษายนที่ผ่านมา ปรับกลยุทธ์แก้เกมวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมเผยถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงของภาพรวมตลาดบัตรเครดิต ส่งผลให้ JCB ต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ บุกตลาดช้อปปิ้งออนไลน์และฟู้ดเดลิเวอรี่แทน ย้ำเป้าหมายการเติบโตในประเทศไทย กระตุ้นให้มีบัตรในตลาดเพิ่มขึ้นอีก 15% ภายในปี 2563

          ‘คุณเรียว โมริตะ’ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจบัตรเครดิตครึ่งปีแรก 2563 คาดว่ายอดใช้จ่ายโดยรวมจะหดตัวลงเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั่วโลก โดยเฉพาะในหมวดที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ขณะเดียวกันมองว่าพฤติกรรมการใช้เงินของผู้บริโภคก็มีการเปลี่ยนแปลง คือ
          - ผู้บริโภคใช้เงินสดน้อยลง
          - ให้ความสนใจกับระบบชำระเงินแบบลดการสัมผัส (Touchless/Contactless) มากขึ้น
          - ใช้ระบบ QR ในการจ่ายเงินแทนการยื่นการ์ด

          จากการเกิดวิกฤติโควิด-19 ในประเทศไทยและทั่วโลก เราได้เห็นว่าคนอยู่บ้านกันเพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาพรวมการใช้จ่ายในบางกลุ่มธุรกิจเพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าสนใจ เช่น ตลาดอีคอมเมิร์ซและกลุ่มฟู้ดเดลิเวอรี ที่เติบโตแบบก้าวกระโดดกว่า 100% ทาง JCB จึงมีการปรับแผนเพื่อออกมารองรับความต้องการและไลฟ์สไตล์ ที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคในส่วนนี้”

          ด้าน ‘คุณนพดล คูห์วัฒนศิลป์’ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เจซีบี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตอนนี้ JCB เอง เราเลยหันมาทำแคมเปญที่เกี่ยวกับฟู้ดเดลิเวอรี่มากขึ้น คือให้ส่วนลดหรือแคชแบ็คกับทางลูกค้าเป็นหลัก เพื่อเป็นการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระลูกค้าในช่วงที่ยากลำบากนี้ อีกทั้งยังเป็นการจูงใจให้ลูกค้าใช้ฟู้ดเดลิเวอรี่มากขึ้น”

          สิทธิพิเศษที่ลูกค้าบัตร JCB จะได้รับตอนนี้คือ Grab Food ลูกค้าสั่งซื้อ 300 บาท ได้รับสิทธิพิเศษส่วนลด 80 บาท ของ LINE MAN จะเป็นการสะสมยอดเมื่อลูกค้าใช้ในหนึ่งรอบเดือนเกิน 500 บาท จะได้แคชแบ็คหรือเงินเข้ากระเป๋า 100 บาท ส่งผลให้ยอดขายหมวดฟู้ดเดลิเวอรี่ของเราโตสูงกว่า 400% และจำนวนผู้ใช้รายใหม่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเทียบเท่า 300% เมื่อเทียบกับตัวเลขก่อนเกิดวิกฤติ COVID-19

          ส่วนเรื่องของออนไลน์ช้อปปิ้งเรามีทั้ง Lazada กับ Shopee ที่เป็นพาร์ทเนอร์โดยตรง ซึ่งของ Lazada เรามีแพลตตินั่มเซอร์วิสอยู่แล้ว ทุกวันพุธ เมื่อซื้อครบ 1,800 บาทขึ้นไป ได้ส่วนลด 12% ส่วนของ Shopee เราร่วมกันในลักษณะของบิ๊กแคมเปญเช่นกัน ส่งผลให้ยอดขายเติบโตสูงมากถึง 9 เท่า เมื่อเทียบกับยอดขายปกติในช่วงของวันที่จัดโปรโมชั่นพิเศษ ส่วนอีวอลเล็ททั่วไปยังมี Dolfin E-Wallet ของกลุ่มเซ็นทรัลซึ่งตอนนี้เราทำมารอบที่ 2 แล้วครับ เริ่มตั้งแต่วันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา คือถ้าใช้จ่ายครั้งละ 300 บาทขึ้นไป ก็จะได้ Dolfin Bonus กลับคืน 50 บาท โดยในครั้งนี้ลูกค้าจะได้รับสิทธิประโยชน์นี้เมื่อใช้ช้อปปิ้งออนไลน์กับ JD Central อีกด้วยครับ”

          “สำหรับสถานการณ์โควิด-19 ทางเราประเมินไว้ว่าอีกประมาณ 1 ปี ที่คนจะกลับมาใช้จ่ายเหมือนเดิม หลังจากนี้ JCB ต้องดูสถานการณ์หากดีขึ้น เราคงต้องกลับไปทบทวนแผนการตลาด สำหรับการใช้จ่ายด้านออฟไลน์ เพื่อช่วยเหลือหน้าร้านมากขึ้น ส่วนเป้าหมายในปีนี้ เราตั้งเป้าอยากให้บัตร JCB ในตลาดประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก 15%” คุณเรียว โมริตะ กล่าวทิ้งท้าย

          ทั้งนี้ยังสามารถติดตามรายละเอียดโปรโมชั่นและสิทธิประโยชน์ของทาง JCB เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ภาษาไทย http://www.th.jcb/th โปรโมชั่นต่างประเทศ http://www.specialoffers.jcb/th/ หรือติดตามทาง Facebook: JCB Thailand สำหรับการสมัครบัตรเครดิต JCB สามารถติดต่อวันนี้ได้ที่ บริษัทบัตรกรุงศรี บริษัทบัตรกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ บมจ. อิออน และ ธนาคารกสิกรไทย

 

ข้อมูลยอดการใช้บัตรเครดิต JCB เปรียบเทียบระหว่างช่วงเวลา
ก่อนวิกฤติ Covid-19 คือ อันดับ 1 กลุ่ม Dining, อันดับ 2 กลุ่ม Shopping, อันดับ 3 กลุ่มท่องเที่ยว
ปัจจุบัน คือ อันดับ 1 กลุ่ม Online shopping, อันดับ 2 กลุ่ม Supermarket, อันดับ 3 กลุ่มฟู้ดเดลิเวอรี่


AO6008

******************************************

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!