หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 1-6-2020dbs
Need to KNOW
ปัจจัยต่างประเทศ
- สหรัฐ : ประกาศเคอร์ฟิวกว่า 20 เมือง หลังการประท้วงรุนแรงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้ จอร์จ ฟลอยด์ จนกลายเป็นการจลาจล
- วิตกความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีน ทรัมป์ส่งสัญญาณจะกดดันจีนเพิ่ม โดยรวมถึงจำกัดการออกวีซ่าให้นักเรียนจีนและกลุ่มคนเป้าหมายหรือเก็บภาษีนำเข้าเพิ่ม, กีดกันบ.จีนในตลาดหุ้นสหรัฐมากขึ้น, ห้ามไม่ให้กองทุนกบข.สหรัฐลงทุนในหุ้นจีน, ยกเลิกสถานะพิเศษของฮ่องกง ฯลฯ
- สหรัฐ : จีดีพี 1Q63 ประมาณการครั้งที่ 2 แย่ลงเป็น -5% จากครั้งแรกที่ -4.8% ซึ่งเป็นไตรมาสแรกที่ติดลบนับตั้งแต่ 1Q57 (-1.1%)
• สหรัฐ : ดัชนี PCE เม.ย. -0.5%MoM และ Core PCE -0.4%MoM ซึ่งเป็นตามคาด โดยดัชนีลดลงมากสุดในรอบ 5 ปี
+/• สหรัฐ : ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค.63 เพิ่มเป็น 72.3(เม.ย. 71.8) แต่ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 74.0
- จีน : NPC มีมติเห็นชอบให้บังคับใช้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ในฮ่องกง ซึ่งอาจนำไปสู่การลิดรอนเสรีภาพของฮ่องกง
+ จีน : PMI ภาคบริการพ.ค.เพิ่มเป็น 53.6 (เม.ย. 53.2) ส่วน PMI ภาคผลิตพ.ค.อ่อนลงเป็น 50.6 (เม.ย. 50.8) แต่ดัชนียังสูงกว่า 50 ก็ถือว่าดี
+ ราคาน้ำมันปรับขึ้น จากอุปสงค์ทยอยฟื้นตัว, แท่นขุดเจาะน้ำมันสหรัฐลดเหลือ 301 แท่น (Record Low), กลุ่มโอเปก&พันธมิตรลดการผลิต
- ณ 31 พ.ค.63 Worldometers ระบุว่ามีผู้ติดเชื้อทั่วโลก 6.2 ล้านรายอัตราเสียชีวิต 6% จำนวน New case ขึ้นเป็น 5.4 หมื่นกว่าราย
ปัจจัยในประเทศ
+ ผ่อนคลาย Lockdown ระยะที่ 3...เริ่ม 1 มิ.ย.63 โดยที่ทำได้เพิ่มคือห้างสรรพสินค้า มอลล์ ศูนย์ประชุม เปิดได้ถึง 3 ทุ่ม, ร้านเสริมสวยให้บริการไม่เกิน 2 ชม./รายได้ ห้ามนั่งรอในร้าน, สปา, นวด, สนามกีฬา& สระว่ายน้ำไม่ใช่เพื่อการแข่งขัน, โรงภาพยนตร์รอบละไม่เกิน 200 คน
+ พ.ร.ก.กู้เงิน 3 ฉบับ 1 ล้านล้านบาทโหวตผ่านสภาผู้แทนราษฎรแล้ว โดยให้อำนาจก.คลังกู้เงินแก้ปัญหา & เยียวยาผลกระทบโควิด
- ธปท.รายงานตัวเลขศก.ไทยเม.ย.63 หดตัวทุกด้าน ยกเว้นใช้จ่ายภาครัฐที่ช่วยพยุง ท่องเที่ยวต่างชาติหายหมด ส่งออก -3.3%YoY การบริโภคและลงทุนเอกชนลดลง เงินเฟ้อติดลบ ว่างงานเพิ่มมาก
• แนวโน้มศก.ไทยเดือนพ.ค.63 ดีขึ้น MoM แต่จะยังหดตัวมาก YoYเพราะเพิ่งเริ่มผ่อนคลาย Lockdown โดยรวมศก.ปีนี้น่าจะ -5% ถึง -6%
+ เลือกลงทุนในกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก New Normal ซึ่งได้แก่ ไอซีที& ดิจิตอล, โลจิสติกส์, สื่อ&บันเทิงออนไลน์, บ้านแนวราบ & โฮมออฟฟิศ, การแพทย์, พลังงานทดแทน, อาหาร & ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
+ ตลาดหุ้นได้อานิสงค์ทางบวกจากภาวะดอกเบี้ยต่ำ & ความกังวลหุ้นกู้ Default โดยดอกเบี้ยนโยบายของไทยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่0.5% และคาดว่าจะต่ำไปอีกนาน...หุ้นเด่นเป็นกลุ่มปันผลสูง & REIT
+ Bank & Property ที่ Valuation ต่ำ และปันผลสูง น่าสนใจสะสมเพื่อลงทุน ซึ่งในหุ้น Bank ที่เด่นเป็น BBL, KTB, SCB, KKP, TISCO และProperty เป็น AP, LH, QH, SPALI, LALIN, SC, SENA, ROJNA
กลยุทธ์การลงทุน 
สรุปภาพรวม : ตลาดมีทั้งปัจจัยหนุนและความกังวล โดยปัจจัยหนุนสำคัญ คือ การผ่อนคลาย Lockdown, ดอกเบี้ยต่ำสุดเป็นประวัติการณ์และความกังวลเรื่องผิดนัดชำระหนี้ในตลาดหุ้นกู้ ทำให้เม็ดเงินไหลเข้ามาลงทุนในหุ้นที่ธุรกิจมั่นคงและจ่ายปันผลดี ซึ่งรวมถึงกลุ่ม REIT รวมทั้งข่าวความคืบหน้าในการทดลองวัคซีนโควิด-19 แต่ขณะเดียวกันก็กังวลกับความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีน, เหตุการณ์ประท้วงรุนแรงในสหรัฐปกป้องชายผิวสี, ภาวะศก.ที่ย่ำแย่ช่วง 2Q63, จน.ผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มหลังผ่อนคลายLockdown, และ Valuation หุ้นไทยอยู่ในโซนแพง (P/E ปีนี้ 19 เท่ากว่าแล้ว) สำหรับการซื้อสุทธิของต่างชาติ 5.5 พันลบ.วันศุกร์ คาดว่าเนื่องจากเป็นวัน Effective ของ MSCI รอบสิ้นพ.ค.63
สรุป : ปัจจัยบวกทำให้ตลาดขยับขึ้นได้ แต่ Valuation ที่ดูแพงและความกังวลเหตุการณ์ภายนอก & เศรษฐกิจภายใน ทำให้ต้องจับจังหวะการลงทุนมากขึ้น เพราะ SET อาจพักตัวถ้ามีข่าวลบแรง
กลยุทธ์การลงทุน : สำหรับการเล่นรอบ – ซื้อเก็งกำไรเมื่อราคาหุ้นอยู่เหนือ 1320 โดยมีแนวต้าน 1350-1360, 1380+/- การอ่อนตัวต่ำกว่า1320 มีแนวรับ 1300-1280, 1250 ส่วนการลงทุนยาว – ทยอยซื้อสะสมแบบถอยรับเป็น Step (SET Index วันศุกร์ปิด 1342.85, +3.0%WoW,+19.3%QTD)
หุ้น Top Picks รายสัปดาห์
หุ้นพื้นฐานแนะนำ สัปดาห์นี้เน้นไปที่หุ้นปันผล ประกอบด้วย
# ADVANC : ใน 2Q63 มีรายได้จากกสทช.(โครงการใช้เน็ตฟรี 10GB) มาช่วยราว 870 ล้านบาท ยังเดินหน้าลงทุน 3.5-4.0 หมื่นล้านบาทในปีนี้เพื่อขยายและพัฒนา 4G & 5G ฐานะการเงินดี จ่ายปันผลสม่ำเสมอ คาดDY 3.4% ปีนี้ ให้ราคาเป้าหมาย 211 บาท
# AP : ปรับแผนกลยุทธ์ธุรกิจมาเน้นบ้านแนวราบ สอดคล้องกับ NewNormal ธุรกิจมีกำไร ราคาปัจจุบัน P/E ปี 63F ต่ำเพียง 6.2 เท่า, P/BV0.6 เท่า ฐานะการเงินดี คาด DY ปีนี้ 6% ราคาเป้าหมาย 6.3 บาท
# OSP : รายได้&มาร์จิ้น 1Q63 เพิ่มดี คาดกำไร 2Q63F โต YoY จากออกสินค้า&บริการใหม่ และลดต้นทุน ใน 2H63 กำลังการผลิตเพิ่ม ระยะยาวตลาดเวียดนามและเมียนมาหนุนการเติบโต ราคาเป้าหมาย 48 บาท
# PTT : การผ่อนคลาย Lockdown ทำให้ความต้องการใช้พลังงานฟื้นตัวคาดกำไร 2Q63 และ 2H63 ดีขึ้น QoQ และ HoH จากขาดทุนสต็อกโรงกลั่น&ปิโตรฯน้อยลง ธุรกิจน้ำมันค้าปลีกดีขึ้น ราคาเป้าหมาย 37 บาท
***หุ้น Weekly Picks สัปดาห์ก่อน คือ BEM, OSP, TWPC ให้ Return+3.5%WoW ดีกว่า SET ที่ +3.0%WoW ส่วนผลตอบแทนสะสมหุ้นแนะนำเราอยู่ที่ +21.2% YTD ซึ่ง Outperform SET อยู่ 29.8%***
นักวิเคราะห์ : อาภาภรณ์ แสวงพรรค – arparporns@th.dbs.com

******************************************

 

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!