หมวดหมู่: บทวิเคราะห์

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส : บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นรายวัน 27-5-2020dbs

ดาวโจนส์พุ่งแรงรับข่าววัคซีน คลายล็อกดาวน์-ศก.ฟื้น

  • หุ้นที่เปลี่ยนคำแนะนำทางปัจจัยพื้นฐานวันนี้ : HANA (จาก Fully Valued เป็นถือ)

ภาวะตลาดและปัจจัยก่อนหน้า : SET วานนี้ปรับตัวขึ้นต่อ มีความคืบหน้าเรื่องวัคซีน จีน-ญี่ปุ่นกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม ปิด+15.11 จุด ที่ 1336.09 จุดมูลค่าซื้อขายสูง 74 พันลบ.ตลาดแกว่งขึ้นเหมือนภูมิภาค นักลงทุนคาดหวังการคลายล็อคดาวน์จากทั่วโลกจะทำให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้น ไทยติดตามการกระตุ้นเพิ่มเติมจากภาครัฐ ขณะที่ปัจจัยลบสงครามการค้าจีน-สหรัฐยังมีอยู่ ซื้อสุทธิมาก-สถาบัน ขายสุทธิมาก-รายย่อย ต้นปีถึงปัจจุบันต่างชาติขายสูงเป็น 196.8 พันลบ.

# ปัจจัยและกลยุทธ์:

SET มีโมนตัมไปต่อได้ จากปัจจัยต่างประเทศ แต่มีแรงขายสกัด ปัจจัยบวกมีมากคือ ความคืบหน้าวัคซีนทั้งจากฟาก Novavax และMerck หลายประเทศคลายล็อกดาวน์ ล่าสุดเป็นอังกฤษและเยอรมัน ตัวเลขสหรัฐออกมาดีทั้งยอดขายบ้านใหม่และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ดาวโจนส์ทะยาน+530 จุด ราคาน้ำมันวานนี้ปรับขึ้นดี ดัชนีความกังวลต่ำเป็น 28 จุด เช้านี้ตลาดหุ้นเพื่อนบ้านส่วนใหญ่บวกแต่ไม่มาก เช่นเดียวกับดาวโจนส์ฟิวเจอร์ส ด้านปัจจัยลบคือ สงครามการค้าจีน-สหรัฐ, ขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉินอีก 1 เดือน และจะมีอภิปรายพ.ร.ก.เงินกู้ 1.9 ล้านล้านบาท 27-31 พ.ค. ส่วนน้ำมันล่วงหน้าเช้านี้ปรับลง กลยุทธ์ระยะสั้น เข้าไว-ออกไว เล่นรอบ คาดดัชนีซื้อ-ขายในกรอบ 1310-1350 จุด สัปดาห์นี้ซื้อขายดักหน้า MSCI มีผล 29 พ.ค.63 และ FTSE เพิ่งประกาศด้านกลยุทธ์ระยะกลาง-ยาว คือ เศรษฐกิจโลกและไทยไม่สดใส IMF คาดว่าปีนี GDP โลก -3% และไทย -6% หนักกว่าวิกฤติการเงินปี 51 จึงแนะนำทยอยถอยรับหลักทรัพย์พื้นฐานดีที่แนะนำซื้อ Defensive- ADVANC,CHG ปันผลสูง-KKP,TISCO,LH เติบโต-ฟื้นตัว- MTC,DELTA,TASCO กลุ่มพาณิชย์เด่นจากนโยบายรัฐแจก 5 พันบาท- CPALL,HMPRO ราคาเนื้อสัตว์ดี- CPF ขนส่ง- หุ้นปรับลงมากไป กลับมาฟื้นตัวเร็ว BEM,BTS

ส่วนโรงแรม มีการเก็งกำไรเรื่องจะให้ภาครัฐช่วยเยียวยา ด้วยการออกค่าตั๋วหรือลดค่าที่พักโรงแรมลงถึง 50% ในการท่องเที่ยวในประเทศซึ่งยังมีความไม่แน่นอน จึงเป็นความเสี่ยง ล่าสุดนายกฯจะให้เปิดตลาดการบินต่างประเทศ อาจมีเก็งกำไรหุ้นสายการบินอีก ติดตามมาตรการคลายล็อคดาวน์ระยะที่3 และการจัดการเรื่องเคอร์ฟิวส์อาจขยับเที่ยงคืน-ตี 4 และไม่ห้ามการชุมนุม สำหรับ MSCI หุ้นที่ถูกนำเข้าคำนวณ ได้แก่ AWC, BAM, KTC รวมทั้งหุ้นที่เข้า FTSE ได้แก่ BAM, BKER, RBF, SHR และ SFLEX แนวรับคือ 1250-1230 จุด และ แนวต้าน 1340-1350 จุด ส่วนตัดขาดทุนต่ำกว่า 1310 จุด

# Stock Pick Today :

SENA ปีนี้กำไรเด่นจาก JV โอนมาก ปันผลสูง แนะนำ ซื้อ ราคาพื้นฐาน 3.35 บาท ด้วย P/E ปี 63 ที่ 5 เท่า ราคาหุ้นขณะนี้ถูกมาก P/Eและ P/BV ปี 63 เป็นเพียง 3.9 และ 0.55 เท่าตามลำดับ คาดการณ์ผลตอบแทนปันผลปีนี้และปี 64 เป็น 10.3%/10.3% ตามลำดับ ส่วนอัตราการเติบโตกำไรปีนี้และปี 64 คาดว่าเป็น +7%/+0% ตามลำดับ ข้อดีคือรายได้บริหารโครงการเพิ่มต่อเนื่องเพราะมีโครงการร่วมทุน (JV) กับพันธมิตรญี่ปุ่นคือ ฮันคิวเพิ่มขึ้นตลอด และปีนี้มีบริษัทร่วมทุนเริ่มโอนได้หลายโครงการ ตามกำหนดการที่จะโอนต่อเนื่องคือ Niche Pride เตาปูน และ Niche Mono เจริญนคร

การวิเคราะห์ทางเทคนิค: สั้น...ภาพเป็นบวก อาจมีรีบาวด์สั้นๆก่อนได้ แต่ยังให้น้ำหนักกับการลงในระยะกลาง ระยะสั้น สัญญาณ Candlestick &Indicators เป็นบวก แบบที่พร้อมจะมีการลง(สร้างฐาน?)ตามมา {“ปิดบวกเหนือ“SMA10วันต่อ (แต่ติดแนวต้านสำคัญและมีโครงสร้างขาลง ระยะกลางกดดัน)} ชี้ความน่าจะเป็นของตลาดฯวันนี้แกว่งแบบให้น้ำหนักกับการลง แต่ค่าบวก” (มี“SMA10หนุน) จะช่วยให้มีรีบาวด์ฯสั้นๆก่อน(แล้วจึงลงต่ำ,ตามมา)ได้แนวต้าน 13401350 (หรือ 1360) จุด {แนวตัดขาดทุน ต่ำกว่า 1310” (แนวรับย่อย 1250 / 1230, 1200”) จุด}

Thailand Research Team : reseach-th.dbs.com

Inside Story

Key Drivers TODAY : ปัจจัยต่างประเทศ / ปัจจัยในประเทศ

Company Guide : HANA (ถือ -ราคาพื้นฐาน 28.25)

Flash Note : BKER (ซื้อ -ราคาพื้นฐาน 8.00)

หลักทรัพย์กลุ่มที่อยู่อาศัย

In The News : ข่าวเด่นวันนี้

Key Drivers TODAY

ปัจจัยต่างประเทศ

+ วัคซีนแก้โควิด-19 : โนวาแวกซ์ (Novavax) และ Merck มีความคืบหน้าการผลิตวัคซีน

# โนวาแวกซ์ (Novavax) ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาวัคซีนรายใหญ่ของสหรัฐ แถลงว่า ทางบริษัทได้เริ่มทำการทดลองทางคลินิกเฟสแรกในการใช้วัคซีน NVX-CoV2373 เพื่อต้านไวรัสโควิด-19 โดยคาดว่าจะสามารถทราบผลเบื้องต้นเกี่ยวกับความปลอดภัย และความสามารถในการกระตุ้นให้เกิดการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน (immunogenicity) จากการทดลองดังกล่าวในเดือนก.ค.นี้

# ทางด้าน Merck ซึ่งเป็นบริษัทยาของสหรัฐ แถลงว่า ทางบริษัทจะร่วมมือกับ IAVI ซึ่งเป็นองค์กรวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ที่ไม่แสวงหาผลกำไร ในการพัฒนาวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 โดยจะใช้เทคโนโลยี rVSV ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับการผลิตวัคซีนด้านไวรัส Ebola Zaire

+ คลายล็อกดาวน์ : เกิดความหวังที่ว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกจะฟื้นตัวขึ้น

# ตลาดยังได้ปัจจัยบวกจากความหวังที่ว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลกจะฟื้นตัวขึ้น หลังจากหลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ โดยล่าสุดรัฐบาลอังกฤษจะอนุญาตให้มีการเปิดห้างสรรพสินค้าและธุรกิจบางส่วนในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ตามมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์เฟสที่สอง ขณะที่หนังสือพิมพ์ Bild ของเยอรมนีรายงานว่า รัฐบาลเยอรมนีมีแผนที่จะผ่อนคลายมาตรการเว้นระยะทางสังคมให้เร็วขึ้น 1 สัปดาห์ จากเดิมที่จะมีผลบังคับใช้ไปจนถึงวันที่ 5 ก.ค. มาเป็นวันที่ 29มิ.ย. และตั้งเป้าจะยกเลิกคำเตือนการเดินทางไปยัง 31 ประเทศในยุโรปในช่วงกลางเดือนมิ.ย.นี้

+ สหรัฐ : ตัวเลขเศรษฐกิจออกมาดีคือ ยอดขายบ้านใหม่และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

# กระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานว่า ยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้นเกือบ 1% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายเดือน และสวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดการณ์ว่ายอดขายจะดิ่งลง 22%

# ขณะที่ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวสู่ระดับ 86.6 ในเดือนพ.ค. จากระดับ 85.7 ในเดือนเม.ย. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 82.3นอกจากนี้ ผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐพุ่งขึ้น 4.4% ในเดือนมี.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.2% ในเดือนก.พ.

+ ตลาดหุ้นสหรัฐ: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 529.95 จุด ขานรับวัคซีนต้านโควิดคืบหน้า,คลายล็อกดาวน์

# ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 500 จุดเมื่อคืนนี้ (26 พ.ค.) ขานรับความคืบหน้าในการผลิตวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 รวมทั้งสัญญาณที่บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก หลังจากรัฐบาลของประเทศต่างๆเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อเปิดทางให้ภาคธุรกิจเริ่มกลับมาดำเนินการได้อีกครั้ง โดยปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มสายการบินและกลุ่มอุตสาหกรรมดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

+ น้ำมัน: WTI ปิดบวก $1.10 รับความหวังดีมานด์ฟื้นตัวหลังคลายล็อกดาวน์

# สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (26 พ.ค.) โดยได้ปัจจัยหนุนจากความเชื่อมั่นที่ว่ากลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันจะปฏิบัติตามข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต นอกจากนี้ นักลงทุนยังคาดหวังว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันจะฟื้นตัวขึ้น หลังจากหลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

  • ทองคำ: ปิดร่วง $29.9 นลท.ขายสินทรัพย์ปลอดภัยหลังตลาดหุ้นพุ่ง

# สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเกือบ 30 ดอลลาร์เมื่อคืนนี้ (26 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นทั่วโลกพุ่งขึ้นขานรับความหวังเกี่ยวกับวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 และจากการที่หลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์

  • ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐทยอยประกาศสัปดาห์นี้

# ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่นๆของสหรัฐที่มีกำหนดเปิดเผยในสัปดาห์นี้ได้แก่ รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ หรือ BeigeBook จากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนเดือนเม.ย.,ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2563 (ประมาณการครั้งที่ 2), ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (pending home sales) เดือนเม.ย., ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือนเม.ย., ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ค.จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน

ปัจจัยในประเทศและข่าวหลักทรัพย์

- ครม. มีมติเห็นชอบการขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.ก.ไปอีก 1 เดือน

# ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินออกไปอีก 1 เดือน ถึงวันที่ 30 มิ.ย.63 ตามการเสนอของ ศบค.โดยนายกรัฐมนตรียืนยันว่าเป็นการพิจารณาโดยยึดความปลอดภัยด้านสาธารณสุขเป็นหลัก มิใช่เพื่อประเด็นทางการเมืองแต่อย่างใด

- ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะอภิปรายในพ.ร.ก. กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท 27-31 พ.ค.นี้

# ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะอภิปรายในพ.ร.ก. กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาท ที่จะมีการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรระหว่างวันที่ 27-31 พ.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าการใช้เงินตาม พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทในแต่ละโครงการจะมีการกำหนดแผนงานอย่างชัดเจน มีคณะกรรมการกลั่นกรอง เข้าสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมตรวจสอบ และย้ำว่ารัฐบาลจะใช้เงินกู้อย่างคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมมากที่สุด

+/- ศบค.เผยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 3 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ส่วนทั่วโลกติดเชื้อโควิด-19 ทะลุ 5,600,000ราย

# ศบค.เผยพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ 3 ราย เป็นผู้เดินทางกลับจากตปท. ไม่มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม

# Worldometer ซึ่งเป็นเว็บไซต์รายงานข้อมูลล่าสุดที่มีการรวบรวมจากหน่วยงานด้านสาธารณสุขทั่วโลก ระบุว่า ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกขณะนี้อยู่ที่ 5,607,791 ราย และยอดผู้เสียชีวิตอยู่ที่ 348,261 ราย

+ FTSE ประกาศหุ้นเข้า-ออก ดัชนีรอบเดือน มิ.ย.2563 โดยหุ้นไทยที่ได้เข้า/ออกไปคำนวณในดัชนี มีดังนี้

# หุ้นที่เข้าคำนวณในดัชนี FTSE Small Cap คือ BAM

# หุ้นที่เข้าคำนวณในดัชนี FTSE Micro Cap คือ BKER, RBF, SHR, SFLEX

# ทั้งนี้การปรับน้ำหนักจะมีผลราคาปิดวันที่ 19 มิ.ย.2563

+/- MSCI : มีผลปลายสัปดาห์นี้ 29 พ.ค.63 แนะเก็งกำไรก่อนกองทุนต่างประเทศจะเริ่มปฏิบัติการ

# (-) ไทยถูกปรับลดน้ำหนักลงสู่ 2.36% จาก 2.39%

# (+) สำหรับ MSCI Thailand Index หุ้นที่ถูกนำเข้าคำนวณ ได้แก่ AWC, BAM, KTC

# (-) ขณะที่หุ้นที่หลุดจากการคำนวณ คือ BANPU

# (+) หุ้นที่ถูกเพิ่มน้ำหนัก ได้แก่ BTS, MTC, RATCH

# (-) ส่วนหุ้นที่ถูกปรับลดน้ำหนัก คือ GULF, CPALL, PTT, EA, SCC

# (-) สำหรับ MSCI Global Small Cap Index หุ้นที่หลุดจากการคำนวณ ได้แก่ ANAN, BEAUTY, BEC, ERW, GGC,ITD, LPN, PLAT, PSL, GLOBAL, SVI, TTA, U, UNIQ, UV, WORK

# (+) แต่ BANPU กลับมาถูกเข้ามาคำนวณใน MSCI Global Small Cap Index แทน

นักวิเคราะห์&กลยุทธ์ : สมบัติ เอกวรรณพัฒนา : sombata@th.dbs.com

******************************************

 

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!