หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

FITCH12 33ฟิทช์ ปรับลดอันดับเครดิต บมจ. ไออาร์พีซี เป็น ‘A-(tha)’ แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ

ฟิทช์ เรทติ้งส์-กรุงเทพฯ -  2 เมษายน 2563 - บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศปรับลดอันดับเครดิตภายในประเทศ (National Rating) ระยะยาว และอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิ ของบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เป็น ‘A-(tha)’ จาก 'A(tha)' แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ ในขณะเดียวกัน ฟิทช์ปรับลดอันดับเครดิตภายในประเทศระยะสั้นเป็น ‘F2(tha)’ จาก 'F1(tha)'

  การปรับลดอันดับเครดิตสะท้อนถึงการที่ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินที่ใช้ในการพิจารณาอันดับเครดิต (Credit Metrics) ของ IRPC จะยังคงอ่อนแออยู่เนื่องจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ลดลง ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน (FFO Net Leverage) ของ IRPC จะยังคงอยู่ในระดับสูงกว่า 4.5 เท่าในช่วง 3 ปีข้างหน้า เนื่องจากผลประกอบการในปี 2563 จะถูกกระทบอย่างมากจาก อุปสงค์ และ ค่าการกลั่นและส่วนต่างของราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่อ่อนแอ เนื่องจากสถานะการณ์โคโรนาไวรัส แต่ค่อยๆปรับตัวดีขึ้นในปี 2564-2565

แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ สะท้อนถึงการคาดการณ์ของฟิทช์ว่า ณ อันดับเครดิตปัจจุบัน (ที่เพิ่งถูกปรับลดลงมา) IRPC จะมีความสามารถในการรองรับการฟื้นตัวของค่าการกลั่นและส่วนต่างของราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่อาจจะช้ากว่าที่คาดได้

ปัจจัยที่มีผลต่ออันดับเครดิต

อัตราส่วนหนี้สินที่สูง:  ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนหนี้สินของ IRPC จะยังคงอยู่ในระดับสูในปี 2563-2565  โดยอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียนของ IRPC เพิ่มขึ้นอย่างมากไปอยู่ที่ 8.7 เท่าในปี 2562 จาก 3.0 เท่าในปี 2561 เนื่องจากค่าการกลั่นน้ำมันและส่วนต่างของราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่อ่อนแอ โดยบริษัทฯ มีกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ลดลงร้อยละ 68 และกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียน  (FFO) ลดลงร้อยละ 73      

ฟิทช์ คาดว่า อัตราส่วนหนี้สินของ IRPC จะยังคงเพิ่มในปี 2563 ก่อนที่จะค่อยๆ ลดลงไปต่ำกว่า 5 เท่าในปี 2565   ความต้องการที่ลดลงจากผลกระทบของโคโรนาไวรัสจะยังคงกดดันค่าการกลั่นในระยะสั้น ถึงแม้ว่าค่าการกลั่นน่าจะปรับตัวดีขึ้นในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ส่วนต่างของราคาผลิตภัณฑ์กับวัตถุดิบของผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีจะถูกกดดันจากการขยายกำลังการผลิตใหม่ขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี

ชะลอการลงทุนในโครงการผลิตพาราไซลีน:  IRPC ได้เลื่อนการตัดสินใจลงทุนในโครงการผลิตพาราไซลีน (PX) ไปเป็นปี 2564 จากปีนี้ โดยกล่าวจะมีการทบทวนการลงทุนและการถือหุ้นในโครงการอีกครั้ง ดังนั้นฟิทช์จึงยังไม่ได้พิจารณารวมค่าใช้จ่ายในการลงทุนของโครงการนี้ในประมาณการณ์ของฟิทช์ โครงการนี้มีมูลค่าเงินลงทุนประมาณการเบื้องต้นที่ประมาณ 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ  อย่างไรก็ตามหาก IRPC ตัดสินใจลงทุนในโครงการนี้โดยใช้การกู้ยืมเงิน อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงานก่อนการเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ จะสูงกว่าที่ฟิทช์ประมาณการไว้มาก

ฟิทช์ คาดว่า ค่าใช้จ่ายในการลงทุนของบริษัทฯ ในปี 2563-2565 จะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ที่ประมาณปีละ 6 พันล้านบาท ซึ่งไม่รวมโครงการผลิตพาราไซลีน  โดยเงินลงทุนส่วนใหญ่จะใช้สำหรับโครงการปรับปรุงการผลิตเพื่อที่จะรองรับมาตรฐานน้ำมัน EURO 5 โครงการ Floating Solar การขยายธุรกิจและค่าใช้จ่ายเพื่อการบำรุงรักษา

การขยายเทอมการชำระเงินยาวขึ้น: IRPC จะขยายเทอมการค้าในการซื้อน้ำมันดิบกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท. (มีอันดับเครดิตที่ AAA(tha) แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทฯ ให้ยาวขึ้นในปี 2563 เพื่อบริหารอัตราส่วนหนี้สินในช่วงที่กระแสเงินสดจากการดำเนินงานอ่อนแอ โดยเทอมการค้าในการซื้อน้ำมันดิบกับ ปตท. จะเพิ่มเป็น 90 วัน จาก 60 วัน ซึ่งจะทำให้การใช้เงินทุนหมุนเวียนและหนี้สินที่ใช้สำหรับเงินทุนหมุนเวียนลดลง ก่อนหน้านี้ IRPC เคยขยายเทอมการค้าในการซื้อน้ำมันดิบกับ ปตท. เป็น 90 วันมาแล้วในปี 2558 ในช่วงที่บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินที่สูงและมีการลงทุนมาก  ฟิทช์คาดว่า การขยายเทอมการค้าเป็น 90 วันจะต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี 2565 เป็นอย่างน้อย โดยปกติทั้งสองบริษัทจะทำการทบทวนข้อตกลงต่างๆ สำหรับเทอมการค้านี้เป็นรายปี และสามารถต่ออายุได้โดยตกลงร่วมกัน

สถานะทางธุรกิจที่ดีขึ้น: ฟิทช์คาดว่าอัตราส่วนกำไรของ IRPC จะเพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า จากการผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น การเริ่มดำเนินการของโครงการ polypropylene expansion (PPE) และ polypropylene inline compound (PPC) น่าจะช่วยเพิ่มอัตราส่วนกำไรของบริษัทฯ เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีส่วนต่างกำไรที่สูงกว่าโพรพิลีนเกรดสินค้าโภคภัณฑ์  

นอกจากนี้ IRPC ได้เข้าทำสัญญาร่วมทุนกับบริษัทปิโตรเคมีของประเทศญี่ปุ่น เพื่อผลิต polypropylene compound สำหรับธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งจะช่วยขยายฐานลูกค้าให้กับ IRPC  รวมทั้งฟิทช์คาดว่าโครงการปรับปรุงการผลิตและขยายกำลังการผลิตเหล่านี้ จะช่วยทำให้กำไรของบริษัทดีขึ้น หลังจากโครงการเหล่านี้เริ่มดำเนินการในปี 2565

โรงกลั่นน้ำมันแบบครบวงจร: IRPC มีความได้เปรียบในการแข่งขันในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจโรงกลั่นน้ำมันและธุรกิจผลิตปิโตรเคมีแบบครบวงจรที่มีความชำนาญและมีประวัติอันยาวนานในประเทศไทย นอกจากนี้การลงทุนในช่วงที่ผ่านมาและแผนการลงทุนในอนาคตของ IRPC ยังนำไปสู่การผลิตปิโตรเคมีที่มากขึ้น ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีแบบครบวงจรจากต้นน้ำไปยังปลายน้ำมีข้อได้เปรียบด้านค่าใช้จ่าย ความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และความผันผวนของรายได้ที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับผู้ผลิตที่ไม่ได้ผลิตแบบครบวงจร

ความผันผวนของธุรกิจ: อันดับเครดิตของ IRPC ยังพิจารณารวมถึงปัจจัยเสี่ยงจากการที่บริษัทฯ ต้องเผชิญกับความผันผวนที่สูงของวัฏจักรของธุรกิจ และความเสี่ยงจากการมีฐานการผลิตเพียงแห่งเดียว ความผันผวนของราคาน้ำมัน ค่าการกลั่น ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีกับต้นทุน  และความต้องการเงินทุนหมุนเวียนที่สูง อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อกำไร และกระแสเงินสดของบริษัทฯ

ความสัมพันธ์กับปตท.: อันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ IRPC ได้มีการพิจารณารวมถึงการปรับเพิ่มอันดับเครดิตขึ้นสองอันดับจากสถานะเครดิตโดยลำพังของบริษัท (Standalone Credit Profile) ของ IRPC ซึ่งอยู่ที่ ‘bbb(tha)’ ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระดับปานกลางระหว่างบริษัทฯ กับ ปตท. ฟิทช์เชื่อว่าความสัมพันธ์ด้านกลยุทธ์ของธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่น ซึ่ง IRPC เป็นหนึ่งในบริษัทหลักของธุรกิจนี้ ต่อบริษัทแม่ หรือ ปตท. มีมากขึ้นหลังจากที่มีการปรับโครงสร้างธุรกิจในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา โดยกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย ของธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่น คิดเป็นร้อยละ 28 ของกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายรวมของกลุ่ม ปตท

IRPC เป็นผู้ดำเนินธุรกิจปิโตรเคมีหลักของ ปตท. ที่มุ่งเน้นทางด้านผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นปลาย (Downstream Products) และใช้แนฟทาเป็นวัตถุดิบหลัก อีกทั้ง ปตท. มีแนวโน้มที่จะใช้บริษัทฯ เป็นหลักในการขยายธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลายประเภท Specialty นอกจากนี้  ความสำคัญยังเห็นได้จากการที่ ปตท. ได้ขยายเทอมการชำระเงินสำหรับการซื้อน้ำมันดิบให้กับ IRPC เพื่อช่วยรักษากระแสเงินสดและลดความต้องการใช้เงินกู้ในช่วงที่มีการลงทุนสูง 

การกำหนดอันดับเครดิตโดยสรุป

สถานะทางเครดิตโดยลำพังของ IRPC สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจที่ต่อเนื่องครบวงจรตั้งแต่การกลั่นน้ำมันไปจนถึงการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีขั้นปลาย อย่างไรก็ตามสถานะทางธุรกิจของ IRPC อยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับบริษัทในธุรกิจการกลั่นน้ำมันและปิโตรเคมีในประเทศไทยที่ฟิทช์จัดอันดับเครดิต ในขณะที่ IRPC มีอัตราส่วนหนี้สินที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่งดังกล่าว IRPC มีขนาดธุรกิจที่ใหญ่กว่าบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ESSO (ตั๋วแลกเงินอันดับเครดิตที่ F1(tha)) ในด้านกำลังการกลั่น รายได้ และกำไรจากการดำเนินงานก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย นอกจากนี้ IRPC ยังมีกำลังการผลิตปิโตรเคมีที่ใหญ่กว่าแต่ ESSO ประกอบธุรกิจสถานีบริการน้ำมัน  IRPC มีอัตราส่วนกำไรที่ดีกว่า แต่มีอัตราส่วนหนี้สินที่สูงกว่า

เมื่อเทียบกับบริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP (มีอันดับเครดิตที่ AA(tha) แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ โดยมีสถานะทางเครดิตโดยลำพังที่ a+(tha)) IRPC มีโรงกลั่นน้ำมันที่คอมเพล็กซ์น้อยกว่าและมีขนาดธุรกิจที่เล็กกว่า  นอกจากนี้ TOP ยังมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งกว่าในระยะยาว และมีอัตราส่วนกำไรที่สูงกว่า เนื่องจาก TOP สามารถดำเนินการกลั่นน้ำมันโดยใช้กำลังการผลิตที่เต็มที่มากกว่า

IRPC มีขนาดธุรกิจและธุรกิจปิโตรเคมีที่เล็กกว่าบริษัท พีทีทีโกลบอลเคมิคอล จำกัด (มหาชน) (มีอันดับเครดิตที่ AA+(tha) แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ โดยมีสถานะทางเครดิตโดยลำพังที่ aa- (tha)) มาก และยังมีอัตราส่วนหนี้สินที่สูงกว่า   

สมมติฐานที่สำคัญของฟิทช์ที่ใช้ในการประมาณการ:

-              ราคาน้ำมันดิบ (เบรนท์) ที่ราคา 35 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2563 , 45 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2564, และ 53 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในปี 2565 โดยมีการปรับปรุงด้วยส่วนต่างราคาน้ำมันตามการซื้อน้ำมันดิบของ IRPC

-              Gross integrated margins ลดลงในปี 2563 ซึ่งเป็นผลบางส่วนมาจากการขาดทุนมูลค่าสต๊อกน้ำมันจากการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันในไตรมาศที่ 1 ของปี 2563 แล้วค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในปี 2564-2565

-              จำนวนเงินลงทุนมูลค่าเฉลี่ย 6.2 พันล้านบาทต่อปีในช่วง 2563-2565

-              เทอมการชำระเงินสำหรับการซื้อน้ำมันดิบจากปตท. ขยายเป็น 90 วัน จาก 60 วัน

ปัจจัยที่อาจมีผลกับอันดับเครดิตในอนาคต

ปัจจัยบวก:

-              ความสามารถในการรักษาอัตราส่วน FFO-adjusted net leverage ต่ำกว่า 4.5 เท่าอย่างต่อเนื่อง

-              ความสัมพันธ์ในด้านการดำเนินงานและความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของบริษัทฯ ต่อ ปตท. ที่เพิ่มขึ้น

ปัจจัยลบ:

-              กระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ต่ำกว่าที่คาด  การเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนที่ใช้หนี้เป็นแหล่งเงินทุน  หรือการจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหุ้นในระดับสูง อันเป็นผลให้อัตราส่วน FFO-adjusted net leverage สูงกว่า 5.5 เท่าอย่างต่อเนื่อง

-              ความสัมพันธ์ในด้านการดำเนินงานและความสำคัญในเชิงกลยุทธ์ของบริษัทฯ ต่อ ปตท. ที่ลดลง

สภาพคล่อง

               สภาพคล่องที่จัดการได้: IRPC มีหนี้สินคงค้าง ณ สิ้นปี 2562 จำนวน 5.9 หมื่นล้านบาท โดยหนี้สินจำนวน 1.5 หมื่นล้านบาทจะครบกำหนดชำระคืนภายใน 12 เดือนซึ่งประกอบด้วย เงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระคืนภายในหนึ่งปีจำนวน 8.2 พันล้านบาท และ เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินจำนวน 6.9 พันล้านบาท สภาพคล่องของ IRPC ได้รับการสนับสนุนจากเงินสดที่มีอยู่จำนวน 3 พันล้านบาท วงเงินสินเชื่อหมุนเวียนจากสถาบันการเงินที่ยังไม่ได้เบิกใช้มูลค่า 5.1 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2562 วงเงินกู้ระยะสั้นที่สามารถเบิกกู้ได้จาก ปตท. จำนวนหนึ่งหมื่นล้านบาท รวมถึงเทอมการค้าสำหรับการชำระค่าวัตถุดิบที่สามารถขยายได้จาก ปตท.

Fitch Downgrades Thailand's IRPC to 'A-(tha)'; Outlook Stable

Fitch Ratings - Bangkok - 02 Apr 2020: Fitch Ratings (Thailand) has downgraded IRPC Public Company Limited's National Long-Term Rating and senior unsecured rating to 'A-(tha)' from 'A(tha)'. The Outlook is Stable. Fitch has also downgraded IRPC's National Short-Term Rating to 'F2(tha)' from 'F1(tha)'.

The downgrade reflects Fitch's expectations that IRPC's credit metrics will remain elevated due to weak margins, affecting operating cash flows. We expect IRPC's financial leverage - measured by FFO net leverage - to remain above 4.5x over the next three years with earnings in 2020 hurt by weak demand and margins due to the disruptions caused by the coronavirus. However, we think refining and petrochemical spreads will recover gradually in 2021-2022.

The Stable Outlook considers Fitch's expectation IRPC has adequate headroom in its financial profile at the current rating level.

KEY RATING DRIVERS

Weakened Credit Metrics: Fitch expects IRPC's credit metrics to remain weak in 2020-2022. IRPC's FFO net leverage increased substantially to 8.7x in 2019 (2018: 3.0) due mainly to weak refining margins and petrochemical product spreads. Its EBITDA and FFO declined by 68% and 73%, respectively. Fitch expects IRPC's financial leverage to weaken further in 2020, and gradually recover to below 5x by 2022. Waning demand due to the coronavirus outbreak will pressure refining margins in the near term, although we expect them to improve over the medium term. In addition, petrochemical spreads are likely to be pressured by large new capacity additions.

Delay in Project: IRPC has postponed a final investment decision on its paraxylene (PX) project to 2021 from this year. The company said it will reconsider its investment and ownership of the project. As a result, Fitch has not factored in this investment in our forecasts. The project cost was initially estimated at USD1.1 billion. However, if IRPC decides to undertake this project with debt financing, its FFO adjusted net leverage would increase materially from our current forecasts.

Fitch expects IRPC's capex to stabilise in 2020-2022 at about THB6 billion a year without the PX project. The current capex is mainly for upgrading its plants to meet EURO5 emission standards, a floating solar project, small expansion projects and maintenance.

Credit Terms to Increase Further: IRPC plans to increase credit terms on its crude purchases from its parent, PTT Public Company Limited (AAA(tha)/Stable), in 2020 to manage financial leverage during periods of weak operating cash flows. The company will increase the credit term to 90 from 60 days, resulting in lower working-capital needs and debt requirements. IRPC previously expanded the term to 90 days in 2015 when the company had high financial leverage and heavy investments. Fitch expects the extension to 90 days to continue at least to end-2022. The credit terms are generally reviewed annually and can be extended by mutual agreement, according to the company.

Improving Business Profile: Fitch expects IRPC's margin to improve over the medium term, supported by increased output of higher-value-added products. The start of its polypropylene expansion project and polypropylene inline compound project should boost its margin, as these products have wider spreads than commodity-grade polypropylene. IRPC announced a joint-venture agreement with a Japanese petrochemical company to produce polypropylene compounds for the automotive sector, which should help expand its end-user base. Fitch expects committed project upgrades to enhance profitability upon completion, scheduled for 2022.

Fully Integrated Refinery: IRPC has a competitive advantage as a fully integrated refining and petrochemical company with expertise and a long record in Thailand. Its recent and planned investments will pave the way for further integration into petrochemical products. Vertically integrated producers enjoy cost advantages, a broader product range and lower earnings volatility relative to non-integrated operators.

Highly Cyclical Business: IRPC's credit profile is restrained by the inherent cyclicality of its businesses and the concentration of its production facilities at one site. The volatility of oil prices, refining margins and petrochemical spreads, as well as high working-capital requirements, could affect significantly earnings and cash-flow generation.

Linkages with PTT: IRPC's National Long-Term Rating incorporates a two-notch uplift from its Standalone Credit Profile (SCP) of 'bbb(tha)' to take into account its moderate linkages with PTT. Fitch believes the petrochemical and refinery business, in which IRPC is a vital component, has increased in strategic importance to parent PTT after the business was reorganised over the past few years. The petrochemical and refinery business accounted for around 28% of group EBITDA in the past three years.

IRPC is PTT's key petrochemical producer, focusing on downstream and naphtha-based production. PTT regards IRPC as its downstream specialty petrochemical vehicle. Its importance was demonstrated by PTT's extension of credit terms for crude supply to IRPC to alleviate cash flow pressure during the subsidiary's period of high investment.

DERIVATION SUMMARY

IRPC's SCP reflects the integration of its refining and petrochemical operations. Its business profile is moderate relative to that of Thai downstream oil and gas peers, while its leverage is high. IRPC has a larger operating scale than Esso (Thailand) Public Company Limited (bills of exchange rated F1(tha)), in terms of refining capacity, revenue and EBITDA. IRPC has larger petrochemical operations but ESSO has an oil-retailing business. IRPC has better margins but slightly higher leverage.

IRPC's refinery is less complex and smaller than that of Thai Oil Public Company Limited (TOP, AA(tha)/Stable, SCP: a+(tha)), but IRPC has larger petrochemical operations. TOP has a stronger balance sheet over the long term and a better operating profit margin due to a higher utilisation rate at its plant.

IRPC has a much smaller operating scale and petrochemical operations than PTT Global Chemical Public Company Limited (PTTGC; AA+(tha)/Negative, SCP: aa-(tha)). It is also weaker than PTTGC in terms of leverage and operating profit margin.

KEY ASSUMPTIONS

Fitch's Key Assumptions Within Our Rating Case for the Issuer

- Benchmark Brent crude price at USD35/barrel in 2020, USD45/barrel in 2021 and USD53/barrel in 2022 with IRPC's crude procurement costs adjusted for applicable premiums

- Gross integrated margins to weaken in 2020 partly due to stock loss from a sharp oil price drop in 1Q20, and to improve gradually in 2021-2022

- Capex and investment of THB6.2 billion a year over 2020-2022

- Credit terms on crude purchases to increase to 90 days from 60 days

RATING SENSITIVITIES

Factors That Could, Individually or Collectively, Lead to Positive Rating Action/Upgrade:

- FFO adjusted net leverage sustained below 4.5x

- Evidence of stronger ties with PTT

Factors That Could, Individually or Collectively, Lead to Negative Rating Action/Downgrade:

- Weaker operating cash flow than Fitch's expectations, increasing debt-funded investments or high cash distributions to shareholders, resulting in FFO adjusted net leverage rising above 5.5x for a sustained period

- A weakening of linkage with PTT

BEST/WORST CASE RATING SCENARIO

Not applicable

LIQUIDITY AND DEBT STRUCTURE

               Manageable Liquidity: IRPC had outstanding debt of THB59.1 billion at end-2019, of which THB15.1 billion matures within 12 months - this consists of THB8.2 billion of the current portion of long-term debt and THB6.9 billion of short-term borrowings from financial institutions. Liquidity is supported by unrestricted cash of THB3.0 billion, available committed working-capital facilities of THB5.1 billion, an available credit facility from PTT of THB10 billion and the extension of the flexible credit terms from PTT.

REFERENCES FOR SUBSTANTIALLY MATERIAL SOURCE CITED AS KEY DRIVER OF RATING

The principal sources of information used in the analysis are described in the Applicable Criteria.

Additional information is available on www.fitchratings.com

FITCH RATINGS ANALYSTS

Lertchai Kochareonrattanakul

Senior Director

Primary Rating Analyst

+66 2 108 0158

Fitch Ratings (Thailand) Limited Park Ventures, Level 17 57 Wireless Road, Lumpini Bangkok 10330

Obboon Thirachit

Director

Secondary Rating Analyst

+66 2 108 0159

Muralidharan Ramakrishnan

Senior Director

Committee Chairperson

+65 6796 7236

APPLICABLE CRITERIA

******************************************

 

line logotwitterLike1 Share3Like1 Share1กด Like - Share  เพจ Corehoon-Power Time เพื่อติดตามเคล็ดลับ ข่าวสาร เทรนด์ และบทวิเคราะห์ดีๆ อัพเดตทุกวัน คัดสรรมาเพื่อท่านนักลงทุนโดยเฉพาะ

 Click Donate Support Web

SAM720x100px bgGC 790x90

SME720 x 100banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!