หมวดหมู่: กรมศุลกากร

01 CFABAFศลกากร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กรมศุลกากร

  ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองปลัดกระทรวงการคลัง พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กรมศุลกากร เพื่อมอบนโยบายการบริหารการจัดเก็บภาษี

    ดร.อุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล รองปลัดกระทรวงการคลัง พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้กรมศุลกากร เพื่อมอบนโยบายการบริหารการจัดเก็บภาษี โดยนายกฤษฎา จีนะวิจารณะ อธิบดีกรมศุลกากร พร้อมผู้บริหารระดับสูงให้การต้อนรับ และสรุปผลการปฏิบัติงานของกรมฯ ที่ผ่านมา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน 2562 เวลา 09.00 น. ณ ห้องประชุมภาสกรวงศ์ กรมศุลกากร

     อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ได้รายงานผลการจัดเก็บภาษีและผลการดำเนินงานที่ผ่านมาให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทราบ ในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา (ตุลาคม 2561 – สิงหาคม 2562) กรมศุลกากรสามารถจัดเก็บรายได้ 100,312 ล้านบาท สูงกว่าประมาณการ 7,731 ล้านบาท (ร้อยละ8.4)และสูงกว่าปีก่อนถึง 342 ล้านบาท (ร้อยละ 0.3)

      นอกจากนี้ กรมศุลกากรมุ่งเน้นปรับปรุงประสิทธิภาพการบริการของกรมศุลกากรและยกระดับคุณภาพการให้บริการประชาชน โดยใช้นวัตกรรม (Innovation) และเทคโนโลยีสมัยใหม่พัฒนาระบบกระบวนงานของกรมศุลกากร ทำให้ลดค่าใช้จ่ายของภาคเอกชนในการติดต่อธุรกรรมกับกรมศุลกากร อีกทั้งยังให้การบริการประชาชนมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยจัดทำแผนปฏิบัติการเร่งรัด (Quick Win) จำนวน 4 โครงการ ได้แก่ (1) TradeLens Platform with Blockchain Technology (2) ระบบ NSW e-Tracking on Mobile (3) Customs Chatbot : นายอากร และ (4) ระบบ e-Drawback รวมถึงกรมศุลกากรยังได้พัฒนาระบบ e-Bill Payment และได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตามนโยบายรัฐบาล Thailand 4.0 โดยพัฒนาระบบรับชำระเงินให้ได้มาตรฐานสากล เชื่อมโยงและบูรณาการฐานข้อมูลระหว่างหน่วยงานของรัฐเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ปัจจุบันผู้ประกอบการสามารถชำระค่าภาษีอากรผ่านช่องทางการให้บริการของธนาคารและตัวแทนรับชำระ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารออมสิน Big C และเคาน์เตอร์เซอร์วิส (7-11)

       อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบนโยบาย โดยเน้นย้ำให้กรมศุลกากรใช้ระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยสั่งการให้กรมศุลกากรจัดทำระบบ National Single Window (NSW) ให้สามารถเชื่อมโยงข้อมูลหน่วยงานภาครัฐ ภายในประเทศให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน ส่วนการเชื่อมโยงกับประเทศสมาชิกอาเซียนให้ครบทั้ง 10 ประเทศนั้นให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2562

     นอกจากนั้น ได้เร่งให้กรมศุลกากรดำเนินการระบบ e-customs ทั้งระบบการชำระอากรแบบออนไลน์ การใช้ระบบ e-Tracking Application เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการสามารถติดตามสถานะได้แบบเรียลไทม์ ส่วนในด้านการป้องกันและปราบปรามนั้น ได้กำชับให้กรมศุลกากรนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการติดตามและตรวจสอบอย่างเข้มงวดโดยเฉพาะสินค้าเกษตร น้ำมันปาล์ม น้ำมันเชื้อเพลิง และยาเสพติด พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้กรมศุลกากรเร่งประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ ถึงระบบที่ทางศุลกากรดำเนินการอยู่ เพื่อรองรับการใช้งานในยุคดิจิทัลให้ประชาชนและผู้ประกอบการได้เข้าใจและใช้งานมากยิ่งขึ้น

       ขณะที่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการ ให้มีการใช้เทคโนโลยีต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งเพื่อการอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน การดำเนินงานของกรมศุลกากร และการเชื่อมโยงข้อมูล Big Data ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

Click Donate Support Web

ais 790x90

GC 950x120

sme 720x90

banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

Social Icons

Powered by OrdaSoft!

 

 

ข่าวล่าสุด!!