หมวดหมู่: ตลาดหลักทรัพย์

TRIS7 14ทริสเรทติ้ง จัดอันดับเครดิตองค์กร 'บ.พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล'ที่ 'AAA'แนวโน้ม 'Stable'

     ทริสเรทติ้ง จัดอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ที่ระดับ 'AAA”' ด้วยแนวโน้มอันดับเครดิต 'Stable' หรือ 'คงที่' อันดับเครดิตดังกล่าวสะท้อนถึงสถานะของบริษัทที่เป็นตัวแทนการลงทุนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ. ซึ่งได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ระดับ'AAA'แนวโน้ม 'Stable' หรือ 'คงที่'โดยทริสเรทติ้ง) โดย กฟภ. ถือหุ้นในบริษัทในสัดส่วน 100% ซึ่งทำให้บริษัทมีสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจภายใต้กฎหมายของประเทศไทย นอกจากนี้ การประเมินอันดับเครดิตดังกล่าวยังได้พิจารณาถึงการบูรณาการในระดับสูงระหว่างบริษัทและ กฟภ. รวมถึงการสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก กฟภ. ทั้งในด้านการดำเนินงานและการเงินด้วย

 

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

เป็นบริษัทย่อยที่สำคัญของ กฟภ.

      สถานะเครดิตของบริษัทสะท้อนถึงสถานะเครดิตของ กฟภ. เนื่องจากทริสเรทติ้งมองว่าบริษัทเป็นบริษัทย่อยที่สำคัญของ กฟภ. โดยบริษัทได้รับการจัดตั้งตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2552 เพื่อวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนการลงทุนของ กฟภ. ในการนี้ บริษัทจะลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าและพลังงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการด้านการให้คำปรึกษารวมถึงการจัดอบรมแก่หน่วยงานราชการและเอกชนด้วย

     บริษัทมี กฟภ. เป็นผู้ถือหุ้นทั้งหมด 100% และเป็นบริษัทย่อยเพียงแห่งเดียวของ กฟภ. ในขณะที่ กฟภ. นั้นเป็นรัฐวิสาหกิจที่รับผิดชอบในการจัดส่งและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าในเขตพื้นที่ภูมิภาคครอบคลุม 74 จังหวัดทั่วประเทศ

     บริษัทมีหน้าที่เป็นบริษัทเพื่อการลงทุนของ กฟภ. ซึ่งรับผิดชอบการลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานตามกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของ กฟภ. โดย กฟภ. มีแผนการที่จะขยายขอบเขตธุรกิจเพื่อลดผลกระทบจากรายได้ที่ค่อย ๆ ลดลงในธุรกิจหลักซึ่งเกี่ยวข้องกับการซื้อและจำหน่ายกระแสไฟฟ้า รายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าของ กฟภ. มีแนวโน้มลดลงจากสาเหตุสำคัญ 2 ประการ ได้แก่ กระแสการผลิตไฟฟ้าขนาดเล็กแบบกระจายศูนย์ (Distributed Generation -DG) ที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้ไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าใช้เอง (Prosumer)

 

การบูรณาการในระดับสูง

     บริษัทมีการบูรณาการในระดับสูงกับ กฟภ. ทั้งนี้ นับตั้งแต่การจัดตั้งบริษัท กฟภ. ได้ส่งผู้บริหารระดับสูงรวมถึงพนักงานที่มีประสบการณ์สูงเข้ามาร่วมงานกับบริษัท นอกจากนี้ กฟภ. ยังเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการของบริษัทอีกด้วย

    กฟภ. มีส่วนร่วมโดยตรงในกระบวนการลงทุนของบริษัท โดยการลงทุนของบริษัทเกือบทั้งหมดจะต้องได้รับความเห็นชอบทั้งจากคณะกรรมการของบริษัทและจากคณะกรรมการของ กฟภ. สำหรับการลงทุนที่บริษัทเข้าไปมีส่วนร่วมมากกว่า 25% ในโครงการนั้นก็จะต้องได้รับการอนุมัติจากกระทรวงมหาดไทยและคณะรัฐมนตรีก่อนอีกด้วย

 

เน้นโครงการผลิตไฟฟ้า

     ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 บริษัทถือหุ้น 25% ในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 4 แห่ง โดยโรงไฟฟ้าทั้ง 4 แห่งนี้เปิดดำเนินงานแล้วและมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนที่บริษัทลงทุนรวมทั้งสิ้น 7.5 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าดังกล่าวสร้างผลตอบแทนในรูปเงินปันผลที่ค่อนข้างแน่นอนให้แก่บริษัทซึ่งมีมูลค่าประมาณ 40 ล้านบาทต่อปี

    นอกจากนี้ การลงทุนของบริษัทยังเป็นไปเพื่อการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลอีกด้วย โดยบริษัทถือหุ้น 40% ในโครงการโรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวลจำนวน 3 แห่งซึ่งตั้งอยู่ในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ บริษัทจะใช้เงินลงทุนในโครงการนี้ทั้งสิ้นประมาณ 200 ล้านบาทในระหว่างปี 2562-2564 และคาดว่าโครงการนี้จะเริ่มดำเนินงานเชิงพาณิชย์ได้ภายในปี 2565

     บริษัทยังมีส่วนร่วมในโครงการติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) และจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ลูกค้าอุตสาหกรรมอีกด้วย ในส่วนของโครงการติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคานั้นอยู่ภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าระหว่างเอกชน โดยบริษัทมีเป้าหมายจะติดตั้งให้ได้ 200 เมกะวัตต์ภายในปี 2566 จากปัจจุบันที่ประมาณ 12.5 เมกะวัตต์ ณ เดือนกรกฎาคม 2562 ในการนี้ บริษัทจะใช้เงินลงทุนประมาณ 37-40 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์โดยจะใช้เงินกู้ 75% และใช้ส่วนทุนอีก 25% สำหรับโครงการนี้

 

การสนับสนุนที่แข็งแกร่งจาก กฟภ.

      บริษัทได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก กฟภ. ทั้งในด้านการดำเนินงานและด้านการเงิน โดยประมาณ 70% ของพนักงานของบริษัทเป็นพนักงานของ กฟภ. ที่มาช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ กฟภ. ยังมีส่วนช่วยบริษัทในการศึกษาความเป็นไปได้ในการลงทุนในบางโครงการ อีกทั้งยังดำเนินการเพิ่มทุนให้แก่บริษัทเพื่อสนับสนุนแผนการลงทุนของบริษัทอีกด้วย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2561 บริษัทมีทุนจดทะเบียนชำระแล้วทั้งสิ้น 1.44 พันล้านบาท โดยทุนจดทะเบียนนี้ได้นำมาใช้สำหรับการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 4 แห่ง โครงการโรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล 3 แห่ง โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซชีวภาพ 1 แห่ง โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ 1 แห่ง และโครงการเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคาระยะแรก

    ทริสเรทติ้ง เชื่อว่า กฟภ. จะให้การสนับสนุนแก่บริษัทอย่างต่อเนื่องเนื่องจากบริษัทเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของแผนกลยุทธ์ระยะยาวของ กฟภ. นอกจากนี้ กฟภ. ยังจะว่าจ้างให้บริษัทดำเนินธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักของ กฟภ. ได้แก่ การเก็บค่าเช่าการใช้เสาไฟฟ้าของ กฟภ. ในการเดินสายโทรคมนาคมจากผู้ประกอบการโทรคมนาคม รวมถึงการจัดหาลูกจ้างชั่วคราวให้แก่ กฟภ. ด้วย โดยธุรกิจเหล่านี้จะช่วยให้บริษัทมีรายได้ประจำที่สม่ำเสมอ

 

สมมติฐานกรณีพื้นฐาน

•             กฟภ. จะว่าจ้างให้บริษัทเป็นผู้จัดเก็บค่าเช่าการใช้เสาไฟฟ้า รวมถึงจัดหาบุคลากร ซึ่งคาดว่าจะทำให้บริษัทมีรายได้ประมาณ 2.50-3.00 พันล้านบาทต่อปีตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นไป

•             ในช่วงระหว่างปี 2562-2564 บริษัทจะลงทุนประมาณ 800 ล้านบาทถึง 1.00 พันล้านบาทต่อปีในโครงการเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา โครงการโรงไฟฟ้าประชารัฐชีวมวล โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ และโรงงานผลิตแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน

•             บริษัทจะได้รับเงินปันผลจากการลงทุนประมาณ 40-50 ล้านบาทต่อปีในช่วงระหว่างปี 2562-2564

 

แนวโน้มอันดับเครดิต

     แนวโน้มอันดับเครดิต 'Stable' หรือ 'คงที่' สะท้อนถึงความคาดหวังของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะยังคงเป็นบริษัทย่อยที่สำคัญของ กฟภ. และจะยังคงมีบทบาทที่สำคัญในการเป็นบริษัทที่ทำหน้าที่ลงทุนของ กฟภ. รวมถึงจะยังคงเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจของ กฟภ. ต่อไปอีกด้วย

 

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

       ปัจจัยที่มีผลในเชิงลบต่ออันดับเครดิตของบริษัท ได้แก่ สถานะเครดิตของ กฟภ. ที่เสื่อมถอยลง ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทและ กฟภ. ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ หรือการสนับสนุนจาก กฟภ. ที่ลดลงอย่างมีสาระสำคัญ เป็นต้น

 

เกณฑ์การจัดอันดับเครดิตที่เกี่ยวข้อง

- วิธีการจัดอันดับเครดิตธุรกิจทั่วไป, 26 กรกฎาคม 2562

- อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญและการปรับปรุงตัวเลขทางการเงิน, 5 กันยายน 2561

- Rating Methodology for Government-Related Entities, 6 มิถุนายน 2560

- Group Rating Methodology, 10 กรกฎาคม 2558

บริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (PEA-Encom)

อันดับเครดิตองค์กร:             AAA

แนวโน้มอันดับเครดิต:           Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com

        ติดต่อ santaya@trisrating.com โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

        บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2562 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง

       ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้ ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

Click Donate Support Web

ais 790x90

GC 950x120

sme 720x90

banpu 720x90 new1 1

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!