หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

TRIS7 7ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กร ‘บ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค’ที่ ‘BB+’หุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุน ที่ ‘B+’ ด้วยแนวโน้ม’Stable’

     ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ “BB+” และคงอันดับเครดิตหุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุน ไม่มีประกัน ไถ่ถอนเมื่อเลิกบริษัท (Hybrid Debentures) ที่ระดับ ‘B+’ ทั้งนี้ หุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุนมีอันดับเครดิตต่ำกว่าอันดับเครดิตองค์กรของบริษัทอยู่ 3 ระดับซึ่งสะท้อนถึงสถานะด้อยสิทธิ 2 ขั้นและการเลื่อนการชำระดอกเบี้ยตามดุลยพินิจของผู้ออกตราสาร 1 ขั้น ทั้งนี้ สถานะด้อยสิทธิที่ระดับ 2 ขั้นดังกล่าวสะท้อนถึงโอกาสที่มีน้อยลงในการได้รับคืนเงินต้นของหุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุนซึ่งออกโดยผู้ออกตราสารที่มีอันดับเครดิตต่ำกว่าระดับที่ลงทุนได้ (Non-Investment Grade)

       อันดับเครดิตสะท้อนถึงแบรนด์สินค้าที่เป็นที่ยอมรับในตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงบน รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น และสถานะทางการเงินของบริษัทที่อ่อนแอจากการขยายธุรกิจเชิงรุกในธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยและธุรกิจโรงแรม รวมถึงความสามารถในการทำกำไรที่ต่ำ นอกจากนี้ อันดับเครดิตยังสะท้อนถึงความผันผวนและการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย และความกังวลเกี่ยวกับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงทั่วประเทศซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะในตลาดสินค้าราคาปานกลางถึงต่ำอีกด้วย

 

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

แบรนด์สินค้าที่เป็นที่ยอมรับ

      บริษัทมีแบรนด์สินค้าที่เป็นที่ยอมรับในตลาดที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงบนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการบ้านจัดสรร รายได้จากธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยของบริษัทจัดอยู่ใน 10 รายแรกของผู้ประกอบการพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศไทยในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยรายได้จากโครงการบ้านจัดสรรอยู่ที่ประมาณ 6,500-7,500 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2558-2560 รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมอยู่ที่ประมาณ 4,800-4,900 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2559-2560 รายได้จากธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยในไตรมาสแรกของปี 2561 เติบโต 57% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้วเป็น 3,021 ล้านบาท

           ทริสเรทติ้ง คาดว่ารายได้จากธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยของบริษัทในช่วงปี 2560-2562 จะอยู่ที่ประมาณ 13,000-15,000 ล้านบาทต่อปี ณ เดือนมีนาคม 2561 บริษัทมีโครงการบ้านจัดสรรระหว่างการพัฒนา 47 โครงการ และโครงการคอนโดมิเนียมระหว่างการพัฒนา 18 โครงการ ซึ่งมีมูลค่าเหลือขาย 33,000 ล้านบาท (รวมทั้งที่ก่อสร้างแล้วและยังไม่ได้ก่อสร้าง) บริษัทตั้งงบประมาณซื้อที่ดินในปี 2561 จำนวน 5,000 ล้านบาท ทั้งนี้ บริษัทมีแผนเปิดโครงการที่อยู่อาศัยใหม่เกือบ 30 โครงการ มูลค่ารวม 38,000 ล้านบาทในปีนี้ ซึ่งเป็นจำนวนมากกว่าโครงการที่เปิดใหม่ในปีที่แล้วคือ 10 โครงการ มูลค่ารวม 8,300 ล้านบาทเป็นอย่างมาก โดย 60% ของโครงการที่เปิดใหม่ในปีนี้เป็นโครงการบ้านจัดสรร ในขณะที่โครงการที่เหลือเป็นโครงการคอนโดมิเนียมซึ่งพัฒนาโดยบริษัทเองและโดยกิจการร่วมค้า

 

ธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยมีความผันผวนและมีการแข่งขันที่รุนแรง

      แม้ว่าธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยจะเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจโดยรวมก็ตาม แต่ก็มีความผันผวนมากกว่าภาวะเศรษฐกิจโดยทั่วไป การชะลอตัวของภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศประกอบกับภาระหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วประเทศส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดสินค้าราคาปานกลางถึงต่ำ ดังนั้น ผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หลายรายจึงหันมาเน้นพัฒนาสินค้าในระดับราคาที่สูงขึ้น ซึ่งคาดว่าจะทำให้การแข่งขันในตลาดดังกล่าวมีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ในช่วงปี 2561-2563 บริษัทจะเผชิญกับความท้าทายมากขึ้นในการรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดในระดับราคาปานกลางถึงสูง ทั้งนี้ รายได้จากธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยที่ลดลงและอัตราการปฎิเสธสินเชื่อจากธนาคารที่สูงขึ้นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ภาระหนี้ของบริษัทอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานกว่าที่คาดไว้ได้

 

รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจากโรงแรมแห่งใหม่

       บริษัทประกอบธุรกิจโรงแรม 3 แห่งในประเทศไทยและ 1 แห่งในประเทศญี่ปุ่นซึ่งมีจำนวนห้องพักรวม 1,077 ห้อง โรงแรมในประเทศสร้างรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาทต่อปี และกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย 270 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2559-2560 รายได้จากโรงแรมคิโรโระ ในประเทศญี่ปุ่นอยู่ที่ประมาณ 1,100-1,200 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2559-2560 ขาดทุนสุทธิจากโรงแรมคิโรโระอยู่ที่ประมาณ 200-300 ล้านบาทต่อปีซึ่งส่งผลกระทบด้านลบต่อกำไรสุทธิของบริษัท อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานของโรงแรมคิโรโระฟื้นตัวดีขึ้นในปี 2560 จากอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้นและรายได้ค่าห้องพักเฉลี่ยต่อจำนวนห้องทั้งหมดที่เพิ่มขึ้น

       ทั้งนี้ ทริสเรทติ้งคาดว่ารายได้จากธุรกิจโรงแรมจะอยู่ที่ประมาณ 3,500 ล้านบาทต่อปีในช่วงปี 2562-2563 เพิ่มขึ้นจาก 2,323 ล้านบาทในปี 2560 โรงแรมใหม่ 2 แห่งคือ ไฮแอท รีเจนซี่ สุขุมวิท และ รอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเท็ล แอนด์

        ทาวเวอร์ส ซึ่งมีห้องพักรวม 999 ห้องจะช่วยหนุนการเติบโตของรายได้ โดยโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ สุขุมวิทจะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มเปิดดำเนินงานในเดือนกันยายน 2561 นอกจากนี้ กระบวนการซื้อโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน โฮเท็ล แอนด์ ทาวเวอร์สจะสิ้นสุดในช่วงไตรมาส 3 ของปี 2561

 

ความกังวลจากการขยายไปยังธุรกิจอื่นๆ

      นอกเหนือจากธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัยและธุรกิจโรงแรมแล้ว บริษัทยังมีอาคารสำนักงานเพื่อเช่า 2 แห่ง คอมมูนิตี้มอลล์ 1 แห่ง และดิสเคานท์สโตร์ 16 สาขาภายใต้กิจการร่วมค้ากับพันธมิตรค้าปลีก นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนลงทุนในธุรกิจพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์รวมถึงโครงการมิกซ์ยูสในบริเวณระเบียงเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกที่จังหวัดตราดกับพันธมิตรอีกด้วย ดังนั้น ทริสเรทติ้งจึงมีความกังวลในการขยายธุรกิจไปยังธุรกิจอื่น ๆ ทั้งนี้ บริษัทลงทุนในธุรกิจอื่นๆไปแล้วประมาณ 970 ล้านบาท และยังมีแผนที่จะลงทุนในธุรกิจเหล่านี้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม จำนวนเงินลงทุนและระยะเวลาการลงทุนดังกล่าวยังไม่ชัดเจน

 

สถานะทางการเงินอ่อนแอ

      สถานะทางการเงินของบริษัทอ่อนแอ ทั้งนี้ การลงทุนจำนวนมากในโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยทั้งโครงการของบริษัทเองและโครงการกิจการร่วมค้า การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์เพื่อเช่าแห่งใหม่ รวมถึงการลงทุนในธุรกิจอื่น ๆ จะส่งผลให้ภาระหนี้ของบริษัทเพิ่มสูงขึ้นและกระแสเงินสดอ่อนแอลงจากระดับปัจจุบัน อัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนของบริษัทเท่ากับ 67% ณ เดือนธันวาคม 2560 และ ณ เดือนมีนาคม 2561 อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมเท่ากับ 4%-5% ในช่วงปี 2559 ถึง 3 เดือนแรกของปี 2561 ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะสามารถรักษาอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนเอาไว้ได้ที่ประมาณ 65% และอัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานต่อเงินกู้รวมที่เกินกว่า 3% เพื่อคงอันดับเครดิตไว้ที่ระดับปัจจุบัน

       ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทต่ำกว่าผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ที่จัดอันดับเครดิต โดยอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานซึ่งวัดโดยกำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่ายต่อรายได้อยู่ที่ประมาณ 12%-13% ในช่วงปี 2559 ถึงไตรมาสแรกของปี 2561 เปรียบเทียบกับประมาณ 15%-17% ของผู้ประกอบการรายอื่น ๆ อัตรากำไรสุทธิของบริษัทอยู่ในช่วง 2%-5% ของรายได้ซึ่งต่ำกว่าผู้ประกอบการรายอื่น ๆ ที่อยู่ประมาณ 10%-12%

       ทริสเรทติ้ง คาดว่าอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานของบริษัทจะอยู่ระหว่าง 12%-15% ในช่วงปี 2561-2563 และอัตรากำไรสุทธิไม่ควรลดลงจากระดับปัจจุบัน ทั้งนี้ หากความสามารถในการทำกำไรของบริษัทอ่อนแอลงก็อาจส่งผลทางลบต่ออันดับเครดิตได้

 

สภาพคล่องตึงตัว

      สภาพคล่องทางการเงินของบริษัทตึงตัว ณ เดือนมีนาคม 2561 แหล่งเงินทุนของบริษัทประกอบด้วยเงินสดจำนวน 2,970 ล้านบาท วงเงินกู้จากธนาคารที่ยังไม่ได้เบิกใช้และไม่ติดเงื่อนไขในการเบิกซึ่งสามารถเบิกใช้ได้ทันทีจำนวน 1,800 ล้านบาท และที่ดินซึ่งไม่ติดภาระค้ำประกันซึ่งมีมูลค่าตามบัญชีประมาณ 5,300 ล้านบาท บริษัทได้ทำสัญญาขายที่ดินบางส่วนซึ่งมีราคาตลาด 4,000 ล้านบาทให้กับกิจการร่วมค้าในช่วงปี 2561-2562 ซึ่งจะช่วยเสริมสภาพคล่องและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรให้แก่บริษัท นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทในช่วง 12 เดือนข้างหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านบาท แหล่งเงินทุนดังกล่าวคาดว่าจะเพียงพอสำหรับการจ่ายชำระหนี้ที่จะครบกำหนดในอีก 12 เดือนข้างหน้า บริษัทมีเงินกู้ยืมระยะสั้นจำนวน 1,052 ล้านบาท หุ้นกู้จำนวน 5,745 ล้านบาท และเงินกู้ระยะยาวโครงการจำนวน 710 ล้านบาทซึ่งจะครบกำหนดชำระในอีก 12 เดือนข้างหน้า

       บริษัทจำเป็นต้องรักษาอัตราส่วนทางการเงินให้เป็นไปตามเงื่อนไขทางการเงินของเงินกู้กับธนาคารโดยบริษัทจะต้องดำรงอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อทุนไม่ให้เกินกว่า 2 เท่า ทั้งนี้ ณ เดือนมีนาคม 2561 อัตราส่วนดังกล่าวอยู่ที่ 1.7 เท่า ดังนั้นจึงถือว่าบริษัทยังคงรักษาอัตราส่วนดังกล่าวให้สอดคล้องกับเงื่อนไขทางการเงินอยู่ จากแผนการขยายธุรกิจเชิงรุก บริษัทจำเป็นต้องบริหารโครงสร้างเงินทุนอย่างระมัดระวังเพื่อหลีกเลี่ยงการผิดเงื่อนไขทางการเงินดังกล่าว

 

แนวโน้มอันดับเครดิต

     แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหวังว่าบริษัทจะสามารถรักษาสถานะทางการเงินในช่วงขยายธุรกิจเชิงรุกเอาไว้ได้ ทั้งนี้ บริษัทควรรักษาอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนอยู่ที่ประมาณ 65% และอัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานที่ 12%-15% นอกจากนี้ ยังคาดว่าบริษัทจะมีแหล่งเงินทุนที่เพียงพอเพื่อลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่องทางการเงินด้วยเช่นกัน

 

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

     อันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตของบริษัทอาจถูกปรับลดลงหากสถานะทางการเงินของบริษัทถดถอยลงจากระดับที่คาดการณ์ไว้ โดยอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนที่เกินกว่า 66% ในระยะเวลาหนึ่งและความเสี่ยงด้านสภาพคล่องทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจะเป็นสาเหตุที่ทำให้มีการปรับลดอันดับเครดิตลงได้ ในทางตรงกันข้าม อันดับเครดิตและ /หรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจได้รับการปรับเพิ่มขึ้นหากสถานะทางการเงินของบริษัทดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากระดับปัจจุบันและความเสี่ยงด้านสภาพคล่องทางการเงินที่ลดลง

 

บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) (PF)

อันดับเครดิตองค์กร:             BB+

อันดับเครดิตตราสารหนี้:

PF17PA: หุ้นกู้ด้อยสิทธิลักษณะคล้ายทุน 447.7 ล้านบาท B+

แนวโน้มอันดับเครดิต:           Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com

ติดต่อ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

                    บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2561 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้

                    ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!