หมวดหมู่: บริษัทจดทะเบียน

TRIS7 23ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรและแนวโน้ม'บ.เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส' ที่ 'BBB/Stable'

 

   ทริสเรทติ้ง คงอันดับเครดิตองค์กรของ บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) ที่ระดับ 'BBB' โดยอันดับเครดิตสะท้อนถึงผลงานที่เป็นที่ยอมรับในธุรกิจให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้สินและการมีคณะผู้บริหารที่มากประสบการณ์ของบริษัท การพิจารณาอันดับเครดิตยังคำนึงถึงรายได้ที่เติบโตอย่างมั่นคง ตลอดจนการลงทุนซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารที่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และความสามารถในการทำกำไรที่แข็งแกร่งของบริษัทด้วย อย่างไรก็ตาม อันดับเครดิตก็มีข้อจำกัดจากการที่ลูกหนี้เป้าหมายของบริษัทเป็นกลุ่มที่มีฐานรายได้ต่ำ เมื่อผนวกกับสถานการณ์หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและภาวะเศรษฐกิจที่มีความอ่อนไหวแล้วจึงมีโอกาสที่จะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ดังกล่าวได้

 

ประเด็นสำคัญที่กำหนดอันดับเครดิต

     ความเชี่ยวชาญในการติดตามหนี้ช่วยสนับสนุนการเติบโตและเสริมประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัท

     บริษัทยังคงรักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้สินและการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหาร การมีฐานข้อมูลลูกค้าจำนวนมากจากการติดตามหนี้มากว่า 20 ปีมีส่วนทำให้บริษัทเติบโตและมีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ กลุ่มลูกค้าหลักที่ว่าจ้างให้บริษัทบริหารหนี้และติดตามเร่งรัดหนี้สินประกอบด้วยสถาบันการเงิน ผู้ให้บริการระบบโทรศัพท์เคลื่อนที่ ธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล และอื่น ๆ

       มูลหนี้ที่บริษัทได้รับมอบหมายให้ติดตามจากผู้ว่าจ้างเติบโตอย่างรวดเร็วภายในช่วงระยะ 6 ปีที่ผ่านมา โดยคิดเป็น 22,353 ล้านบาทในปี 2560 จาก 13,707 ล้านบาทในปี 2553 คิดเป็นการเติบโตสะสมเฉลี่ย (CAGR) ที่ระดับ 12.0% ทั้งนี้ ณ เดือนมีนาคม 2560 บริษัทมีมูลหนี้ที่ได้รับมอบหมายให้ติดตาม 22,896 ล้านบาท ประกอบด้วยหนี้ในกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลในสัดส่วน 41.0% สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ 31.0% สินเชื่อบ้าน 12.0% บัตรเครดิต 9.0% และหนี้สินเชื่ออื่น ๆ อีก 8.0%

    รายได้จากค่าบริการติดตามเร่งรัดหนี้สินมีสัดส่วนคิดเป็น 15.0% ของรายได้รวมในปี 2560 เพิ่มขึ้น 79.0% จากปีก่อนหน้าโดยคิดเป็น 242 ล้านบาทอันเนื่องมาจากอัตราค่าบริการและความสำเร็จในการจัดเก็บหนี้ที่เพิ่มสูงขึ้น รายได้จากการให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้สินของบริษัทอยู่ที่ 59 ล้านบาทในไตรมาสแรกของปี 2561 ทั้งนี้ อัตราค่าบริการติดตามเร่งรัดหนี้สินปรับตัวลดลงเป็น 10.3% ในปี 2560 และ 9.6% ในไตรมาสแรกของปี 2561 จาก 15.8% ในปี 2559 ในขณะที่อัตราความสำเร็จในการจัดเก็บหนี้ปรับตัวดีขึ้นเป็น 8.3% ในปี 2560 จาก 7.7% ในปี 2559 เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยที่ระดับ 4.0% ในช่วงปี 2556-2558

 

การซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารเป็นจุดเด่นของบริษัท

     นอกจากเหนือจากการให้บริการติดตามเร่งรัดหนี้สินแล้ว อีกหนึ่งธุรกิจที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วและมีศักยภาพในการเติบโตเป็นอย่างมากคือการลงทุนซื้อหนี้ด้อยคุณภาพจากสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อนำมาบริหาร

     ในปี 2560 บริษัทได้ซื้อหนี้เข้ามาบริหารคิดเป็นมูลค่า 16,271 ล้านบาทโดยใช้เงินลงทุน 1,598 ล้านบาท (มีส่วนลด 90.0%) และในช่วงไตรมาสแรกของปี 2561 ยังได้ซื้อหนี้อีกจำนวนหนึ่งที่มูลค่า 3,971 ล้านบาทโดยใช้เงินลงทุน 1,018 ล้านบาท (มีส่วนลด 74.0%) อนึ่ง การที่ส่วนลดน้อยลงนั้นเนื่องจากบริษัทได้ซื้อหนี้ที่มีหลักประกันเป็นสัดส่วนที่มากขึ้น บริษัทมีเงินลงทุนคงค้างในสินเชื่อด้อยคุณภาพที่ซื้อมาจำนวน 5,143 ล้านบาท ณ เดือนมีนาคม 2561

       บริษัทมีรายได้จากการเรียกเก็บหนี้จากหนี้ที่รับซื้อมาคิดเป็น 85.0% ของรายได้รวมในปี 2560 เพิ่มขึ้นจาก 70.0% ในปี 2556 คิดเป็นมูลค่าจำนวน 1,110 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวดีขึ้นถึง 50.0% จากปี 2559 ทั้งนี้ อัตราความสำเร็จโดยเฉลี่ยซึ่งคิดจากการเก็บเงินต่อการลงทุนอยู่ที่ระดับ 89.0% จากเงินลงทุนสะสมสำหรับการซื้อหนี้เข้ามาบริหารของบริษัท

 

ผลประกอบการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

       ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดของบริษัทค่อนข้างแข็งแกร่งโดยได้รับแรงเสริมจากการเติบโตของธุรกิจหลักทั้ง 2 ประเภท เงินทุนจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 396 ล้านบาทในปี 2560 เปรียบเทียบกับ 146 ล้านบาทในปี 2559 อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรจากการดำเนินงานค่อนข้างผันผวนในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่ของบริษัทขึ้นอยู่กับรายได้จากการลงทุนซื้อหนี้เข้ามาบริหาร บริษัทมีกำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 37.0% เป็น 396 ล้านบาทในปี 2560 จาก 290 ล้านบาทในปี 2559 (โดยรวมกำไรจากการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนเงินลงทุนในบริษัทย่อยแห่งหนึ่งมาเป็นเงินลงทุนระยะยาวอื่น) ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะสามารถรักษาอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ระดับประมาณ 30.0% ต่อปีเอาไว้ได้ในช่วงเวลา 3 ปีข้างหน้า โดยแรงผลักดันสำคัญในการเติบโตจะมาจากความสำเร็จในการจัดเก็บหนี้และการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพหนี้ที่ซื้อเพิ่มเข้ามา

 

ภาระหนี้เพิ่มขึ้นแต่อยู่ในระดับที่ยอมรับได้

         ภาระหนี้ของบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเพื่อใช้ในการขยายธุรกิจการลงทุนซื้อหนี้เข้ามาบริหาร เงินกู้รวมของบริษัทเพิ่มขึ้น 52.0% เป็น 2,820 ล้านบาทในปี 2560 จากสิ้นปี 2559 อย่างไรก็ตาม เงินทุนจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมากส่งผลทำให้อัตราส่วนเงินทุนจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว (รวมค่าตัดจำหน่ายเงินลงทุนในหนี้ด้อยคุณภาพ) ต่อเงินกู้รวมเพิ่มขึ้นเป็น 18.8% ในปี 2559 จาก 11.2% ในปี 2558 และอัตราส่วนดังกล่าวเท่ากับ 16.3% ในปี 2559 และ 6.3% ในไตรมาสแรกของปี 2561 (ปรับอัตราส่วนเป็นตัวเลขเต็มปี) บริษัทมีอัตราส่วนกำไรที่ปรับปรุงแล้วก่อนดอกเบี้ยจ่าย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (รวมค่าตัดจำหน่ายเงินลงทุนในหนี้ด้อยคุณภาพ) ต่อดอกเบี้ยจ่ายอยู่ในระดับที่สูงกว่า 17 เท่าในปี 2560 และ 13 เท่าในไตรมาสแรกของปี 2561 (ปรับอัตราส่วนเป็นตัวเลขเต็มปี)

               ในอนาคตบริษัทมีแผนการใช้เงินลงทุนประมาณปีละ 4,500 ล้านบาทในการซื้อหนี้เข้ามาบริหารเพิ่ม ซึ่งจะส่งผลทำให้ภาระหนี้ของบริษัทปรับเพิ่มขึ้นจากระดับปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งคาดว่าบริษัทจะรักษาอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนให้ต่ำกว่า 2 เท่าได้ในช่วงดังกล่าว บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนอยู่ที่ 1 เท่า ณ เดือนมีนาคม 2561 ซึ่งต่ำกว่าข้อกำหนดสิทธิของหุ้นกู้ของบริษัทที่ 3 เท่า

 

แนวโน้มอันดับเครดิต

       แนวโน้มอันดับเครดิต “Stable” หรือ “คงที่” สะท้อนการคาดการณ์ของทริสเรทติ้งว่าบริษัทจะสามารถรักษาสถานะทางการตลาดและผลประกอบการที่น่าพอใจได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ทริสเรทติ้งยังคาดว่าการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพมาบริหารและการติดตามหนี้จะเติบโตในอัตราที่สม่ำเสมอพร้อมกับมีผลประกอบการทั้งในด้านการดำเนินงานและฐานะทางการเงินในระดับที่น่าพอใจด้วยเช่นกัน

 

ปัจจัยที่อาจทำให้อันดับเครดิตเปลี่ยนแปลง

     การปรับเพิ่มอันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่บริษัทสามารถเพิ่มผลประกอบการทางการเงินได้โดยที่ยังคงรักษาระดับภาระหนี้อย่างระมัดระวัง ในทางกลับกัน อันดับเครดิตและ/หรือแนวโน้มอันดับเครดิตอาจปรับลดลงหากผลประกอบการของบริษัทถดถอยลงจนส่งผลกระทบต่อการสร้างกระแสเงินสด หรือภาระหนี้ปรับเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมากจนทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพิ่มขึ้นมากกว่า 2.5 เท่า

บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด จำกัด (มหาชน) (JMT)

อันดับเครดิตองค์กร:             BBB

แนวโน้มอันดับเครดิต:           Stable

บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด/ www.trisrating.com

ติดต่อ This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it. โทร. 0-2098-3000 อาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ชั้น 24 191 ถ. สีลม กรุงเทพฯ 10500

          บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2561 ห้ามมิให้บุคคลใด ใช้ เปิดเผย ทำสำเนาเผยแพร่ แจกจ่าย หรือเก็บไว้เพื่อใช้ในภายหลังเพื่อประโยชน์ใดๆ ซึ่งรายงานหรือข้อมูลการจัดอันดับเครดิต ไม่ว่าทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน และไม่ว่าในรูปแบบ หรือลักษณะใดๆ หรือด้วยวิธีการใดๆ โดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจาก บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ก่อน การจัดอันดับเครดิตนี้มิใช่คำแถลงข้อเท็จจริง หรือคำเสนอแนะให้ซื้อ ขาย หรือถือตราสารหนี้ใดๆ แต่เป็นเพียงความเห็นเกี่ยวกับความเสี่ยงหรือความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้นั้นๆ หรือของบริษัทนั้นๆ โดยเฉพาะ ความเห็นที่ระบุในการจัดอันดับเครดิตนี้มิได้เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน หรือคำแนะนำในลักษณะอื่นใด การจัดอันดับและข้อมูลที่ปรากฏในรายงานใดๆ ที่จัดทำ หรือพิมพ์เผยแพร่โดย บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้จัดทำขึ้นโดยมิได้คำนึงถึงความต้องการด้านการเงิน พฤติการณ์ ความรู้ และวัตถุประสงค์ของผู้รับข้อมูลรายใดรายหนึ่ง ดังนั้น ผู้รับข้อมูลควรประเมินความเหมาะสมของข้อมูลดังกล่าวก่อนตัดสินใจลงทุน บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ได้รับข้อมูลที่ใช้สำหรับการจัดอันดับเครดิตนี้จากบริษัทและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เชื่อว่าเชื่อถือได้

         ดังนั้น บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด จึงไม่รับประกันความถูกต้อง ความเพียงพอ หรือความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลใดๆ ดังกล่าว และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสีย หรือความเสียหายใดๆ อันเกิดจากความไม่ถูกต้อง ความไม่เพียงพอ หรือความไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นั้น และจะไม่รับผิดชอบต่อข้อผิดพลาด หรือการละเว้นผลที่ได้รับหรือการกระทำใดๆโดยอาศัยข้อมูลดังกล่าว ทั้งนี้ รายละเอียดของวิธีการจัดอันดับเครดิตของ บริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เผยแพร่อยู่บน Website: http://www.trisrating.com/th/rating-information-th2/rating-criteria.html

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!